4S ไม่ใช่โรคใหม่ พ่อแม่ต้องระวัง


สตาฟิโลค็อกคอล สเกลด์ สกิน ซินโดรม หรือ Staphylococcal scalded skin syndrome (SSSS) เป็นโรคติดเชื้อทางผิวหนัง ที่ชื่อว่า สตาฟิโลค็อกคอล ออเรียส (Staphylococcal aureas) เป็นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ตามผิวหนังของคนเราทั่วไป มีโอกาสเกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะเด็กทารกแรกเกิดหรือเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ เนื่องจากชั้นผิวหนังของเด็กเล็กยังไม่แข็งแรงสมบูรณ์ ซึ่งนอกจากจะได้รับเชื้อจากผิวหนังของตนเองแล้ว เด็กยังมีโอกาสรับเชื้อจากการสัมผัสตัวของผู้ใหญ่ด้วยค่ะ
 
ลักษณะอาการ
มีไข้สูง ร้องกวน ผิวหนังแดงทั้งตัว โดยเฉพาะที่ดวงตาและรอบปากรอบจมูกและลำคอ ภายใน 24-48 ชั่วโมง จะมีแผลพุพอง เป็นตุ่มน้ำ ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันทีลูกจะเกิดภาวะผิวหนังสูญเสียน้ำ เมื่อถูบริเวณผิวจะมีการลอกหลุดได้ง่าย หรือที่เรียกว่า Nikosky’s sign positive ลักษณะคล้ายผิวไหม้หรือถูกน้ำร้อนลวก

ลักษณะที่สำคัญของการติดเชื้อ Staphylococcal aureas อาจเกิดได้ตั้งแต่อวัยวะชั้นตื้นๆ เช่น ผิวหนัง ชั้นใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลือง หรืออวัยวะที่ลึกลงไป เช่น กระดูกและข้อ ไต ตับ เชื้ออาจจะสามารถหลุดเข้าสู่ระบบเลือดหรือแพร่กระจายทางเลือดโดยตรง ทำให้เกิดโรคที่อวัยวะต่างๆ เช่น กระดูก ปอด และลิ้นหัวใจ
 
การรักษา
เด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล และให้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีดคลุมเชื้อแบคทีเรีย S.aureus ระวังปัญหาการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ทางผิวหนัง รวมทั้งให้ยาทาผิวหนัง ส่วนใหญ่ผิวหนังจะหายเป็นปกติภายใน 1 สัปดาห์ โดยไม่มีแผลเป็นที่
การรักษาอาจต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่หายเป็นปกติแน่นอน ในระยะที่ผิวลอกหมอจะให้ใช้ยาทาเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง ที่สำคัญโรคนี้จะต้องดูแลให้ถูกวิธี เพราะเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน อย่างการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมาก นอกจากนี้ถ้าได้รับการรักษาช้า เชื้อดื้อยา หรือมีการติดเชื้อที่รุนแรง เชื้อแพร่กระจายเข้ากระเเสเลือดก็เสียชีวิตได้เช่นกัน
 
การป้องกัน
1. ให้ลูกกินนมแม่ตั้งแรกเกิดจนถึง 6 เดือน หรือนานที่สุด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

2. อุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้าของลูก ต้องสะอาดอยู่เสมอ

3. ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำยาฆ่าเชื้อที่แพทย์รับรองว่าปลอดภัยสำหรับเด็กในการทำความสะอาดเสื้อผ้า ของใช้ และร่างกายของเด็ก

4. ควรตัดเล็บลูกให้สั้น เพื่อป้องกันการขีดข่วนผิวหนังให้เป็นแผล ซึ่งเป็นช่องทางที่เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายลูก

5. ก่อนสัมผัสเด็กเล็ก ผู้ใหญ่ควรล้างมือด้วยสบู่ฆ่าเชื้อและเช็ดทำความสะอาดให้แห้ง

6. อย่าให้คนแปลกหน้า กอด หอม หรือจับบริเวณใบหน้าของลูก 

7. สำหรับเนอสเซอรี่ที่รับเลี้ยงเด็ก ควรเป็นแหล่งปลอดเชื้อ ถูกสุขลักษณะ มีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเป็นประจำ

8. พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ในบ้านควรดูแลสุขลักษณะ ไม่ควรใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน  

9. หลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปในที่ที่แออัดและผู้คนพลุกพล่าน เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ
 
 
ขอบคุณข้อมูลจาก แพทย์หญิงฐิตาภรณ์ วรรณประเสริฐ กุมารแพทย์ผิวหนังเด็ก, www.ncbi.nlm.nih.gov 
ภาพจาก tophat.com

บทความแนะนำ

เบรนสคูลครบรอบ 12 ปี จัดสัมนาสร้างสรรค์คืนกำไรให้ลูกค้า
Q & A ลูก 7 เดือนมีปาน ศัลยกรรมได้มั้ย
เมนูรสหวานธรรมชาติ เมนูอาหารเด็กวัย 6-12 เดือน
ถึงเวลานอนแล้วลูก

Facebook Comment