พ่อแม่เป็นเริม อาจทำลูกเสี่ยงตาย


เพราะเด็กทารกมีภูมิต้านทานไม่มาก การสัมผัสกับทารกแรกเกิดโดยตรงจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการติดเชื้อโรคร้ายรุนแรงอย่าง "เริม" ของผู้ใหญ่ค่ะ
 
เชื้อเริมมาจากผู้ใหญ่

โรคเริมเกิดจากเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ซิมเพล็กซ์ (Herpes simplex virus หรือ HSV) มี 2 ชนิดคือ HSV1 ก่อให้เกิดการติดเชื้อในช่องปากและริมฝีปาก และ HSV2 เป็นการติดเชื้อที่อวัยวะเพศ เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์  

ทารกเสี่ยงเริมตั้งแต่คลอด

ซึ่งเชื้อเริมที่ทำให้ทารกเสี่ยงเสียชีวิตนั้น ตัวหลักมาจากเชื้อที่เกิดจากเพศสัมพันธ์ และติดเชื้อที่จุดซ่อนเร้น แล้วเชื้อนี้แพร่กระจายไปสู่ทารก โดยทารกติดเชื้อนี้ได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ผ่านทางเยื่อหุ้มทารก โดยเฉพาะภายในเวลา 4-6 ชั่วโมง หลังคุณแม่น้ำเดิน หรือถุงน้ำคร่ำแตก รวมทั้งช่วงเวลาขณะคลอด ที่ทารกติดเชื้อได้ผ่านทางช่องคลอด หรือจุดซ่อนเร้นของคุณแม่ ซึ่งอาจมีแผลเริมหรือตุ่มน้ำใสอยู่ จะยิ่งเสี่ยงมากขึ้นเมื่อแม่คลอดเอง

ซึ่งในหากแม่มีประวัติ หมอจะพิจารณาผ่าคลอดให้เพื่อป้องกันการติดเชื้อสู่ทารก และทารกยังติดเชื้อเริมได้ในช่วงเวลาหลังคลอดด้วย ผ่านการสัมผัสจากบุคคลที่มีเชื้อเริมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อเริมสายพันธุ์ไม่รุนแรง เกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ภูมิต้านทานในร่างกายของตัวเองต่ำลง แล้วบังเอิญได้รับเชื้อเริมเข้าสู่ร่างกาย กระทั่งเชื้อเริมแสดงผล โดยเกิดแผลเริม หรือตุ่มน้ำใสบริเวณริมฝีปาก แต่เมื่อสัมผัสทารกที่มีภูมิต้านทานไม่แข็งแรง ย่อมส่งผลรุนแรงต่อร่างกายและสมองก่อนเด็กจะโตเป็นผู้ใหญ่
 
อาการเมื่อได้รับเชื้อขณะคลอด

- อาการทางร่างกายจะแสดงออกช่วง 5-11 วันหลังคลอด จะมีตุ่มน้ำใสขึ้นบริเวณผิวหนัง ตา ปาก ของทารก พ่อแม่จะเห็นได้ชัดเจน จอประสาทตาอักเสบ เยื่อบุตาอักเสบ และอวัยวะสำคัญอื่น ๆ ทำงานผิดปกติ เช่น สมอง ตับ ปอด หัวใจ และต่อมไร้ท่อ
 - อาการที่รุนแรงจะแสดงออกช่วง 8-17 วันหลังคลอด ทารกอาจชัก สมองมีขนาดเล็ก มีโพรงน้ำในสมอง เพราะเกิดความผิดปกติที่ระบบประสาท แต่จะไม่มีไข้ ทารกจะซึมลง งอแง ร้องกวน ไม่ค่อยดูดนม ความตึงของกล้ามเนื้อไม่ดี ร่างกายอ่อนปวกเปียก อาเจียน หายใจผิดปกติ ปากเขียว ตัวเหลือง ผิวมีผื่นสีม่วง และอาจหยุดหายใจได้ ซึ่งทารกที่ติดเชื้อเริมเสี่ยงเสียชีวิตถึง 50% หรือมีโอกาสรอดแต่สมองจะพิการ
 
อันตรายจากเริม

เด็กวัยอนุบาลก็มีโอกาสติดเชื้อเริมและเสี่ยงเสียชีวิตได้เช่นกัน สาเหตุจากการสัมผัสคนที่เป็นเริม หรือการถูกล่วงละเมิดทางเพศ พ่อแม่ต้องระมัดระวังอันตรายและดูแลความปลอดภัยของลูกอย่างยิ่ง
 
การป้องกัน

- เริ่มตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ ควรฝากครรภ์และไปพบแพทย์ตามนัดเสมอ หมั่นสังเกตตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณจุดซ่อนเร้นของแม่ว่าพบตุ่มน้ำใสหรือไม่ หรือเกิดแผลบริเวณริมฝีปากหรือไม่ หากพบควรแจ้งแพทย์เพื่อตรวจรักษา และวางแผนในการคลอดต่อไป
 
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสทารกแรกเกิด ด้วยการหอมแก้ม จูบร่างกาย เมื่อพบว่าตัวเองมีแผลเริมบริเวณที่ปาก หรือมีตุ่มน้ำใส จากอาการอื่น ๆ
 
- ควรใช้ช้อนกลางตักอาหาร งดหลอดดูด หรือดื่มน้ำแก้วเดียวกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพื่อลดอัตราการติดเชื้อเริม


หากพ่อแม่มีการป้องกันและดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง อัตราการติดเชื้อทั้งตัวพ่อแม่เองย่อมน้อยลง การติดเชื้อสู่ลูกวัยทารกก็ย่อมลดลงเช่นกัน และควรระมัดระวังการสัมผัสทารกหลังคลอดจากบุคคลอื่น เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่าบุคคลเหล่านั้นจะพาเชื้อโรคอะไรมาติดลูกเราบ้าง

บทความแนะนำ

ที่เที่ยวราชดำเนิน! 5 สถานที่ต้องตกหลุมรัก
อาหารเรียกพลัง เมื่อลูกป่วย
เตือนพ่อแม่! จุกแก้วน้ำที่ไม่เคยเปิดออกมาล้าง ภาพที่เห็นทำเอาผวา
พาลูกไปเล่นสวนสนุกต้องระวัง! พ่อสุดโหดเตะเด็กที่ชนลูกตัวเองล้ม

Facebook Comment