กล่อมลูกน้อยให้หลับง่าย

การนอน,วิธีสร้างนิสัยการนอนที่ดี,หลับ,การเลี้ยงลูก,ลูกนอนหลับ


สาเหตุที่เด็กร้องไห้ คือการสื่อสารอย่างหนึ่งทางสังคมเพื่อบ่งบอกถึงอารมณ์และความต้องการ เช่น ลูกมักจะร้องไห้เมื่อหิวนม เหนื่อย หงุดหงิด ซึ่งอาจจะเกิดจากอากาศร้อนหรือเย็น ต้องการให้เปลี่ยนผ้าอ้อม ป่วยไม่สบาย หรือเวลาง่วงนอนบางคนก็ร้องไห้

วิธีสร้างนิสัยการนอนที่ดีและเทคนิคช่วยให้ลูกหลับง่าย

1. ส่งเสริมกิจกรรมระหว่างวันเมื่อลูกตื่นให้พูดคุยร้องเพลงหรือเล่นกับลูกในสิ่งแวดล้อมที่มีแสงสว่างและเสียงปกติ

2. เข้านอนเวลาเดิมหากิจกรรมและสร้างบรรยากาศในห้องให้ผ่อนคลาย เช่น ร้องเพลง อ่านนิทาน เปิดไฟสลัว คุยด้วยเสียงเบา สงบ ไม่เล่นเพื่อให้ลูกรู้ว่าเวลานอนไม่ใช่เวลาเล่น

3. อุ้มลูกวางบนเตียงขณะง่วงและตื่นอยู่ เพื่อให้เด็กเชื่อมโยงความสัมพันธ์การนอนและเตียงนอนพูดปลอบลูกด้วยประโยคเดิมๆ ซ้ำๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเช่น“นอนซะนะลูก” แล้วค่อยเดินออกจากห้อง

4. เวลากลางคืนการดูแลควรใช้ความนุ่มนวลนะคะ ถ้ารู้สึกว่าลูกโมโห โกรธ หรือร้องไห้นานอาจจะหอมแก้ม ลูบหัวเบาๆปลอบโยน เพื่อให้เขารู้สึกอบอุ่นจากนั้นค่อยออกจากห้องแต่ถ้าได้ยินเสียงร้องก็ค่อยกลับมาหอมแก้มใหม่ทำอย่างนี้หลายรอบหน่อย จนกว่าเด็กจะเมื่อยล้าและหลับไปเอง

5. ให้ลูกกอดตุ๊กตา เพราะการกอดจะช่วยให้เด็กรู้สึกอบอุ่นและวางใจ แต่อาจจะติดตุ๊กตาได้ ดังนั้นหลังที่ลูกหลับสนิทแล้วคุณแม่ควรดึงตุ๊กตาเปลี่ยนให้กอดหมอนข้างจะดีกว่าค่ะ

6. ปล่อยให้ร้องไห้และออกมาจากห้อง วิธีคือเมื่อแม่ส่งลูกเข้านอนแล้วให้รีบออกจากห้องและกลับมาอีกครั้งภายใน 30 นาทีเพื่อปลอบเขาแล้วออกมาจากห้องอีกครั้ง ถ้าลูกยังร้องอยู่ให้รออีก5นาทีแล้วค่อยเข้าไปปลอบใหม่ พยายามทำอย่างนี้ทุกวันและเพิ่มเวลาการเข้ามาปลอบจาก 5 นาทีเป็น 10 นาที จะสังเกตว่าลูกจะเหนื่อย และหลับได้เองในที่สุดค่ะ วิธีนี้อาจยากสักหน่อยเพราะบางคนอาจร้องไห้นาน พ่อแม่คงต้องทำใจทนฟังเสียงร้องไห้ แนะนำให้ใช้นาฬิกาจับเวลาหากลูกไม่ร้องแต่ยังไม่ยอมนอนก็ไม่ควรเข้าไปหา แล้วขณะที่นั่งรอลูกหลับพยายามอย่าสนใจกับเสียงร้องกวนหรือเฝ้าสังเกตลูกมากเกินไปให้ทำเป็นไม่สนใจเพื่อปล่อยให้ลูกหลับโดยธรรมชาติ วันต่อมาก็ค่อยๆ เพิ่มระยะห่างที่นั่งเฝ้าออกไปทุกๆ วัน จนในที่สุดแค่เพียงมาส่งลูกเข้านอนที่ห้องเท่านั้นค่ะ




บทความแนะนำ

จ๊อกกิ้ง (jogging)…ช่วยลูกปลอดภัยจากความเร็ว
ปกป้องเด็กจากมนุษย์มหาภัย
ต่อมทอนซิล (Tonsil) ตัดทิ้งดีหรือไม่
ท้องเสียระหว่างตั้งครรภ์ อันตรายกับลูกในท้องไหม

Facebook Comment