4 วิธี ป้องกันลูกพูดโกหก ที่พ่อแม่ช่วยแก้ไขได้

ป้องกันลูกพูดโกหกหรือพูดเท็จกับพ่อแม่ ก่อนลูกจะกลายเป็นพิน็อคคิโอน้อย เพราะเด็กวัย 4-5 ปีนี้ ช่างพูดช่างคุย มีเรื่องถามได้ไม่รู้จักหยุด แต่ถ้าวันหนึ่งคุณพบว่าเรื่องที่ลูกพูดนั้น ไม่น่าจะเป็นจริง หรือว่าลูกกำลังพูดโกหกกับเรา จะทำอย่างไรดี ถ้าลูกพูดโกหกกับเราจริงๆ


เด็กในวัย 4-5 ปี ยังไม่เข้าใจความหมายของคำว่าโกหก ค่ะ ถึงเราจะรู้ว่าลูกพูดโกหก แต่ในเจตนาของเขา ไม่ได้มีเจตนาจะหลอกลวงอะไร การพูดไม่ตรงความจริงของเขาเป็นแค่วิธีที่เขาเรียนรู้ว่าถ้าทำแบบนี้เขาจะไม่โดนดุหรือโดนตี จึงใช้วิธีการโกหกเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนทำโทษจากพ่อแม่ เท่านั้นเอง ไม่มีเจนตนาโกหก ในความหมายแบบผู้ใหญ่

เรื่องที่เป็นต้นเหตุให้เด็กๆ ต้องโกหก มีสาเหตุไม่เยอะ เป็นต้นว่า

- อยากได้ของของเพื่อน เช่น หนูจุกเห็นยางลบก้อนใหม่ของเพื่อนวางอยู่บนโต๊ะข้างๆ เกิดความรู้สึกอยากได้ เมื่อหนูแหวนเผลอ มือน้อยๆ ของจุกก็เอื้อมไปหยิบยางลบนั้นมาใส่กระเป๋าของตัวเอง หนูแหวนเริ่มหายางลบที่หายไป เมื่อเธอหันไปถามหนูจุก ได้คำตอบว่า เปล่านะ ไม่เห็นเลย การพูดไม่ตรงความจริงเพียงไม่กี่คำเท่านี้ หนูจุกก็ได้ยางลบก้อนนั้นมาแล้ว

- หนูนิดเดินเข้าไปในครัวเพื่อหยิบแก้วมารินน้ำดื่ม เกิดพลาดทำแก้วหล่นจากมือ คุณแม่ได้ยินเสียง จึงเดินเข้ามาถามว่าใครทำแก้วแตก ทั้งที่คุณแม่ก็รู้ะ แต่หนูนิดกลัวความผิดบอกคุณแม่ไปว่า "หนูเปล่าทำนะ อยู่ดีๆ มันก็แตกเองค่ะ"

- น้องบอยกำลังติดทีวีช่วงเย็น เมื่อคุณพ่อถามถึงการบ้านวันนี้ ด้วยความกลัวว่าจะต้องทำการบ้าน น้องบอยจึงบอกว่าไม่มี ครูไม่ได้ให้ เพื่อที่จะได้ไม่มีภาระอะไรมาขวางกั้นการดูทีวีของน้องบอย


ตัวอย่างที่ยกมาข้างต้นพบได้บ่อย ซึ่งเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นที่เด็กๆ เริ่มพูดโกหกแบบไม่ตั้งใจ เพราะฉะนั้นก่อนที่พิน็อคคิโอน้อยของเราจะจมูกยาวขึ้น พ่อแม่ต้องใส่ใจให้ความสำคัญอย่าเห็นว่าลูกยังเล็ก จนทำให้การโกหกคำเล็กๆ ของลูกวันนี้พัฒนากลายเป็นนิสัยประจำตัวหรือเป็นการโกหกคำโตในวันข้างหน้า

หนูเลิกโกหกแล้วค่ะ

การปรามเด็กที่ชอบพูดโกหก ทำได้ไม่ยาก เพราะเด็กๆ คิดอะไรก็ทำอย่างนั้น หากพ่อแม่ใส่ใจและไม่ปล่อยให้อะไรที่ไม่ดีไม่งามผ่านหูผ่านตาไปได้ง่ายๆ ขออนุญาตนำประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญส่วนตัวในการกำราบเด็กโกหกอย่างคุณแม่ดิฉันมาบอกกันค่ะ.. เมื่อรู้ว่าลูกโกหกสิ่งที่คุณแม่ทำ คือ


1. พูดคุยกันด้วยเหตุผล

การที่หนูจุกเอายางลบของคนอื่นไป คุณแม่ต้องช่างสังเกตถึงสิ่งแปลกปลอมในกระเป๋าหนูจุก ใครเจอเหตุการณ์แบบนี้อย่าเพิ่งโวยวายไป ทำนิ่งๆ ไว้ก่อน ลองถามลูกว่า "ของนี้เจ้าได้แต่ใดมา" ดูสิคะว่าเขาจะตอบอย่างไร หากตอบความจริงก็ดีไป แต่หากลูกโกหกบอกว่าของตัวเองหรือครูให้ ลองคุยต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องคาดคั้น ถ้าลูกพูดโกหกคุณแม่จะรู้เอง เพราะว่าลูกจะพูดไม่เหมือนเดิม เดี๋ยวก็หลุดจนเราจับได้เองค่ะ


เมื่อรู้ว่าลูกของเราพูดไม่ตรงความจริง จับเข่าคุยกันด้วยเหตุผล หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง พูดให้ลูกเข้าใจว่าถ้าเขาโดนเพื่อนทำเช่นนี้บ้าง เขาจะชอบไหม รู้สึกอย่างไร หรืออาจบอกลูกว่าของที่ลูกมีสวยกว่าตั้งเยอะ ให้ลูกได้มีโอกาสตอบคำถามของเราด้วยตัวเขาเองเพื่อประเมินความรู้สึก บอกให้ลูกรู้ด้วยว่าการโกหกเป็นเรื่องที่ไม่น่ารัก เป็นสิ่งที่ใครๆ ไม่ยอมรับ เมื่อคุยกันเข้าใจแล้วเราควรให้ลูกนำของชิ้นนั้นไปคืนเพื่อน อย่าลืม...ชมความกล้าหาญที่เขายอมรับและกล้าที่จะเอาของไปคืนเพื่อนด้วยนะคะ

ที่สำคัญอย่าปล่อยเลยตามเลย เพราะเด็กวัยนี้เขาเรียนรู้ว่าการที่คุณแม่รู้แล้วไม่ว่ากล่าว ตักเตือน หมายความว่าสิ่งที่เขาทำดีแล้ว นอกจากเปิดทางยอมรับนิสัยพูกปดแล้วยังไปเพาะนิสัยขี้ขโมยแถมให้ลูกอีกอย่างโดยไม่รู้ตัวด้วยค่ะ


2. สอนลูกยอมรับความจริง

หากการโกหกเป็นไปเพื่อการเอาตัวรอดอย่างที่หนูนิดทำแก้วแตกแล้วกลัวคุณแม่ว่ากล่าว วิธีง่ายๆ คือคุณแม่อย่าต่อว่าลูกแรงๆ หรือทำโทษ แต่ใจลูกถ้าดุแล้วเขาอาจจะกลัวและเป็นบ่อเกิดแห่งการพัฒนาการโกหกให้ก้าวหน้าแนบเนียนขึ้นเพื่อหลีกหนีการดุว่า


ฉะนั้นหากลูกทำของเสียหายก็ให้อภัยเถอะค่ะ แก้วแตกไปแล้วไม่เป็นไร คุณควรบอกลูกว่า คราวหน้าคราวหลังระวังหน่อยนะลูก แล้วช่วยกันเก็บเศษแก้ว อาจจะให้ลูกแค่หยิบถังผงให้แม่หรือช่วยอะไรเล็กๆ น้อย เพื่อให้เขาได้มีส่วนรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำ

การดุไม่เป็นผลดี คุณแม่ควรทำให้ลูกรู้ว่าเด็กที่พูดความจริง ยอมรับในสิ่งที่ทำ คือคนที่กล้าหาญ เป็นลูกที่น่าภูมิใจ พยายามซื้อความไว้ใจจากลูกค่ะ ไม่ว่าลูกจะทำไม่ดียังไงขอให้พูดความจริงขอให้บอกกับแม่ เด็กจะเชื่อใจเพราะรู้ว่าแม่เข้าใจ แทนการลงโทษหรือโวยวายก็เปลี่ยนไปสอนวิธีระมัดระวังให้ลูกจะดีกว่าค่ะ


3. รู้จักรับผิดชอบ

หากลูกบอกไม่มีการบ้านเพราะห่วงดูทีวี อันนี้คุณพ่อคุณแม่ควรตรวจเช็กและเอาใจใส่กับสมุดการบ้านของลูกด้วยตัวเอง อาจจะถามจากคุณครูตอนที่ไปรับลูกก็ได้ หากพบว่าลูกเริ่มไม่พูดความจริงแล้วล่ะก็ อย่าปล่อยไว้ค่ะ คุยกันด้วยเหตุผล สอนให้ลูกรู้จักหน้าที่และความรับผิดชอบ โดยบอกลูกว่าหากรีบทำการบ้านอย่างตั้งใจลูกจะใช้เวลาไม่นานและลูกจะได้ดูทีวีรายการโปรด ช่วยลูกจัดตารางเวลาทำการบ้าน ดูทีวีที่เหมาะสม


คุณแม่จะต้องทำให้เขารู้ว่าหากเขาได้ทำหน้าที่ของเขาอย่างดี เขาจะได้ดูทีวีอย่างสบายใจ โดยที่พ่อแม่เองก็เคารพสิทธิ์ของเขาเมื่อเขารู้จักรับผิดชอบ เป็นการสอนวินัยไปในตัวด้วยค่ะ


4. ร่วมด้วย (โรงเรียน) ช่วยกัน

โรงเรียนมีบทบาทสำคัญที่ให้ลูกไม่พูดโกหกได้ คุณครูต้องรับหน้าที่สานต่อปลูกฝังสิ่งดีงามลงในหัวใจดวงน้อยๆ ต่อจากพ่อแม่ด้วยค่ะ คุณครูติ๊ก ชิโนรส หมวกใส่เพ็ชร โรงเรียนเกษมพิทยา เล่าให้ฟังว่าโรงเรียนของเธอมีวิธีปราบเด็กที่ชอบพูดโกหกโดยการช่างสังเกต และเข้าใจเด็ก ครูติ๊กบอกว่าการที่เราจะรู้ว่าเด็กพูดความจริงกับหรือไม่นั้น เราต้องรู้เกี่ยวกับเด็กมากพอ เราจึงพอตัดสินใจได้ว่าเด็กพูดความจริงหรือไม่


เมื่อเด็กพูดไม่ตรงกับความจริง เราควรให้ความเชื่อใจกับเด็กว่าเขาพูดความจริง แต่หลังจากนั้นอาจไปถามกับเพื่อนๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ว่าความจริงเป็นอย่างไร ถ้าเด็กๆในห้องพูดตรงกันก็แสดงว่าเขาไม่โกหก แต่ถ้าพูดไม่ตรงกันเด็กคนนั้นอาจโกหกเข้าให้แล้ว


วิธีการแก้ไขเด็กโกหก

1. คุยกันด้วยเหตุผล

เด็กวัยนี้เข้าใจเรื่องเหตุผลแล้ว อย่าใช้วิธีการรุนแรง เช่น ดุ ตี หรือขู่เอาความจริง เพราะต่อไปเด็กจะโกหกเก่งขึ้น เมื่อพูดกันด้วยเหตุผลแล้วเด็กทำตามควรชมเชยและให้กำลังใจ ไม่สร้างอคติกับเด็กคนนั้นว่าเป็นเด็กชอบโกหก

ครูติ๊กให้เด็กๆ ในห้องร่วมกันสร้างกฎระเบียบของห้องขึ้นด้วยตนเอง เพื่อทุกคนจะได้ยอมรับและทำตาม หากไม่ทำจะเสียสิทธิ์ ที่ตนเองพึงได้ เพื่อเป็นการทำโทษ เช่น อาจจะได้ดาวสะสมแต้มน้อยกว่าเพื่อนๆ เป็นต้น


2. บ้านและโรงเรียนต้องร่วมมือกัน

ถ้าที่บ้านเด็กเริ่มโกหกบ่อยคุณพ่อคุณแม่ควรคุยกับคุณครู หรือถ้าที่โรงเรียนมีปัญหาก็ควรคุยกับพ่อแม่เพื่อให้การสอนเด็กๆ ไปในแนวทางเดียวกันค่ะ

3. เล่านิทานให้เด็กๆ ฟัง

ว่าการไม่พูดความจริงมีผลอย่างไร ใช้นิทานจูงใจให้เด็กๆ ตั้งใจฟังมากกว่าการพูดเฉยๆ นะคะ


เด็กวัยนี้กำลังเริ่มเรียนรู้ความดีและไม่ดี เราน่าจะใช้โอกาสที่ลูกทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนี้สอนพฤติกรรมที่ดีที่ควรทำให้แก่ลูก เริ่มสอนกันเสียแต่ตอนนี้ดีกว่าปล่อยผ่านเลยไปจนกลายเป็นไม้แก่ที่ยากเกินกว่าจะดัด แต่งนะคะ

 

บทความแนะนำ

5 เพลง ตัวช่วยสำหรับคนนอนไม่หลับ
เมนูนม อาหารเสริมเด็กวัย 6-12 เดือน
10 เหตุผลดีๆที่ควรเล่านิทานให้เด็กฟัง
การตรวจสุขภาพการนอนหลับ (Sleep test) คืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร

Facebook Comment