เช็กสัญญาณ ทารกปวดหัวไม่ใช่เรื่องดีแน่


ทารกแรกเกิด - 1 ปี ระบบภูมิต้านทานยังทำงานไม่สมบูรณ์ ไม่แข็งแรง มีความเสี่ยงติดเชื้อโรคได้ง่าย ที่สำคัญบริเวณกระหม่อมหน้ายังไม่ปิด เมื่อลูกเป็นหวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือมีการติดเชื้อทางเดินหายใจ จะส่งผลให้ส่วนเชื่อมต่อระหว่างคอ จมูก และหู ติดเชื้อต่อๆ กันได้ ทำให้ลูกทารกรู้สึกปวดหู และปวดหัวค่ะ

สัญญาณว่าลูกปวดหัว
  • ใช้มือจับ ถู ตี ขยี้ บริเวณศีรษะ หรือใบหน้า ดึงผมหรือดึงหูตัวเอง
  • งอแง ร้องกวนกว่าปกติ ดูหงุดหงิด
  • ไม่กินนม ไม่กินอาหาร
  • สีหน้าไม่สดชื่น ไม่แจ่มใส ซึม หรือความรู้สึกตัวลดลง
  • ไม่ค่อยขยับตัว ไม่ค่อยขยับแขนขา หรือขยับได้ไม่เท่ากัน
  • มีไข้ อาเจียน มีน้ำมูก มีน้ำหรือหนองออกจากหู
  • กระหม่อมหน้าโป่งนูน แข็งตึง 
ปวดหัวจากโรคร้ายแรง 

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และสมองอักเสบ จากการติดเชื้อหวัด และหูน้ำหนวก แล้วเชื้อเข้าสู่เยื่อหุ้มสมอง สังเกตอาการได้จากกระหม่อมหน้าของลูกจะโป่งตึง ทารกบางคนอาจเกิดน้ำหนองคั่งอยู่ภายใน ทำให้ปวดหัวมากขึ้น มีไข้สูง อาเจียนพุ่ง และระบบประสาทต่างๆ ทำงานผิดปกติ เช่น ซึมลง ไม่ค่อยดูดนม ไม่ขยับตัว ไม่ขยับแขนขา ตาดำมองต่ำลงตลอดเวลา (sunset eyes) ถือเป็นสัญญาณอันตราย ที่เสี่ยงเสียชีวิตได้ 
           
โรคไข้เลือดออก ที่พบบ่อยคือภาวะเลือดออกในสมองจากเส้นเลือดผิดปกติ หรือจากเนื้องอก  และโรคเนื้องอกในสมอง แต่เกิดน้อยมากในทารกแรกเกิดหรือเด็กเล็ก    

ปวดหัวจากพฤติกรรมพ่อแม่และสิ่งแวดล้อม 
  • การใส่หมวก ผ้าคาดผม หรือสายรัดศีรษะ ที่รัดแน่นเกินไปหรือมีน้ำหนักมาก  มากดบริเวณศีรษะ จึงทำให้ลูกปวดหัว เพราะฉะนั้นระวังอย่าให้รัดแน่นเกินไป รวมทั้งการใส่เป็นเวลานานก็ทำให้ลูกเจ็บหรือปวดหัวได้เช่นกัน
  • อุ้มเขย่า (Baby Shaken Syndrome) การเล่นกับลูกเล็กแรงๆ ด้วยความรักและมันเขี้ยว หรืออุ้มเขย่า โยน อาจทำให้เส้นเลือดในสมองของลูกฉีกขาด เลือดออกในสมอง และเพิ่มแรงดันในสมองทำให้เด็กปวดหัวมากขึ้น และมีโอกาสเสียชีวิตได้
  • อุบัติเหตุ โดยเฉพาะการตกจากที่สูง เช่น ตกเตียง ตกบันได ตกเก้าอี้ อาจทำให้เลือดออกในสมอง ลูกจะปวดหัวมาก และเสี่ยงเสียชีวิต



 

บทความแนะนำ

กินยาแก้แพ้ ลูกเป็นอันตรายหรือไม่
3 ท่า ลาขาดตะคริวคุณแม่
พัฒนาการทั่วไปของทารกแรกเกิด 1- 7 วัน
รีวิวยาสีฟันผสมฟลูออไรด์สำหรับเด็ก

Facebook Comment