ร้อนใน...ปัญหาใหญ่ของแม่ท้อง


เรื่องสุขภาพช่องปากของแม่ท้องนั้นละเลยไม่ได้เชียวคjะ โดยเฉพาะปัญหาร้อนใน แม้เป็นแผลเพียงนิด ก็รู้สึกเจ็บจนไม่อยากกินอะไรเลยละค่ะ

โดยสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้แม่ท้องเป็นแผลร้อนในอยู่บ่อยๆ มีดังนี้ค่ะ

1. ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะฮอร์โมนของความเป็นหญิงที่มักส่งผลต่อการทำงานของ ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกาย ยิ่งเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 จะมีฮอร์โมนจากรกเพิ่มสูงขึ้นอย่างอัตโนมัติ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนต่างๆ นี้ ทำให้เกิดปัญหาแผลในช่องปาก มีผดผื่น ผิวหนังผิดปกติ ผมร่วง และคันตามตัว เป็นต้น

2. กินอาหารที่เสี่ยงสูง โดยเฉพาะอาหารบางอย่างที่กระตุ้นฮอร์โมนให้ทำงานไวมากขึ้นหรือแย่ลง ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันของแม่อ่อนแอลง แม่ท้องส่วนใหญ่จึงมีความไวต่อปฏิกิริยาทุกๆ อย่างเยอะขึ้น

นอกจากนี้ในลำไส้ของคนเราจะมีแบคทีเรียดีตัวหนึ่งที่ชื่อว่า แล็กโตบาซิลไล คอยป้องกันเชื้อโรคต่างๆ  แต่ระหว่างตั้งครรภ์ แล็กโตบาซิลไลมักทำงานแย่ลง ฉะนั้นลำไส้ของแม่ท้องจึงไวต่อการกระตุ้นของสิ่งเร้าหรือสิ่งต่างๆ ได้ง่าย จึงไม่แปลกที่แม่ท้องส่วนใหญ่จะท้องเสียง่าย ถ่ายเหลวง่าย 

ส่วนอาหารบางอย่างที่คุณแม่กินแล้วมีอาการร้อนในมากขึ้น เป็นเพราะขณะนั้นภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำลงค่ะ อย่างอาหารทอด โดยเฉพาะอาหารที่มันจัดๆ รสเผ็ดมากๆ หรือผักผลไม้บางอย่าง เช่น ขนุน ทุเรียน หรือของร้อนๆ ก็จะกระตุ้นให้คุณแม่มีอาการร้อนในได้ไวขึ้น
         
3. ช่องปากไม่สะอาด
หลังเข้าไตรมาสที่ 2 ไปแล้ว เหงือกแม่มักจะบวมมาก เป็นสาเหตุให้แปรงฟันลำบาก และแปรงได้ไม่ค่อยสะอาดนัก โดยเฉพาะบริเวณโคนฟันซึ่งเป็นตำแหน่งที่มักจะมีแบคทีเรียติดเชื้ออยู่ ประกอบกับสภาวะที่ลิ้นเป็นกรดด่างที่เอื้อต่อแผล เมื่อแม่ท้องมีแผลร้อนในก็จะยิ่งหายยาก

ยิ่งช่วงที่แม่แพ้ท้องแล้วต้องกินมื้อเล็กหลายๆ มื้อ ต้องเคี้ยวอาหารอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นขนมปังกรอบ แถมยังมีอาหารหวานๆ อีก สิ่งเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดฟันผุ มีแบคทีเรียตามช่องปาก เหงือกก็จะอักเสบเพิ่มขึ้น กระตุ้นให้เกิดแผล ยิ่งช่วง 3-4 เดือนแรกหากแพ้ท้องหนักๆ มักแปรงฟันไม่ได้เลย บางคนเพียงได้กลิ่นยาสีฟันก็อาเจียนแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องของการดูแลสุขภาพช่องปากตอนท้องจึงกลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้นไปอีก 


ป้องกันและรักษายังไงดี
  • ปรึกษาคุณหมอฟัน เมื่อพบความผิดปกติในช่องปากแม้เพียงเล็กน้อยก็ต้องแจ้งให้หมอฟันทราบค่ะ เพื่อคุณหมอจะจัดยาสำหรับดูแลช่องปากและฟันให้อย่างถูกต้อง
  • หมั่นบ้วนปากเสมอ หลังจากพบหมอฟันมาแล้ว หมอจะจัดน้ำยาบ้วนปากให้ การบ้วนปากบ่อยๆ จะช่วยลดเชื้อโรคและแบคทีเรียในช่องปากได้
  • เปลี่ยนแปรงสีฟันใหม่ เพราะเหงือกของเราบวมขึ้น ดังนั้นแปรงสีฟันของแม่จะต้องอ่อนนุ่ม เนื่องจากขณะตั้งท้องเหงือกจะบวมมาก เพราะมีเส้นเลือดเยอะกว่าปกติ เมื่อแปรงฟันอาจมีเลือดออก หากเป็นหนักๆ เข้า ก็จะทำให้รู้สึกคาวจนไม่อยากแปรงฟัน อยากอาเจียน และไม่เจริญอาหารได้ แม่ท้องที่แพ้ท้องหนักๆ และไม่สามารถแปรงฟันได้ ให้เลือกใช้น้ำยาบ้วนปากหรือยาสีฟันกลิ่นที่ชอบ จะช่วยลดอาการแพ้ได้ ที่สำคัญอย่าลืมเลือกยาสีฟันที่เป็นฟลูออไรด์ด้วยนะคะ จะได้ดูแลทั้งเหงือกและฟันไปพร้อมกัน

บางคนนอกจากกินไม่ได้แล้ว หากเป็นแผลร้อนในมากๆ ยังส่งผลต่อสุขภาพช่องปากและฟันอีกด้วย บางคนอาจเกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง เนื่องจากแผลในช่องปากส่งผลให้คุณแม่มีกลิ่นปากได้

หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบรักษา หลังคลอดไปแล้วก็อาจเกิดปัญหาเรื่องฟันผุ จนเกิดเหงือกอักเสบเรื้อรังได้ โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอดที่คุณแม่อาจไม่มีเวลาดูแลตัวเองนัก เพราะเลี้ยงลูก กว่าจะกลับมาแก้ไข สุขภาพฟันก็อาจเสียไปแล้วได้ค่ะ

บทความแนะนำ

8 ไม้เด็ดของพ่อเจ้าประคุณ
สวนน้ำ วานา นาวา หัวหิน
The Little House โรงเรียนนานาชาติ
สมูทตี้กีวี โครงการหลวง

Facebook Comment