อย่าปล่อยให้ลูกอ้วน เพราะอาจทำให้สติปัญญาล่าช้า


น้ำหนักที่มากเกินในวัยเด็ก สามารถส่งผลอันตรายต่อสุขภาพและกระทบต่อพัฒนาการทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม รวมถึงสติปัญญาของลูกได้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรเอาใจใส่หาวิธีรับมือ และจัดการให้โรคอ้วนห่างไกลลูกค่ะ
 
สาเหตุที่ลูกอ้วน
 
อ้วนเพราะกิน ด้วยพฤติกรรมการกินของเด็กๆ ที่ชอบกินอาหารฟาสต์ฟู้ด ไม่ชอบกินอาหารที่มีประโยชน์ เขี่ยผักในจานทิ้ง ไม่ชอบกินผลไม้ แต่กินไอศกรีม ดื่มเครื่องดื่มผสมน้ำตาลและน้ำอัดลมเป็นของหวาน แล้วอย่างนี้จะไม่อ้วนได้อย่างไร
 
อ้วนเพราะติดเล่น ไม่ว่าจะเล่นเกมคอมพิวเตอร์ เล่นโทรศัพท์ หรือดูการ์ตูนผ่านจอโดยที่มีขนมขบเคี้ยววางอยู่เต็ม และไม่ค่อยชอบที่จะออกไปวิ่งเล่นหรือออกกำลังกาย เด็กลงพุงจึงมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ
 
อ้วนเพราะป่วย อาการป่วยบางอย่างก็ทำให้เด็กเป็นโรคอ้วนได้ เช่น โรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อที่ทำให้ร่างกายมีปัญหาเกี่ยวกับระบบเมตาบอลิซึม หรือการเผาผลาญอาหารและไขมันในอัตราที่น้อยนั่นเอง
 
อ้วนตามพ่อแม่ พันธุกรรมก็เป็นสาเหตุหนึ่งของความอ้วนได้ค่ะหากประกอบกับ Life Style การใช้ชีวิตของผู้ใหญ่ในครอบครัวที่เสี่ยงกับโรคอ้วน ทั้งเมนูอาหารการกินประจำบ้านและกิจกรรมที่ทำล้วนส่งต่อมาให้รุ่นลูกได้ทั้งนั้น ที่น่าเป็นห่วงคือหากมีโรคอื่นๆ ที่เกิดจากความอ้วน เช่น โรคไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และเบาหวาน แนบมากับพันธุกรรมด้วยยิ่งเป็นอันตรายกับลูก
 
อ้วนกระทบสติปัญญา
 
- วัย 1-3 ขวบ เป็นช่วงที่สมองของลูกเติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็ว เป็นวัยทองแห่งการเรียนรู้ ความเฉลียวฉลาด และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ซึ่งต้องได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากพ่อแม่ เพื่อให้สมองลูกมีพัฒนาการเต็มศักยภาพ เขาจะเป็นเจ้าหนูจำไม ช่างเจรจา ช่างซักถาม และสามารถสื่อสารกับพ่อแม่ได้มากขึ้น
 
- ในเด็กวัยเล็กมาก ความอ้วนอาจส่งผลต่อการทำงานของสมอง ทำให้สมองซีกซ้ายและขวาทำงานไม่สมดุลกัน กระทบต่อพัฒนาการด้านสติปัญญาของลูกได้ และเมื่อลูกเริ่มมีสังคม พัฒนาการด้านสติปัญญาของลูกอาจถูกกระทบจากการสูญเสีย Self Esteem ไปกับการถูกล้อเลียน การรู้สึกไม่มีตัวตนในสังคม การด้อยคุณค่า จนไม่กล้าแสดงออกทางความคิด สงสัยแต่ไม่กล้าถาม ลูกก็จะไม่เกิดการเรียนรู้
 
3 วิธีลดความอ้วน
 
1. กินกับข้าวฝีมือพ่อแม่ การทำกับข้าวกินเอง ทำให้ได้เลือกวัตถุดิบคุณภาพมาปรุงเป็นอาหารหลากหลายให้ลูกกินครบ 5 หมู่ ทั้งข้าว เนื้อสัตว์ ไขมัน ผักและผลไม้ ซึ่งคุณแม่อาจทำตามวิธีต่อไปนี้ควบคู่กันค่ะ และในหนึ่งวันควรมีเมนูผักทุกมื้อ และให้ลูกชินกับการดื่มน้ำเปล่า แทนน้ำหวาน น้ำอัดลม หรือของหวานที่ไม่มีประโยชน์ เป็นต้น
 
2. ชวนลูกออกกำลังกายเผาผลาญความอ้วน ไม่ว่าจะด้วยการเดินหรือวิ่งเล่นอย่างอิสระ การให้ลูกได้ช่วยงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ บ้าง เช่น รดน้ำต้นไม้ให้ หยิบของเล็กๆ น้อยๆ ให้ แต่อย่าคาดหวังผลงานชิ้นเลิศนะคะ เพราะรางวัลที่ดีเยี่ยมคือการที่เขาได้ออกแรงลงมือช่วย ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ เผาผลาญพลังงาน ที่สำคัญคือได้เก็บเกี่ยวความภาคภูมิใจให้ตัวเองค่ะ
 
3.  ต้นแบบที่ดีจากพ่อแม่ เพราะไม่ว่าจะกิน วิ่ง เดิน พ่อแม่ต้องทำสิ่งเหล่านั้นไปกับลูกด้วย ไม่ใช่ตัวเองนอนเอกเขนกกินขนมอยู่หน้าทีวี หรือจิ้มเกมในโทรศัพท์มือถือ แล้วชี้มือบอกให้ลูกไปวิ่งเล่น สั่งให้กินผัก อย่างนี้ไม่มีประโยชน์ค่ะ พ่อแม่ต้องแสดงให้ลูกเห็นว่าควรกินของแบบไหนร่างกายถึงจะได้ประโยชน์ ต้องออกแรงอย่างไรให้ร่างกายแข็งแรง
 
ถ้าทำตามคำแนะนำแล้ว เชื่อว่าโรคอ้วนจะหายไป ลูกจะเติบใหญ่ตามพัฒนาการและทั้งครอบครัวก็จะมีสุขภาพที่ดีค่ะ

บทความแนะนำ

คุณแม่รู้ไหม? มีอะไรในไข่ไก่ 1 ฟอง
โรคลิ้นหัวใจรั่วในเด็ก
Shaken Baby Syndrome เขย่า อันตราย!
อาหารเรียกพลัง เมื่อลูกป่วย

Facebook Comment