ปกป้องเด็กจากมนุษย์มหาภัย

ในโลกเรานี้มิใช่มีเพียงผู้ใหญ่ที่รู้สึกรักเด็ก เป็นห่วงเด็กเท่านั้น ยังมีผู้ใหญ่ (และคนที่ยังไม่ทันจะเป็นผู้ใหญ่)อีกประเภทหนึ่ง ที่กลับมองเห็นเด็กๆ ในวัยไร้เดียงสา คือ "เหยื่อ" ผู้ใหญ่เหล่านี้จะคอยจ้องทำร้ายเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกาย หรือทำร้ายทางเพศ บางคนชอบเอาเปรียบเด็กต่างๆ นานา เช่น ใช้แรงงานเด็ก หรือล่อลวงให้หาเงินให้โดยการกระทำผิดกฎหมาย

toddler_Momypedia.com

"มนุษย์มหาภัย" เป็นใครได้บ้าง
บางคนดูภายนอกไม่รู้เลยว่าจะเป็นอันตรายต่อลูกเรา... บางคนดูมีสถานะทางสังคมที่น่าไว้วางใจได้ เช่น แพทย์ ครู พระ บาทหลวง คนขับรถโรงเรียน พี่เลี้ยง บางคนก็ยังเป็นเด็กที่ดูไร้เดียงสาไม่น่ามีอันตราย เช่น เด็กโตที่เป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียน หรือลูกของเพื่อนบ้าน และบางคนก็เป็นคนสนิทกับครอบครัวเรา หรือแม้กระทั่งญาติที่ใกล้ชิดที่สุดของเรา !

ในบรรดาการกระทำรุนแรงต่อเด็กนี้ การกระทำรุนแรงทางเพศเป็นสิ่งที่พ่อแม่กลัวมากที่สุด พ่อแม่บางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่เปล่าเลย ในสังคมปัจจุบันสิ่งยั่วยุทางกามารมณ์มากมายเพียงพอที่จะส่งผลให้คนขาดความยับยั้งชั่งใจ กระทำผิดอย่างไม่เกรงกลัวการลงโทษจากกฎหมาย ประกอบกับค่านิยมชายไทยที่ชอบ “เอ๊าะเอ๊าะ” ทำให้เกิดความเห็นดีเห็นงาม เห็นว่าไม่ใช่สิ่งเลวร้ายในการมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้เป็นผู้จัดหาเองแต่เป็นผู้ซื้อบริการ เราจะเห็นได้จากข่าวคราวในหน้าหนังสือพิมพ์ไม่นานมานี้ว่าคนเหล่านี้มีทั้งวุฒิสมาชิก ครู นักธุรกิจ หรือแม้กระทั่งตำรวจ

"ซาตาน" ในร่าง "นักบุญ"

กลุ่มคนนี้ หลายคนมีครอบครัว มีลูกของตัวเอง แต่มักจะเข้ามาหาเด็กๆ ในคราบของ "ผู้ใหญ่แสนใจดี" พูดจากับเด็กๆ ไพเราะ เอาใจเก่ง มีของเล่น มีขนมมาหลอกล่อ

ถ้าเป็นเด็กโต "ผู้ใหญ่แสนใจดี" นี้ก็จะเป็นเพื่อนคุยที่คุยได้ในเรื่องที่เด็กสนใจ รู้จักปลอบโยน รับฟังปัญหาร้อยแปดอย่างเข้าอกเข้าใจแบบที่พ่อแม่เทียบไม่ติดทีเดียว!

สรุปก็คือ เด็กๆ จะอยากอยู่ใกล้ อยากพูดคุยและคล้อยตามมนุษย์มหาภัยพวกนี้ยิ่งกว่าพ่อแม่ของตัวเอง แถมบางคนยังตีสนิทกับพ่อแม่ได้อย่างดีเยี่ยม คนอันตรายพวกนี้จึงมักจะฉวยโอกาสเมื่อพ่อแม่เด็กไว้วางใจ ตายใจ หรือเลือกเด็กที่มีพ่อแม่ประเภทปล่อยปละละเลยไม่เอาใจใส่ลูกมาเป็นเหยื่อของตน

เมื่อได้อยู่กับเด็กตามลำพัง ก็จะเริ่มการทำอนาจารเด็ก จากการจับต้อง ลูบคลำ ไปจนถึงขนาดมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก บางรายจะเริ่มต้นด้วยการพูดจาหว่านล้อม หรือหลอกล่อเด็กด้วยขนม-ของเล่น เปิดหนังโป๊ วีดีโอลามกให้เด็กๆ ดู บางรายอาจใช้ยา เครื่องดื่มมึนเมา หรือโปะยาสลบ ก่อนการคุกคามด้วยกำลังกาย หรือบางรายถึงกับใช้อาวุธด้วยก็มี!

มีหลายรายถึงกับตั้งกล้องถ่ายรูป หรือถ่ายวีดีโอ (ลามก) กระทำการทางเพศกับเด็กๆ เพื่อเผยแพร่หาเงิน (สนองตัณหาพวกจิตวิปริตด้วยกัน) หรือเพื่อแบล็คเมล์ ไถเงินพ่อแม่ของเด็กที่ตกเป็นเหยื่อด้วย

เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว พ่อแม่จะปกป้องลูกรักได้อย่างไร ไปดูกันครับ....

วิธีปกป้องลูกรักจากภัยทางเพศ

1.สอนให้ลูกรู้ในสิทธิส่วนตัวของตน

ร่างกายของลูกเป็นของลูก คนที่ไม่รู้จักสัมผัสไม่ได้ คนที่รู้จักสัมผัสได้เป็นบางส่วน เช่น ศีรษะ มือ บางส่วนเป็น "ของต้องห้าม" "ของลับเฉพาะ” "ของส่วนตัวของเด็ก" ไม่ให้ใครสัมผัสโดยเด็ดขาดเลย เช่น ก้น นม อวัยวะเพศ หากมีใครมาสัมผัสร่างกายส่วนต้องห้าม หรือส่วนไหนของลูกแล้วลูกรู้สึกอึดอัด ไม่ชอบใจก็ให้พูดชัดๆ ไปเลยว่า "ไม่" หรือปัดป้องแล้วรีบเดินหนีทันที บอกลูกว่า "อย่าทำตาม" ที่คนเหล่านั้นบอก

อีกกรณีหนึ่งที่ต้องสอนลูกไว้เลยคือ อย่ายอมหากมีใครมาบอกให้จับอวัยวะเพศของเขา (พ่อแม่อาจสอนเรื่อง อวัยวะเพศโดยให้เด็กดูรูปคนซึ่งเป็นรูปวาดลายเส้น และชี้ให้เด็กดูพร้อมกับถามถึงอวัยวะต่างๆ เช่น หัว มือ ขา ก่อนที่จะชึ้ไปที่อวัยวะเพศและถามว่าอะไร ถ้าเด็กไม่รู้พ่อแม่อาจเรียกว่าที่ฉี่ หรือ จู๋ หรือ จิ๋ม ก็เป็นคำศัพท์ที่เด็กรับได้) หรือหากมีคนมาจับมือของเด็กแล้วนำไปสัมผัสอวัยวะเพศของเขา ถ้าเจอเช่นนี้ก็ให้พูดดังๆ ว่า "ไม่" แล้วรีบเดินหนีไปเลย ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ผู้ใหญ่มาจับของต้องห้ามของเด็กหรือเอามือเด็กไปจับของของเขาเด็กต้องบอกว่าไม่ และเดินหนีไป และต้องมาบอกพ่อแม่ทันทีว่าใครทำ "ห้ามเงียบ”

2. สอนให้ลูกรู้จักเล่ห์กลของมนุษย์มหาภัย เช่น ไม่ไปกับคนแปลกหน้า หรือคนไม่รู้จักโดยเด็ดขาด คนที่รู้จักแม้ภายนอกจะดูสะอาดสะอ้าน แสนใจดี แสนตลกอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใสก็ไม่ควรวางใจทันที หากมีพฤติกรรมแปลกๆ เช่น พยายามกันเด็กออกมาจากกลุ่มเพื่อน ให้มาอยู่กับเขาตามลำพัง ชวนให้ช่วยบีบนวด ชวนให้เล่นเกมที่มีการถูกเนื้อต้องตัว ชวนให้จับของลับของสงวน ถ้าเป็นเด็กโตหน่อยอาจถูกชวนดูหนังโป๊ วีดีโอลามก ชวนกินยากินเหล้า สอนให้เด็กรู้ว่านี่เป็นแผนล่อลวงเพื่อจะทำร้ายเด็กทั้งสิ้น ให้เด็กรีบปฏิเสธและหนีไปที่อื่นให้เร็วที่สุด

3. พ่อแม่ต้องให้ความรัก ความใกล้ชิด และสิ่งสำคัญคือความเข้าใจ รู้จักรับฟังลูกอย่างสม่ำเสมอ (โดยไม่ช่างติช่างบ่น) ทำให้ลูกมั่นใจอุ่นใจให้ได้ว่า พ่อแม่รักลูกนะ เมื่อลูกมีสิ่งใดในใจ สามารถบอกพ่อแม่ได้ทุกเรื่องด้วยความสบายใจ และพ่อแม่จะแก้ปัญหาให้

ถ้าคุณทำได้ ลูกจะมั่นใจว่าพ่อแม่เป็นที่พึ่งอันประเสริฐที่สุด ไม่ต้องเสี่ยงไปแสวงหาความอบอุ่นจากที่ใดอีก เพราะมนุษย์มหาภัยพันธุ์นี้มักเลือกกระทำเด็กที่ดูเหงาหงอยว้าเหว่ มีประวัติว่ามีปัญหาทางบ้าน

4. อย่าคะยั้นคะยอลูก ทั้งๆ ที่ลูกน้อยทำท่าอึดอัดเต็มที่ คุณพ่อคุณแม่ (บางคน) ก็ยังไม่เลิกคะยั้นคะยออยู่นั่นแล้ว..

"แม่บอกให้หนูหอมแก้มคุณลุงเดี๋ยวนี้! ..."

"ให้พี่เค้าอุ้มแป๊ปเดียว แหม! ไม่ต้องหวงหรอก "

"นวดขาให้น้าแค่นี้ ทำหน้างอ... น้าซื้อขนมให้หนูทุกวันเลยนะ....."

ถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนเป็นแบบนี้ บ่อยๆ เข้าเด็กจะรู้สึกไปเลยว่ามันเป็น "หน้าที่" ของเด็ก ที่ผู้ใหญ่หน้าไหนก็ได้มีสิทธิในเนื้อตัวของแกได้ทุกอย่าง โดยไม่มีสิทธิขัดขืนใดๆ

5. ถ้าลูกเดินเข้ามาหาและเล่าเรื่องมีคนจ้องจะกระทำมิดีมิร้าย (หรือถูกกระทำอย่างไรก็แล้วแต่) ขอให้พ่อแม่ควบคุมอารมณ์และตั้งใจฟังอย่างใจเย็น อย่าเอะอะโวยวาย ตีโพยตีพาย คาดคั้นเอาเป็นเอาตายกับเด็ก หรือในกรณีเด็กโต บางครั้งพ่อแม่จะตอบสนองด้วยการตำหนิติเตียนลูกสารพัด การวิตกกังวลสูง ไม่สามารถควบคุมอารมณ์อยู่ ไม่ว่าจะแสดงออกในรูปแบบของความเป็นห่วงมากเกินไป หรือการด่าทอลูก หาว่าลูกไม่ระวังตัว ล้วนส่งผลร้ายต่อเด็กที่มีความกลัวอยู่แล้วให้กลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก

ลูกไม่ว่าเล็กหรือโตเมื่อมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น เขาต้องการคนปลอบใจ รับฟังปัญหา ระบายความคับข้องใจ ต้องการให้พ่อแม่ปลอบโยน ให้กำลังใจ เพื่อให้เข้มแข็งขึ้น และฝ่าฟันความกลัว ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นไปได้ด้วยดี หากคุณกลับโมโหโทโส หรือควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ลูกก็จะผิดหวังในตัวพ่อแม่ และเกิดความรู้สึกผิด โกรธ และโทษตัวเองมากขึ้น ซึ่งเป็นผลเสียต่อจิตใจของเด็กในระยะยาวต่อไป

6. เด็กที่ถูกทำร้าย ถูกทารุณทางเพศมักจะมีอาการฝันร้าย สะดุ้งตื่นเวลากลางคืน บางคนอาจมีอาการคลุ้มคลั่งอาละวาด บางคนมีอาการเก็บตัว ซึมเศร้าเหม่อลอย บางคนมีพฤติกรรม "ถอยกลับ" ไปสู่วัยเด็กเล็ก เช่น ปัสสาวะรดที่นอน กลัวความมืด ดูดนิ้ว ไม่กล้าอยู่คนเดียว หากลูกคุณมีอาการผิดปกติดังกล่าว นอกจากเหตุทางร่างกาย เช่น การเจ็บป่วย หรือนอกจากเหตุทางจิตใจอื่นๆ เช่น ความเครียดจากการเรียน เพื่อนแกล้ง ครูดุแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรคิดถึงการถูกทำร้ายทางเพศด้วยเสมอ

7. ในโลกยุคคอมพิวเตอร์ ช่องทางการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรจับตาดู มีเด็กมากมายที่ชำนาญและเรียนรู้ได้เร็วมากจนพ่อแม่ตามไม่ทัน ดังนั้นในครอบครัวที่มีเด็กโต พ่อแม่ควรสอดส่องและตักเตือนภัยที่แฝงมากับการติดต่อทางอินเตอร์เน็ต เช่น การส่งข้อความทางอีเมล์ หรือแช็ตรูม เป็นต้น

การหาที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และการนัดหมายกันนอกบ้านก็เป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง ดังที่เป็นข่าวซึ่งจบลงด้วยโศกนาฏกรรมหลายต่อหลายราย


จาก "เหยื่อ" มาเป็น "ผู้กระทำ"

คนที่ชอบกระทำรุนแรงทางเพศต่อเด็ก มักเติบโตมาในครอบครัวที่มีปัญหา ขาดความอบอุ่น ไม่ได้รับการดูแลที่ดีในวัยเด็ก เคยถูกกระทำรุนแรงทางเพศมาก่อน และมีแบบอย่างของพฤติกรรม>ความรุนแรงในครอบครัว บางคนทำไปเพราะมีอาการทางจิต จัดอยู่ในกลุ่มพวกชอบเด็ก คือพวกที่ชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก ภาษาทางจิตวิทยาเรียกพวกนี้ว่า "พีโดฟีเลีย-Pedophilia"...มนุษย์มหาภัยประเภทนี้แฝงตัวอยู่ในทุกเพศ ทุกวัย และทุกสถานะอาชีพครับ


บทความแนะนำ

ใช้บัตรเครดิต อย่างรู้ทัน
วันเที่ยว ตรุษจีนปีนี้ ไปเที่ยวที่ไหนดี
แม่ตั้งครรภ์..กินยา ต้องระวัง!
ลูกเป็นโรคซึมเศร้ามั้ย เช็ก!

Facebook Comment