การเปลี่ยนแปลงก่อนการเจ็บท้องคลอด

การเจ็บท้องคลอดนั้นนับเป็นกระบวนการตามธรรมชาติที่จะนำชีวิตใหม่ให้ออกมาเห็นโลกภายนอก ก่อนที่จะเจ็บท้องต้องมีการหดรัดตัวของมดลูก รวมทั้งมีการเปิดขยายของปากมดลูก ซึ่งแบ่งตามการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อมดลูกและปากมดลูก เริ่มตั้งแต่ระยะก่อนเจ็บครรภ์ระยะเตรียมมดลูกเพื่อการเจ็บครรภ์ ระยะเจ็บครรภ์คลอด และระยะกลับคืนสู่ภาวะปกติ

การเปลี่ยนแปลงก่อนการเจ็บท้องคลอดการเปลี่ยนแปลงก่อนการเจ็บครรภ์

1. ท้องลด การเปลี่ยนแปลงก่อนการเจ็บครรภ์ ส่วนล่างของมดลูกจะบางตัวลงเรื่อยๆ ขณะที่การตั้งครรภ์ก็ดำเนินไป ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อมดลูกส่วนล่างมีการยืดขยาย บางตัวลง และจะบางลงอย่างมากขณะเจ็บครรภ์ ในครรภ์แรก ส่วนนำของทารกจะเคลื่อนเข้าสู่ช่วงเชิงกราน 2-3 สัปดาห์ ก่อนการเจ็บครรภ์ทำให้ระดับของยอดมดลูกลดต่ำลง ซึ่งเรียกว่า ท้องลด

2. มูกเลือด การเจ็บครรภ์ที่ปกติจะมีปริมาณเลือดออกมาทางช่องคลอดเพียงเล็กน้อย 2-3 หยดเท่านั้น มักจะมีมูกปนออกมาด้วย ซึ่งเกิดจากการหลุดของเมือกที่อุดอยู่ที่ปากมดลูก แต่ถ้าเลือดออกมาปริมาณมาก ควรนึกถึงภาวะที่ผิดปกติของการตั้งครรภ์ เช่น รกเกาะต่ำ

ถ้าคุณแม่พบมีเลือดออก ส่วนใหญ่ของคุณแม่มักจะมีการเจ็บครรภ์มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ในบางรายการเจ็บครรภ์จริงอาจเกิดตามหลังการมีมูกเลือดออกทางช่องคลอดภายในไม่กี่ชั่วโมง ถึง 2-3 วันต่อมา

3. การเจ็บครรภ์ การวินิจฉัยจะแยกระหว่างการที่คุณแม่เจ็บครรภ์ลวงหรือเจ็บจริง เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การวินิจฉัยผิดพลาดอาจทำให้การดูแลรักษาไม่เหมาะสม และเกิดภาวะแทรกซ้อนกับคุณแม่และลูกในครรภ์ได้

การเจ็บครรภ์ลวงนั้น มดลูกจะหดรัดตัวไม่สม่ำเสมอ ช่วงระยะห่างของการหดรัดตัวแต่ละครั้งจะนาน ความแรงของการหดรัดตัวจะเท่าเดิมไม่เพิ่มขึ้น อาการปวดส่วนใหญ่จะอยู่ที่บริเวณท้องน้อย หากตรวจภายในจะพบว่าปากมดลูกไม่บางตัวหรือเปิดเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถทำให้ลดลงหรือหายด้วยการให้ยาแก้ปวด

การเจ็บครรภ์จริง มดลูกจะหดรัดตัวอย่างสม่ำเสมอ ค่อยๆ ถี่และแรงขึ้นเรื่อยๆ อาจทุก 15 นาที และต่อมาก็ทุก 5 นาที อาการเจ็บก็มากขึ้น อาการปวดจะเริ่มจากบริเวณยอดมดลูกและร้าวไปด้านหลัง ถ้าตรวจภายในจะพบว่าปากมดลูกบางตัว และเปิดเพิ่มมากขึ้น การให้ยาแก้ปวดในขนาดที่เหมาะสมนั้น ไม่มีผลต่ออาการเจ็บ แม้กระทั่งการให้ยาชาเฉพาะที่เข้าไขสันหลังก็ไม่สามารถลดความแรงและความถี่ของการหดรัดตัวของมดลูกได้

นอกจากนี้ยังมีอาการแสดงดังนี้ ได้แก่ มีมูกเลือดออกทางช่องคลอด และถุงน้ำคร่ำแตก ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อมดลูกหดรัดตัว แล้วความดันภายในถุงน้ำคร่ำสูงขึ้นทำให้ถุงน้ำคร่ำแตก

คุณแม่ที่รู้สึกว่ามีน้ำใสๆ คล้ายน้ำปัสสาวะไหลออกมาทางช่องคลอด ควรจะรีบมาโรงพยาบาล เนื่องจากในกรณีที่ถุงน้ำคร่ำแตกแล้ว ตาส่วนนำของเด็กยังไม่เข้าสู่เชิงกราน อาจทำให้เกิดภาวะสายสะดือย้อยซึ่งเป็นอันตรายทั้งต่อลูกในท้องได้

อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ คุณแม่อาจเกิดการเจ็บครรภ์ตามมาในไม่ช้าหลังจากถุงน้ำคร่ำแตก และถ้าการคลอดเนิ่นนานออกไปโดยเฉพาะหลังจากถุงน้ำคร่ำแตกนานเกิน 24 ชั่วโมง ก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อในโพรงมดลูกตามมาได้ แต่ในกรณีที่ถุงน้ำคร่ำแตกโดยไม่มีการเจ็บครรภ์ตามมาถือว่าเป็นภาวะสูติศาสตร์ผิดปกติ ซึ่งจำเป็นจะต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง

ทำไมปวดมดลูก
สาเหตุของการปวดในขณะที่มดลูกมีการหดรัดตัว ปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัด แต่อาจเกิดจากมีการกดของปมประสาทที่ปากมดลูก และส่วนล่างของมดลูก เนื่องจาก…
* กล้ามเนื้อเกิดการหดรัดตัวแน่นขึ้น
* หรือเกิดจากกล้ามเนื้อมดลูกขาดออกซิเจนขณะหดรัดตัวโดยกลไกเช่นเดียวกับการปวดจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
* หรือเกิดจากการยืดตัวของปาดมดลูกขณะมีการเปิดขยายเพิ่มขึ้น
* หรือเกิดจากการยืดตัวของเยื่อบุช่องท้องที่คลุมยอดมดลูก

ปากมดลูกบางตัวและเปิดเพิ่มขึ้น
คือการบางตัวของปากมดลูก ปกติในครรภ์ครบกำหนดปากมดลูกจะยาวประมาณ 2 เซนติเมตร เมื่อความยาวของปากมดลูกลดลงครึ่งหนึ่งแสดงว่าการบางตัวลงร้อยละ 50 ถ้าปากมดลูกบางตัวลงจนบางพอๆ กับแผ่นกระดาษ แสดงว่ามีการบางตัวจนสมบูรณ์แล้วนั่นเอง

การเปิดออกของปากมดลูกก็เพื่อให้ส่วนนำของทารก เคลื่อนผ่านออกมา ซึ่งจะทราบได้โดยการตรวจภายใน และใช้นิ้วคุณหมอวัดระยะห่างจากขอบของปากมดลูกด้านหนึ่งไปยังขอบอีกด้านหนึ่ง กะระยะห่างเป็นเซนติเมตร ซึ่งปากมดลูกต้องเปิดเต็มที่ประมาณ 10 เซนติเมตร ศีรษะของทารกจึงจะโผล่ออกมาได้

ในคุณแม่ท้องแรกปากมดลูกจะบางตัวเต็มที่ก่อน จึงจะเริ่มเปิดซึ่งมักเกิดขึ้นก่อนการเจ็บครรภ์จริง และเมื่อเจ็บครรภ์ก็จะทำให้ปากมดลูกเปิดออก และศีรษะของทารกจะถูกแรงหดรัดตัวดันให้เคลื่อนลงมาในช่องเชิงกรานอย่างช้าๆ

ส่วนในท้องหลังๆ ปากมดลูกบางตัวและเปิดออกพร้อมกันเมื่อมีการหดรัดตัวของมดลูกขณะเจ็บครรภ์ และศีรษะทารกจะเคลื่อนต่ำลงในช่องทางคลอด ซึ่งจะเร็วมากในบางครั้ง

บทความแนะนำ

อิ่ม อร่อย กับเมนูสับปะรด เมนูผลไม้หลายตา
ชวนมา Workshop ฟรี! 10 โรคยอดฮิตที่ไม่อยากให้ลูกติดเลย
ประมวลภาพความประทับใจรักลูกEF@hospitals ครั้งที่ 3
Q & A แม่ท้องใช้โน้ตบุ๊กได้มั้ย

Facebook Comment