Ear pit อักเสบ ภัยเงียบของเด็กมีรูเล็กๆ ข้างหู

Ear pit, รูหูอักเสบ, มีรูตรงหู, Ear pit อักเสบ, การผ่า Ear pit, โรคภัยในเด็ก, เด็กเรียนว่ายน้ำ, ภัยเงียบ, การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ปี

แม่ๆ คงจะเคยสงสัยเจ้ารูเล็กๆ ข้างหูว่ามันคืออะไร และมันจะอันตรายต่อลูกมั้ย รักลูกเองก็เคยนำเสนอเรื่องนี้มาแล้วก่อนหน้านี้ เจ้ารูหูนี่เรียกว่า ‘พรีออริคูลา ไซนัส’ (preauricular sinus) หรือ Ear pit เป็นรูเล็กๆ ที่อยู่ข้างหู เกิดจาก เป็นกระบวนการสร้างรูหูที่ไม่สมบูรณ์ขณะตั้งครรภ์

ซึ่งปกติแล้วหากไม่ได้กดรูนี้เล่น หรือเอาอะไรแหย่เข้าไปก็จะไม่เกิดอันตรายใดๆ แต่บางครั้งหากไม่ระวัง เจ้า Ear pit นี้ก็เป็นภัยเงียบได้เช่นกัน 
Ear pit, รูหูอักเสบ, มีรูตรงหู, Ear pit อักเสบ, การผ่า Ear pit, โรคภัยในเด็ก, เด็กเรียนว่ายน้ำ, ภัยเงียบ, การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ปี
Ear pit แบบปกติ (คลิกอ่านบทความ)
 
ล่าสุดคุณแม่ท่านหนึ่งได้โพสเตือนแม่ๆ ในเว็บไซต์พันทิบดอทคอม ว่าลูกสาวมีอาการ Ear pit อักเสบ โดยคุณแม่คาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากการพาลูกไปเรียนว่ายน้ำ ซึ่งก่อนหน้านี้คุณแม่เล็งเห็นความสำคัญของการว่ายน้ำเป็น และคำนึงถึงความปลอดภัยจากอุบัติเหตุเด็กจมน้ำ จึงให้ลูกไปเรียนว่ายน้ำแต่เล็กๆ

รักลูกได้สอบถามไปทางคุณแม่โม ซึ่งใช้ล็อกอินของคุณพ่อมาตั้งกระทู้ คุณแม่โมเล่าให้ฟังว่า

"น้องโมจิเรียนดำน้ำได้ 4-5 เดือน ตอนนั้นสามารถดำน้ำได้แล้ว วันหนึ่งน้องกลับมาบ้านแล้วพบว่าหูข้างซ้ายมีอาการบวมเล็กน้อย จึงพาไปพบแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง คุณหมอให้ยาแก้อักเสบมากินเพื่อให้หนองด้านในออกมาหรือทำให้ยุบไป หากหนองออกมาไม่ได้ก็จำเป็นต้องผ่า
Ear pit, รูหูอักเสบ, มีรูตรงหู, Ear pit อักเสบ, การผ่า Ear pit, โรคภัยในเด็ก, เด็กเรียนว่ายน้ำ, ภัยเงียบ, การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ปี

ส่วนอาการของน้อง หลังผ่านไป 1 วัน เริ่มมีอาการปวด งอแงค่อนข้างบ่อย โดยเฉพาะตอนนอน เมื่อผ่านไป 2-3 วัน ก็เริ่มกินข้าวได้น้อยลง กินแต่นมแม่ และนอนหลับไม่สนิท มักจะตื่นมาร้องไห้เพราะปวดแผลบ่อยมาก"

คุณแม่จึงพาน้องกลับไปที่โรงพยาบาลเดิม แต่เนื่องจากน้องยังเป็นเป็นเด็กเล็กคุณหมอไม่สามารถผ่าได้จึงแนะนำให้ไปโรงพยาบาลเฉพาะทางสำหรับเด็กซึ่งคุณแม่ก็ได้ติดต่อไปที่โรงพยาบาลรามาธิบดี 
Ear pit, รูหูอักเสบ, มีรูตรงหู, Ear pit อักเสบ, การผ่า Ear pit, โรคภัยในเด็ก, เด็กเรียนว่ายน้ำ, ภัยเงียบ, การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ปี

เมื่อไปถึงโรงพยาบาลรามาธิบดี ด้วยความที่เป็นเคสฉุกเฉิน คุณหมอประเมินว่าน้องต้องผ่าหนองออกให้เร็วที่สุด เพราะบวมแดงใหญ่มาก ซึ่งก็ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีในการผ่า มีพยาบาล 2 คน พร้อมคุณแม่และคุณพ่อช่วยกันจับตัวน้อง เนื่องจากการผ่าฝีค่อนข้างเจ็บ และมีหลายขั้นตอน จึงต้องช่วยกันจับตัวไม่ให้น้องดิ้น 

"หลังการผ่าทำการรักษาปกติ หากใครเคยเป็นฝีจะทราบว่าต้องคว้านทำความสะอาดแผลต่อเนื่องเพื่อป้องกันการเกิดหนอง เด็ก 1 ขวบกับการคว้านล้างแผลโดยยัดผ้าก๊อซ เช้า-เย็น หลังๆ ขอหมอทำแค่ 1 ครั้งต่อวันเพราะแม่แทบใจสลาย" 

เพาะคุณหมอที่โรงพยาบาลรามาธิบดีได้แจ้งให้ทำการล้างแผล เช้า-เย็น ทุกวัน ห้ามขาด จนกว่าแผลจะแห้ง เพราะจะเป็นต้นเหตุของการติดเชื้อ และเกิดหนองใหม่ คุณหมอเรียกว่าการล้างแผลแบบก๊อซเดรน คือการนำผ้าก๊อซเล็กๆ ชุปเบตาดีน ยัดไปในรูที่กรีดหนองออก
 
Ear pit, รูหูอักเสบ, มีรูตรงหู, Ear pit อักเสบ, การผ่า Ear pit, โรคภัยในเด็ก, เด็กเรียนว่ายน้ำ, ภัยเงียบ, การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ปี
 
"เราว่าเป็นผู้ใหญ่ก็คงเจ็บและแสบมาก แต่นี่น้องอายุแค่ 1 ปี ร้องลั่นห้องเลยค่ะ เราเองต้องส่งน้องล้างแผลโรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้าน เพราะถ้าให้ไปถึงโรงพยาบาลรามาธิบดีทุกวันเพื่อล้างแผลไกลมากค่ะ วันแรกของการล้างแผลเช้า-เย็น โรงพยาบาลได้ให้พยาบาลเป็นคนทำแผล ซึ่งต้องบอกจริงๆ ค่ะ ว่าพยาบาลไม่ชำนาญ ใช้เวลายัดก๊อซน้องนานมาก และยัดไม่เข้า น้องก็เจ็บมากร้องจนไม่มีเสียง และเราได้สังเกตรอบเช้าและเย็น พยาบาลที่ทำก๊อซเดรน เปลี่ยนคนตามรอบเช่นกัน วันถัดมาเราเลยคุยกับแพทย์เฉพาะทางโรงพยาบาลเอกชนให้ทำแผลให้น้อง (ซึ่งปกติแพทย์จะให้พยาบาลทำเป็นส่วนใหญ่) เนื่องจากพยาบาลเองไม่ชำนาญด้วย และการทำก๊อซเดรนถ้าเปลี่ยนคนทำแผล พยาบาลแต่ละคนจะทราบได้อย่างไรว่าต้องยัดก๊อซลึกไปท่าไหร่ ซึ่งคุณหมอยินดีจะทำก๊อซเดรนให้น้อง คุณหมอน่ารักมาก เพราะจริงๆ จะต้องตรวจดูความตื้นของแผลด้วยว่ามีการติดเชื้อด้านในหรือไม่ ถ้าใครเกิดกรณีแบบนี้ต้องแจ้งให้แพทย์ช่วยดูเป็นพิเศษค่ะ"

คุณแม่โมบอกว่าแผลน้องใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 7-10 วันถึงจะเริ่มแห้งดี ซึ่งทุกวันที่พาไปล้างแผลคุณย่าคุณยายที่ไปส่งต้องขอเฝ้าอยู่หน้าห้อง และไๆม่ขอไปช่วยจับหลาน เพราะสงสารนั่นเอง ส่วนคุณแม่บอกได้คำเดียวว่าใจแทบจะสลายเลยทีเดียวค่ะ

ส่วนเรื่องการผ่าตัด Ear pit นั้นคุณแม่โมต้องการให้น้องโตกว่านี้สักหน่อย ขณะเดียวกันข้อมูลเรื่องการผ่่าตัดในประเทศไทยนั้นยังมีน้อย ระหว่างรอตัดสินใจนี้จึงต้องหาข้อมูลก่อนเพื่อนความมั่นใจว่าจะไม่เกิดอันตรายกับลูก  
 
Ear pit, รูหูอักเสบ, มีรูตรงหู, Ear pit อักเสบ, การผ่า Ear pit, โรคภัยในเด็ก, เด็กเรียนว่ายน้ำ, ภัยเงียบ, การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ปี

คำแนะนำจากแม่โม

1. สำหรับเด็กที่เป็น Ear pit คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นตรวจดูสิ่งสกปรกและทำความสะอาดบริเวณรูข้างหู Ear pit เป็นประจำ เพราะบางทีรูเล็กๆจะมีของเหลวหรือไขมันออกมา บางทีมีลักษณะเหมือนขี้หูเล็กๆ ออกมา ก็เช็ดออกได้ค่ะ

2. ในส่วนของเด็กเล็กที่จะต้องมีกิจกรรมทางน้ำ อาจจะเลี่ยงไปก่อนหรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ลองหาวิธีป้องกันดู ความจริงเด็กๆ เล่นน้ำปกติก็ไม่น่าจะมีปัญหา กรณีของน้องเกิดการอักเสบเกิดมาจากการดำน้ำ เพราะน้องเรียนว่ายน้ำและเริ่มดำน้ำได้ประมาณ 3 วินาทีแล้ว หากคุณพ่อคุณแม่ที่ลูกเป็น Ear pit แล้วเรียนว่ายน้ำและต้องดำน้ำแนะนำให้หาอะไรปิดรู Ear pit เพื่อป้องกันแรงดันขณะดำน้ำ
 

Tips ป้องกัน Ear pit สำหรับเด็กเรียนว่ายน้ำ

1. ชั้นแรกใช้พลาสเตอร์กันน้ำหาซื้อได้ทั่วไป ตัดเป็นวงกลมเล็กๆ เฉพาะส่วนที่เป็นพลาสติก
2. หาเทปกาวสำหรับผิวหนัง (หาซื้อได้ตามร้านขายยา) ปิดทับอีกที เพื่อป้องกันชั้นแรกหลุด (ชั้นที่สองขนาดจะใหญ่กว่าชั้นแรก)
ซึ่งเทปในชั้นที่สองจะไม่สามารถกันน้ำได้ แต่จะช่วยยึดชั้นแรกไม่ให้หลุด โดยชั้นแรกจะเป็นตัวป้องกันแรงดันน้ำที่จะเข้าไปในรู Ear pit การติดแผ่นทั้ง 2 ชั้นอาจมีน้ำซึมบ้าง แต่หลักการคือการป้องกันแรงดันขณะดำน้ำ

ซึ่งผลจากการใช้แผ่นป้องกันคือลูกสามารถกลับไปว่ายน้ำได้เหมือนเดิมมากกว่า 20 ครั้งแล้วค่ะ ส่วนใครที่เป็นห่วงอาการน้องโมจิ คุณแม่โมบอกว่าทุกวันนี้น้องร่าเริงเป็นปกติ สนุกสนาน และตลกเหมือนเดิมค่ะ 

สุดท้ายคุณแม่โมได้ให้แง่คิดดีๆ กับเราว่า "สำหรับครอบครัวเราเอง เราและสามีเห็นว่าลูกชอบเล่นน้ำตั้งแต่เด็ก จนส่งไปเรียนว่ายน้ำ และมาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ซึ่งหลายๆ คนก็คงตั้งคำถาม ว่าทำไมยังส่งลูกไปว่ายน้ำอีก ทั้งๆ ที่อาจมีโอกาสเกิดขึ้นอีก เราและสามีคุยกันค่ะ คิดแล้วคิดอีกว่าจะให้เลิกดีหรือไม่ แต่สุดท้ายเรามองว่า วันนึงน้องเองก็ต้องไปเจอวิชาว่ายน้ำในโรงเรียนอยู่ดี และลูกเองก็ชอบเล่นน้ำ เอาเป็นว่าหาทางป้องกันดีกว่า แล้วพอได้เวลาที่เหมาะสมก็พาน้องไปผ่า Ear pit ออก ก็เหมือนกับถ้าวันนึงเราเดินเหยียบหนามแล้วทิ่มตำเท้าขึ้นมา ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะเลือกที่จะไม่เดินอีกต่อไป

เรามองว่า ถ้าอย่างนั้นก็หาอะไรป้องกันดีกว่าไหม ใส่รองเท้าไหม รองเท้าบางไปยังทะลุและทำให้เราเจ็บอีก เปลี่ยนวัสดุรองเท้าให้ทนขึ้นดีกว่าไหม ถ้าเราเลือกที่จะหยุดเดินหรือเลี่ยงมัน เราจะเสียโอกาสที่จะเจออะไรดีๆ ข้างหน้ารึป่าว เราเลยอยากที่จะเผชิญหน้าและแก้ปัญหากับสิ่งที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น และวันนึงเราเองก็จะสอนลูกแบบนี้เช่นกันค่ะ

อยากแชร์ข้อมูลให้คุณพ่อ คุณแม่ที่ลูกเป็น Ear pit รับทราบ เพราะไม่อยากให้เกิดกับใคร และเป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจผ่าออก เพราะเราเคยหาในอินเตอร์เน็ตแล้วข้อมูลเรื่อง Ear pit ในเด็กเล็กมีน้อยมากค่ะ"








 

บทความแนะนำ

มาผ่อนคลายร่างกายในวันหยุดพักผ่อนกันเถอะ
คลายร้อนด้วยอาหารธาตุเย็น
Q & A ลูก 8 เดือน ฟันไม่ขึ้นกินอาหารเสริมมีปัญหา?
7 กีฬาสุดเจ๋งที่ช่วยให้ลูกสูงขึ้นได้

Facebook Comment