คลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด เรื่องต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

คลอดธรรมชาติ, ผ่าคลอด, ตั้งครรภ์, ตั้งท้อง, การตั้งครรภ์, ท้องแรก, การดูแลระหว่างตั้งท้อง, การดูแลก่อกคลอด, การดูแลหลังคลอด, พักฟื้นหลังคลอดธรรมชาติ, พักฟื้นหลังผ่าคลอด




จะเลือกคลอดแบบไหนดีเป็นเรื่องที่คุณแม่ทุกคนเป็นกังวล แล้วสิ่งที่คุณแม่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกวิธีคลอดมีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ


สิ่งต้องรู้ก่อนเลือกคลอด
ธรรมชาติ

+ เตรียมร่างกายเพื่อคลอดธรรมชาติ

  • สุขภาพ ร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว
  • อุ้งเชิงกรานไม่แคบเกินไป
  • ลูกและแม่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อชีวิตขณะคลอด เพราะถ้ามีความเสี่ยงคุณหมอจะผ่าตัดคลอดให้ เพื่อความปลอดภัยค่ะ

+ เวลาคลอดธรรมชาติ

กำหนดแน่นอนไม่ได้ ทั้งการเจ็บครรภ์และช่วงระยะเวลาการคลอด

+ กระบวนการคลอดธรรมชาติ

  • ระยะที่ 1 จะมีสัญญาณเตือน เช่น เจ็บท้องเป็นพักๆ น้ำเดิน มีหยดเลือดจางๆ อาการเจ็บท้องจะค่อยๆ ถี่ขึ้น และปากมดลูกจะค่อยๆ เปิด
  • ระยะที่ 2 ปากมดลูกจะเปิดเต็มที่ประมาณ 10 ซม. ฝีเย็บคุณแม่จะเป่งพอง เพราะศีรษะลูกดันเพื่อจะโผล่ออกมาให้ได้ ตอนนี้เองคุณหมอจะตัดฝีเย็บ และบอกให้หยุดเบ่ง เพราะจะมีลมเบ่งเป็นแรงขับดันจากภายในขับเคลื่อนเจ้าตัวน้อยออกมาเอง
  • ระยะที่ 3 คลอดรกซึ่งจะออกมาภายใน 15 นาทีหลังคลอดตัวลูก

+ หลังคลอดธรรมชาติ

เมื่อคุณหมอดูแลความเรียบร้อย ทำคลอดรก และเย็บแผลฝีเย็บให้แล้ว จะให้คุณแม่นอนพักในห้องคลอดเพื่อดูอาการอีก 2 ชั่วโมง แล้วย้ายไปพักผ่อนที่ห้อง พักฟื้น ช่วงเช้า-เย็นพยาบาลจะเอาไฟมาอังแผลฝีเย็บเพื่อให้แห้งเร็วขึ้น คุณแม่อาจจะรู้สึกตึงที่แผลนิดหน่อย แต่สามารถขยับตัวลุกนั่งและให้นมกับลูกได้

+ พักฟื้นหลังคลอดธรรมชาติ

คุณแม่ที่คลอดธรรมชาติจะฟื้นตัวและกลับมาสดชื่นได้เร็ว แม้ว่าจะเจ็บแผลบ้าง หลังคลอดคุณแม่จะอยู่พักฟื้นที่โรงพยาบาลประมาณ 3 วัน ก็สามารถกลับไปเลี้ยงลูกที่บ้านและทำงานเบาๆ ได้ตามปกติ แต่ช่วงแรกต้องดูแลแผลฝีเย็บเป็นพิเศษ



สิ่งต้องรู้ก่อนเลือกผ่าตัดคลอด


+ สาเหตุที่ต้องผ่าคลอด

  • ลูกไม่กลับหัวแต่เอาก้นลง
  • รกเกาะต่ำ
  • ลูกตัวโตกว่าเชิงกรานของแม่
  • ลูกในท้องมีภาวะขาดออกซิเจน หรือมีอันตรายที่ควรให้รีบคลอดออกมาทันที
  • แม่อาจมีโรคแทรกซ้อนที่เกิดอันตรายหากคลอดเอง เช่น เป็นความดันโลหิตสูง ครรภ์เป็นพิษ ฯลฯ หรือสายสะดือเคลื่อนออกทางช่องคลอด
  • การตัดสินใจของตัวคุณแม่เองและครอบครัว

+ เวลาผ่าคลอด

สามารถนัดหมายกับคุณหมอเพื่อกำหนดวันและเวลาผ่าคลอดได้ และเวลาที่ใช้ในการผ่าตัดก็ค่อนข้างแน่นอนคือประมาณ 1-2 ชั่วโมงค่ะ

+ กระบวนการผ่าคลอด

  • กรณีคุณแม่เลือกใช้วิธีการบล๊อกหลัง คุณหมอจะฉีดยาเข้าที่ไขสันหลังแล้วระหว่างผ่าตัดคุณแม่จะยังคงมีสติตลอดเวลา แต่ร่างกายส่วนล่างต่ำกว่าสะดือลงไปจะชา ทำอะไรก็ไม่รู้สึกระหว่างที่คุณหมอทำคลอด
  • กรณีเลือกวิธีดมยา คุณแม่จะสลบไปเลย ไม่รับรู้ว่าคุณหมอทำอะไรกับตัวเองบ้าง

+ หลังผ่าคลอด

  • คุณแม่ที่ดมยา หลังฟื้นจะรู้สึกเจ็บแผลผ่าตัดมาก เจ็บแน่นระคายคอ เพราะต้องใส่ท่อคาอยู่ในคอระหว่างผ่าตัด
  • คุณแม่ที่บล็อกหลัง หลังผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บทันที ยังชาต่ออีก 2-3 ชั่วโมง และในช่วงนี้คุณแม่ต้องนอนราบต่ออีกประมาณ 12 ชั่วโมง หลังผ่าตัดคุณแม่ต้องงดน้ำงดอาหารประมาณ 24 ชั่วโมงจึงจะกลับมาเริ่มกินอาหารอ่อนๆ ได้



+ พักฟื้นหลังผ่าคลอด

คุณแม่จะต้องนอนพักในโรงพยาบาลประมาณ 1 สัปดาห์ ช่วงนี้ต้องพยายามเดินหรือเคลื่อนไหวเพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด และการทำงานของระบบลำไส้ ยิ่งลุกขึ้นเดินมากเท่าไรแผลก็จะหายเร็วมากขึ้นเท่านั้น แต่อย่าเพิ่งยกของหรือออกกำลังกายหนักๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์


ความสัมพันธ์ของร่างกายระหว่างแม่กับลูก เป็นกลไกอันมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติจัดไว้ให้ระหว่างการคลอด เพราะฉะนั้นหากไม่มีความผิดปกติอะไร การคลอดธรรมชาติก็เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด และเพื่อให้การคลอดสมบูรณ์แบบที่สุดคุณแม่ควรเตรียมพร้อมทั้งกายและใจค่ะ



บทความแนะนำ

สูตรเด็ด! อาหารลดน้ำหนักจันทร์ถึงศุกร์
มื้อนี้ของหนู "ซุปผักมะกะโรนีไก่นุ่ม"
10 เมนูบล็อคโคลี่ ผักดีมีประโยชน์
สุดยอดสูตรน้ำสมุนไพรเรียกน้ำนม จากคุณแม่นักปั๊ม

Facebook Comment