เช็คทักษะทางการสื่อสารของลูกวัย 1-3 ปี ว่าผิดปกติไม่

ชวนคุณพ่อคุณแม่มาเช็กลูกวัย 1-3 ปี ของคุณมีพัฒนาการการพูด พัฒนาการการได้ยิน และการเข้าสังคมเหมาะสมรึเปล่า แค่ไหนที่เป็นสัญญาณเตือนความผิดปกติที่ต้องใส่ใจ

การพูดในเด็ก1-3 ปีนี้จะเริ่มพูดคำศัพท์ได้บ้างแล้ว และเข้าใจความหมายด้วย ลูกเริ่มเรียนรู้และเข้าใจแล้วว่าการพูดสามารถช่วยสื่อสารในสิ่งที่ต้องการได้ เช่น "อุ้ม อุ้ม" พอใกล้จะสองขวบพัฒนาการทางภาษาจะค่อยๆดีขึ้น จากพูดคำศัพท์ได้ไม่กี่คำก็เพิ่มขึ้นมากมาย และยังเข้าใจความหมาย และรู้จักผสมคำเข้าด้วยกันได้แล้ว เริ่มใช้ประโยคง่ายๆ เช่น "อุ้มหนูหน่อย" และบอกความรู้สึกของตัวเองได้เช่น "เจ็บ" "คัน" "หิว" ฯลฯ

ออทิสติก, พัฒนาการทางร่างกาย, พัฒนาการทางการพูด, พัฒนาการการได้ยิน, พัฒนาการเด็ก, การเลี้ยงลูก, การเลี้ยงเด็ก, ทักษะการเข้าสังคม, ลูกขาดความมั่นใจ


สัญญาณเตือนพัฒนาการการพูดผิดปกติ

เด็กในวัย 9 เดือน ถึง 13-14 เดือนส่วนใหญ่จะเริ่มพูดเป็นคำๆ เช่น ปาป้า แม่ มา ปะ(ไป) ฯลฯ แต่ถ้าเลย 15 เดือนแล้วยังไม่ยอมพูดหรือยังไม่เข้าใจสิ่งที่คุณสื่อสารด้วย ไม่สบตา ไม่สนใจสิ่งที่คุณพูด หรือพ้นวัย 3 ขวบแล้วยังไม่พูด หรือพูดไม่ชัด แบบนี้ลูกอาจมีปัญหาที่ควรได้รับการตรวจหรือฝึกฝนการพูดจากผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ


  • พัฒนาการทางสังคม

เด็กช่วง 2 ขวบยังยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ยังชอบเล่นคนเดียวอยู่ แต่เริ่มขยายขอบเขตความสัมพันธ์กับคนอื่นมากขึ้น แต่เด็กจะมีทักษะการเข้าสังคมกับเพื่อนดีแค่ไหนนั้น คนสำคัญคือพ่อแม่ เพราะคือเพื่อนเล่นคนแรกของลูกค่ะ ยิ่งใกล้ชิดและเล่นกับลูกบ่อยๆ เด็กย่อมมีพัฒนาการสังคมที่รุดหน้ากว่าเด็กที่ถูกทิ้งให้อยู่กับของเล่นไม่มีชีวิตทั้งวันแน่ค่ะ

เด็กจะเริ่มสนใจเล่นกับเพื่อน จะพัฒนาชัดขึ้นในช่วงปลายขวบปีที่สอง เพียงแต่จะยังกล้าๆ กลัวๆ ไม่ค่อยมั่นใจ จะเดินไปไหนก็ต้องดึงแม่ไปด้วยตลอดเวลา และวัยนี้แม้จะชอบเล่นกับคนอื่น แต่ก็ยังไม่เข้าใจความหมายของการแบ่งปัน เลยดูเหมือนจะเป็นเด็กหวงของอยู่สักหน่อย แต่เรื่องนี้ลูกจะค่อยๆเรียนรู้และเข้าใจได้เมื่อโตขึ้นค่ะ


สัญญาณเตือนพัฒนาการทางสังคมผิดปกติ

ถ้านับวันลูกจะยิ่งปลีกตัวเอง เล่นคนเดียว ไม่ค่อยสนใจเวลาเห็นเด็กวัยเดียวกันเล่นสนุก ซึมเซาไม่ร่าเริงตามวัย หรือเวลาใครเล่นด้วยคุยด้วย ก็มักแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง หรือเล่นแรงๆ ชอบเล่นในลักษณะทำร้ายคนอื่น แบบนี้คงต้องช่วยกันปรับพฤติกรรมของลูกค่ะ

แต่ก็พบว่า เด็กๆที่พ่อแม่ไม่ค่อยพูดคุยด้วย ไม่เอาใจใส่ ปล่อยให้อยู่กับตัวเองเสมอๆ มักจะกลายเป็นเด็กขาดความมั่นใจ อ่อนไหว ไม่กล้าสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ หรือถ้าเด็กที่พ่อแม่ชอบเล่นด้วยแรงๆ ก็คงต้องระวังเพราะลูกจะติดเอาพฤติกรรมแบบนี้ไปเล่นกับเพื่อนได้ โดยไม่รู้ว่าเด็กกับผู้ใหญ่มีวิธีรับมือการเล่นที่รุนแรงแตกต่างกัน



  • พัฒนาการทางการได้ยินและเข้าใจความหมาย

การได้ยินของเด็กเป็นพัฒนาการที่แตกต่างจากการพูดอย่างเห็นได้ชัด เพราะลูกได้ยินเสียงตั้งแต่อยู่ในท้องของคุณแม่เลย เพียงแต่การตอบสนองจะค่อยๆเพิ่มมาก ขึ้นในเดือนถัดๆไป พร้อมๆไปกับการรับรู้เข้าใจความหมายที่มากขึ้นตามไปด้วย เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตความผิดปกติของการได้ยินของลูกได้ตั้งแต่ขวบปีแรกเลย

ส่วนใหญ่แล้วช่วงขวบปีที่สองที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษก็คือ ลูกเข้าใจความหมายในสิ่งที่ได้ยินหรือไม่ เพราะเด็กวัยนี้จะเข้าใจความหมายที่คุณชี้นำหรือสั่งให้ทำได้ซับซ้อนขึ้น เช่น ถ้าคุณแม่สั่งให้เก็บของเล่นและเอาไปใส่ไว้ในกล่องของเล่น ลูกจะสามารถปฏิบัติตามคำสั่งทั้งสองคำสั่งที่ซ้อนกันอยู่ได้แล้วค่ะ

สัญญาณเตือนความผิดปกติ

ถ้า 2 ขวบไปแล้วลูกยังมีปัญหาในการเข้าใจความหมายของคำสั่งง่ายๆที่คุณสื่อสารด้วย แบบนี้คงไม่ดีแน่ค่ะ มีข้อสังเกตที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ การไม่เข้าใจความหมาย การไม่สื่อสารกับพ่อแม่และคนคุ้นเคยนี่อาจเป็นส่วนหนึ่งของอาการ "ออทิสติก" ได้ค่ะ อาการที่ว่านี้เป็นลักษณะ ของการทำงานที่ผิดปกติของสมองบางส่วน เด็กจะมีลักษณะปลีกตัวเอง ไม่สบตา ไม่พูดไม่สื่อสารกับใคร อยู่ในโลกของตัวเองที่ปิดกั้นการสื่อสารกับคนอื่น และยากที่คนอื่นจะเข้าใจลูกได้ด้วย

คงจะเห็นแล้วว่า พัฒนาการอื่นๆของลูกเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนหากมีการพัฒนาที่ช้าหรือเร็ว ซึ่งผิดกับด้านการพูด การได้ยิน การสื่อสาร หรือการมีปฏิสัมพันธ์เข้าสังคมกับบุคคลอื่น ที่ต้องอาศัยการให้โอกาสให้เด็กได้ฝึก ได้ใช้ รวมถึงการสังเกต การเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดของพ่อแม่ จึงจะทันท่วงทีหากมีปัญหาใดๆเกิดขึ้น



บทความแนะนำ

6 วิธี ช่วยลดและปลดหนี้สิน
โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ คิดสนุก คิดสร้างสรรค์
Q & A ลูกมีเหงื่อเยอะแม้อากาศเย็น
เลือดล้างหน้าเด็ก คืออะไร ?

Facebook Comment