31 เคล็ดลับเพื่อการตั้งครรภ์คุณภาพ

 
31 เคล็ดลับเพื่อครรภ์คุณภาพ
 
เคล็ดลับดีๆ ในการดูแลสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์แบบง่าย ๆ และทำได้จริงมาฝาก
 
1.อาหาร 5 หมู่ จำเป็นที่สุด!

ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์ การกินอาหารครบ 5 หมู่ จะช่วยซ่อมแซม บำรุงและรักษาส่วนที่สึกหรอในร่างกายให้สมบูรณ์ คุณแม่จึงควรกินอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ และเลือกที่ให้พลังงาน บำรุงเลือด เสริมแคลเซียม รวมถึงแร่ธาตุต่างๆ ให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของลูก
 

2. เป็นแม่หนอน (หนังสือ)

เมื่อตั้งครรภ์คุณแม่อาจรู้สึกกังวลกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายคุณแม่เองและลูกน้อยในครรภ์ ดังนั้น ควรหาข้อมูล ทั้งจากการอ่านหนังสือ ดูเว็บไซต์ต่างๆ และการสอบถามคุณหมอ เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพครรภ์ให้ดียิ่งขึ้น
 

3. ฝากครรภ์ทันที

เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ ควรไปฝากครรภ์ทันที เพื่อคุณหมอจะได้ตรวจสุขภาพ แนะนำวิธีดูแลครรภ์ รับวิตามินบำรุงครรภ์ และทราบถึงความเสี่ยงของโรคต่างๆ ที่อาจตามมา เพื่อจะได้ป้องกันไว้ก่อน
 

4. ฟังเพลงผ่อนคลาย

การฟังเพลงเป็นวิธีที่ง่ายและช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลายจากความเครียด หรือเมื่อมีอารมณ์แปรปรวนจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงระหว่างตั้งครรภ์ หากได้ฟังเพลงสบายๆ ก็จะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น
 

5. ว่ายน้ำ

การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องลงน้ำหนักมาก ไม่มีการกระแทก และในน้ำยังมีแรงดันที่ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ซึ่งก็ส่งผลไปถึงการไหลเวียนของเลือดจากคุณแม่ไปสู่ลูกน้อยด้วย
 

6. ไม่ใส่รองเท้าส้นสูง

ท้องที่ใหญ่ขึ้นทำให้คุณแม่ทรงตัวได้ยากขึ้น คุณแม่ควรใส่รองเท้ารัดส้น ที่เป็นส้นเตี้ย งดใส่ส้นสูงเพื่อให้เดินได้สะดวก และไม่หกล้ม
 

7. มีคนอยู่เคียงข้าง

ไม่ว่าจะเป็นสามี เพื่อน หรือญาติพี่น้องก็ล้วนแต่เป็นที่ปรึกษาคนสำคัญให้กับคุณแม่ได้ทุกคน อาจจะคอยช่วยเหลือ หรืออยู่เคียงข้างเป็นเพื่อนคุย ก็จะช่วยให้คุณแม่รู้สึกปลอดภัย และลดความกังวลที่จะเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ได้
 

8. Stop!... เลิกเครียด

ความเครียดส่งผลกระทบต่อลูกนะ วิจัยหลายๆ ชิ้นยังบอกอีกว่าส่งผลให้เด็กเป็นโรคซึมเศร้า อารมณ์ไม่มั่นคง หรือไม่กล้าเรียนรู้โลกภายนอก เพราะฉะนั้น หยุดเครียดตั้งแต่บัดนี้
 

9.กระตุ้นพัฒนาการลูกในท้อง

ถึงลูกจะอยู่ในท้องคุณแม่ก็สามารถกระตุ้นพัฒนาการเขาได้ด้วยการสัมผัสท้อง พูดคุย เล่านิทาน ร้องเพลงกับลูกทุกวัน ว่างตอนไหนหรือนึกขึ้นได้เมื่อไร… ทำเลย
 

10. นอนหลับให้เพียงพอ

คุณแม่ควรนอนให้พอวันละ 8-9 ชั่วโมง จะช่วให้ร่างกายสดชื่น ระบบย่อยอาหาร ระบบหัวใจและการไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดี ส่งผลดีต่อพัฒนาการของลูกในครรภ์ด้วย
 

11. เล่นโยคะ

การเล่นโยคะขณะตั้งครรภ์จะช่วยลดอาการปวดหลัง ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายฝึกลมหายใจเข้า-ออกได้เป็นจังหวะ และยังช่วยให้คลอดง่ายด้วย แต่ที่สำคัญคือควรเลือกท่าทางที่เหมาะสำหรับแม่ท้อง ลองคลิกเว็บไซต์ดูมีท่าโยคะสำหรับแม่ท้องหลายท่า
 

12. ดูแลตัวเองให้สดใส

ถึงจะอยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ สรีระร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง ก็อย่าปล่อยให้ตัวเองทรุดโทรม คุณแม่ควรดูแลตัวเองให้สดใสเสมอ เพื่อจะได้ไม่รู้สึกว่าการท้องทำให้เราสวยน้อยลง ทั้งยังช่วยเพิ่มกำลังใจให้ตัวเองได้อย่างดี
 

13. ขาดไม่ได้คือโลชั่น

ทราบกันดีว่าการตั้งครรภ์จะทำให้ผิวหนังยืดขยายกว่าปกติจนก่อให้เกิดรอยแตกลาย ดังนั้น คุณจึงควรหมั่นทาเบบี้ออยล์ ครีมบำรุงสูตรอ่อนโยนให้บ่อยครั้ง 4 เวลา เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอนได้ยิ่งดี จะช่วยลดการแตกลายได้ชะงัดเลย
 

14. งดดื่มชา กาแฟ

นอกจากสารคาเฟอีนในชาและกาแฟจะทำให้คุณแม่นอนไม่หลับแล้ว หากได้รับในปริมาณมากจะทำให้หัวใจของลูกน้อยเต้นเร็วผิดปกติ และยังขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กที่ใช้สำหรับการเจริญเติบโตของลูกด้วย
 

15. ดื่มน้ำเยอะๆ

การดื่มน้ำจะทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี ส่งผ่านสารอาหารจากร่างกายคุณแม่ไปสู่ลูกได้อย่างมีคุณภาพ หากคุณแม่ดื่มน้ำน้อย อาจทำให้เกิดอาการท้องผูก ปากแห้ง และผิวพรรณไม่สดใสได้
 

16. นวดแก้ปวด

การนวดผ่อนคลายเบาๆ เวลาปวดหลัง ปวดขา หรือปวดท้อง จะช่วยลดอาการปวดได้ดีขึ้น และถ้าผู้นวดเป็นคุณพ่อด้วย ก็จะช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีได้
 

17. คิดก่อนใช้ยา

ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยา เพราะยาบางชนิดส่งผลกระทบไปสู่ลูกน้อยได้ เช่น ยาแอสไพริน ยาทาสิว และยารักษาโรคไมเกรน อาจส่งผลให้แท้งลูกหรือทำให้ร่างกายลูกไม่สมประกอบได้
 

18. งดของหมักดอง

การกินของหมักดองจะทำให้คุณแม่ได้รับโซเดียมสูง มีอาการท้องอืด และอาหารไม่ย่อย
 

19. ไม่ยกของหนัก

หากคุณแม่ยกของหนัก จะทำให้มดลูกถูกกดทับเกิดการบีบตัวของมดลูก หรือมีเลือดออกได้
 

20. หลีกให้ไกลสิงห์อมควัน

นอกจากจะไม่สูบบุหรี่แล้ว ยังไม่ควรอยู่ใกล้บริเวณที่มีควันบุหรี่ เพราะสารนิโคตินจะไปทำให้ลูกมีความเสี่ยงเป็นโรคหอบหืด มีปัญหาด้านพัฒนาการ มีแนวโน้มที่จะคลอดก่อนกำหนดหรือแท้งได้
 

21. ระวังลื่น หกล้ม

คุณแม่ต้องระวังในการเดินขึ้น-ลงบันได หรือเดินบนพื้นที่เปียก เพราะมีโอกาสลื่นล้มจนกระทบกระเทือนถึงทารกในครรภ์
 

22. สุขภาพช่องปากก็สำคัญนะ

ช่วงตั้งครรภ์มักเกิดปัญหาฟันผุและเหงือกอักเสบได้จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ควรหมั่นดูแลสุขภาพปากและฟันให้สะอาด เพราะหากมีการติดเชื้อในช่องปาก อาจส่งไปถึงลูกในท้อง
 

23. ใส่ใจเต้านม
เมื่อเต้านมขยายขนาดใหญ่ขึ้น คุณแม่ควรเปลี่ยนเสื้อชั้นในให้มีขนาดเหมาะสม หากมีน้ำนมไหลออกมาก็ควรดูแลรักษาความสะอาด รวมทั้งควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับปัญหาเต้านม ทั้งหัวนมสั้น หัวนมบอด เพื่อจะได้แก้ปัญหาให้คลี่คลายก่อนลูกจะคลอด
 

24. ไม่กลั้นปัสสาวะ

คุณแม่ตั้งครรภ์จะปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น แต่ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ เพราะจะทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะได้
 

25. นอนตะแคงซ้าย

ท่านอนที่เหมาะสมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์คือนอนตะแคงซ้าย เพื่อไม่ให้มดลูกกดทับเส้นเลือดดำใหญ่ที่จะนำเลือดกลับเข้าสู่หัวใจ ป้องกันการเป็นลมขณะลุกขึ้นได้
 

26. แชร์ประสบการณ์กับคุณแม่ท้อง

ควรพูดคุย แลกเปลี่ยน หรือแชร์ข้อมูลระหว่างคุณแม่ท้องด้วยกัน จะทำให้ช่วยคลายกังวลกับอาการที่เกิดขึ้นตอนตั้งครรภ์ และยังสามารถนำข้อมูลที่เป็นประสบการณ์จริงมาปรับใช้ได้ด้วย
 

27. นอนยกขาสูง

คุณแม่ตั้งครรภ์มักมีอาการขาบวมจากฮอร์โมนที่ทำให้เกิดการคั่งของน้ำในร่างกาย หากต้องยืนนานๆ ตลอดทั้งวัน จะยิ่งทำให้ขาบวมมากขึ้น วิธีแก้คือนอนยกขาสูง โดยนำหมอนมาหนุนใต้ขา เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น
 

28. กินมื้อย่อย แต่บ่อยมื้อ

ควรแบ่งการกินอาหารในแต่ละวันเป็นมื้อย่อยๆ 5-6 มื้อต่อวัน เพื่อลดปัญหาอาเจียนตอนท้องว่าง และอาการท้องอืด ท้องเฟ้อที่อาหารไม่ย่อย
 

29. เดินช้าๆ เพื่อออกกำลังกาย

การเดินช้าๆ อย่างน้อยวันละ 30 นาที จะช่วยให้ปอดและหัวใจแข็งแรงมากขึ้น กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น เลือดไหลเวียนดี และเหมาะกับคุณแม่ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายมาก่อนการตั้งครรภ์ด้วย
 

30. ระวังอุจจาระแมว

ในอุจจาระแมวจะปนเปื้อนด้วยพยาธิทอกโซพลาสโมซิส คุณแม่ที่เลี้ยงแมวไม่ควรสัมผัสกับอุจจาระแมวโดยตรง เพราะอาจติดเชื้อและส่งผลให้ลูกพิการ คลอดก่อนกำหนด และมีความผิดปกติของสมองได้ ดังนั้น ช่วงตั้งครรภ์ควรให้คุณพ่อหรือญาติๆ ทำหน้าที่ดูแลความสะอาดของเจ้าเหมียวแทน
 

31. คุมน้ำหนักให้พอดี

ตลอดการตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรมีน้ำหนักขึ้นประมาณ 12-15 กิโลกรัม ไม่ควรกินตามใจปาก หรือกินเพิ่มเป็น 2 เท่าเผื่อลูกในท้อง แต่ควรเลือกอาหารพวกโปรตีน หลีกเลี่ยงแป้งและไขมัน เพราะถ้าคุณแม่มีน้ำหนักมากเกินไป อาจเสี่ยงจากโรคแทรกซ้อน เช่น น้ำตาลในเลือดสูง หรือความดันโลหิตสูง



 

 

บทความแนะนำ

Q&A โทรทัศน์ทำเด็กพูดช้าจริงหรือ
Q & A ลูก 5 เดือนชอบร้องไห้ตอนนอนและตื่นนอน
10 ไอเดียเมนูอะโวคาโด เมนูลูกน้อยสุดสร้างสรรค์
10 มาตรการ ป้องกันการลืมเด็กไว้ในรถ

Facebook Comment