วิธีรับมือกับลูกก้าวร้าว

ลูกที่เข้าสู่วัยเรียนและวัยรุ่นมักจะมีความก้าวร้าวที่มาจากความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การคบเพื่อน และสังคมที่โรงเรียน รวมถึงสื่อที่เห็นบ่อยๆ พ่อแม่จะรับมือกับลูกก้าวร้าวอย่างไร

preteen_momypedia



เมื่อคนหนึ่งเป็นไฟ อีกคนเป็นน้ำมัน เมื่อลูกเป็นไฟ พ่อแม่ก็ต้องเป็นน้ำค่ะ ยิ่งเขาอยู่ในวัยที่กำลังก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความเป็นเด็กกับผู้ใหญ่ ซึ่งในบางทีเขาก็อาจจะมีอารมณ์อ่อนไหวไม่ต่างกับต้นอ้อ หรือบางหนก็อาจจะรุนแรงเหมือนพายุ


และในบางครั้งเขาอาจจะแสดงอารมณ์ไม่ชอบอะไรมากๆ ไม่ยอมใครจริงๆ ขณะเดียวกันเขาก็อาจเปลี่ยนเป็นคนโอบอ้อมชอบช่วยเหลือหรือเห็นแก่ตัวอย่าง เด็กๆ ซึ่งความผันแปรทางอารมณ์เหล่านี้ เด็กในช่วง 13-15 จะแสดงออกมาอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมาด้วย

คุณพ่อคุณแม่ยิ่งไม่ควรโกรธหรือลงโทษลูก หากในบางครั้งเขาจะแสดงอารมณ์ผันผวนเหล่านี้ให้เห็น

อย่าลืมว่า การที่เด็กในวัยนี้จะต้องปรับทั้งอารมณ์ตัวเอง กับทางบ้าน กับเพื่อน กับเพื่อนต่างเพศ กับโรงเรียน หรือกับคนอื่นๆ ขณะที่วุฒิภาวะทางอารมณ์ยังหาความชัดเจน ไม่ได้

ความเข้าใจ และการชี้แนะของพ่อแม่จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กวัยนี้ มากกว่าการสอน ด้วยซ้ำค่ะ เรื่องการดุด่า จ้ำจี้จำไช ไม่ต้องพูดถึง วัยนี้เขาเซย์โน ก็แหมเขาเป็นช่วง วัยที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงพร้อมๆ กับอ่อนไหวนี่คะ

เมื่อคุณแม่เข้าใจว่าลูกกำลังก้าวเดินไปพร้อมกับความสับสนปนลังเลอย่างนี้ แล้ว แทนที่จะโกรธหรือลงโทษลูก ก็ลองหาโอกาสดีๆ เหมือนอย่างคุณแม่ข้างต้น ตะล่อมถามถึง สาเหตุที่ทำให้ลูกกลายเป็นระเบิดดีกว่า

เริ่มด้วยการโยนหินถามทางจากคำพูดที่ลูกสื่อสารผ่านอารมณ์เขานั่นแหละค่ะ เช่น

"แม่เองก็คิดว่าผมของลูกสั้นจริงๆ ลูกไม่ชอบหรอกเหรอ" หรือ "ไหนๆ มันก็สั้นแล้ว เอาไว้อีกสักพัก ผมลูกเริ่มยาวเข้าที่เข้าทาง ลูกแม่ก็จะหล่อเหมือนเดิม" หรืออาจจะถามว่า "เพื่อนๆ ลูก ผมเขาก็สั้นอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ เอ๊...หรือว่ามีใครไว้ผมยาวได้"

ถ้าคำถามโยนหินถามทางได้ผล ลูกตอบโต้เกี่ยวกับเรื่องผม นั่นแสดงว่าเขากังวลกับเรื่องนั้นจริงๆ จนทำให้เขาหงุดหงิด พานไม่ไปร่ำเรียนหนังสือ คำพูดชี้แนะของคุณแม่ต่อ จากนั้นจึงสำคัญค่ะ เช่น อาจจะค่อยๆ ตะล่อมบอกถึงข้อดีของผมสั้น

"แม่ว่า ถ้ามองในแง่ดี ผมสั้นก็ไม่เลวนะ อย่างน้อยก็ไม่มีเส้นผมตกลงมาบังหน้าให้รำคาญ"

"แม่เคยอ่านหนังสือ เขาว่าผมสั้นทำความสะอาดง่าย ยังเป็นเหมาะกับเด็กวัยรุ่น..."

คุณแม่อาจจะลองทิ้งปริศนาลักษณะนี้ดู ถ้าเห็นว่าลูกเริ่มมีทีท่าลังเล สนใจ คุณแม่อาจจะต้องอธิบายแกมขู่กันล่ะค่ะ

"เด็กวัยรุ่นอย่างลูก ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยน ทำให้อะไรๆ ก็เปลี่ยน สังเกตสิ เสียงก็เปลี่ยน สิวก็ขึ้น คิดดูนะ ทุกวันเราต้องเจอฝุ่นควันรถข้างนอก อากาศร้อน ถ้าลูกผมยาวก็จะสกปรกมาก แล้วพอเส้นผมสกปรกตกมาระหน้ามันๆ ของลูกเข้า หน้าก็อาจจะเป็นสิว หมดหล่อกันจริงๆ ล่ะทีนี้

"ผู้ชายหน้าสิว ใครๆ ก็ต้องคิดว่าสกปรก ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นเพราะฮอร์โมนแต่ละคน นี่ถ้าแม่เป็นเด็กผู้ชายอย่างลูก แม่จะไว้ผมสั้นไปก่อน รอจนกว่าจะโต ค่อยไว้ผมยาวก็ ยังไม่สาย"

สำหรับคุณแม่บางคนที่คิดว่าไม่ง่ายที่จะรับมือ ก็แหมลูกเพิ่งจะส่งสารท้ารบอยู่แหมบๆ คุณพ่อมืออาชีพแนะว่า ถ้าอย่างนั้น ก็ลองให้คุณพ่อใช้น้ำเสียงนุ่มหูกับท่าทีอ่อนโยนตะล่อมถามลูกดูบ้าง

บางทีความเป็นผู้ชายเหมือนกันก็ช่วยได้เยอะค่ะ ยิ่งพ่อคนไหนเข้าใจวิธีสื่อสาร รู้จักปรับคลื่นความถี่จากพ่อถึงลูกเป็นเพื่อนถึงเพื่อนได้แนบเนียน



วิธีรับมือเมื่อลูกก้าวร้าว
จู่ๆ ลูกวัยรุ่น กลายเป็นระเบิดอารมณ์อย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุอย่างนี้ คนเป็นพ่อแม่เป็นแม่จะรับมืออย่างไร ลองพิจารณาข้อแนะนำเหล่านี้ดูค่ะ

      • พ่อแม่ควรใจเย็น หนักแน่น ควบคุมอารมณ์ตัวเอง ไม่ใช้อารมณ์โต้ตอบ
      • ต้องเข้าใจว่าลูกวัยรุ่นมีแนวโน้มจะโกรธง่าย ฉุนเฉียว เพราะเขามีความเครียดระดับหนึ่งจากการเปลี่ยนแปลง
      • รอให้ลูกอารมณ์ดี แล้วค่อยๆ พูดจา อย่างมีเหตุมีผล
      • เปิดใจกับลูก บอกให้เขารู้ว่าพ่อแม่รู้สึกไม่สบายใจ ที่ลูกเป็นอย่างนี้
      • เปิดโอกาสให้ลูกพูดระบายความในใจออกมา จะช่วยให้เขารู้สึกโล่งและดีขึ้น
      • ชวนลูกพูดคุย ให้เขารู้สึกว่าพ่อแม่เป็นมิตร ก่อนถามถึงสาเหตุ ความรู้สึก สิ่งที่ทำให้ลูกไม่สบายใจ หรือไม่พอใจ
      • ชวนลูกพูดคุย เสนอตัวว่าพ่อแม่จะช่วยอะไรได้บ้างมั้ย ลูกอยากให้พ่อแม่ทำอย่างไร หรืออยากให้พ่อแม่เป็นอย่างไร วัยรุ่นบางคนอาจจะบอกกับพ่อแม่ว่า จริงๆ แล้วเขาไม่โกรธเพราะผมสั้น แต่อยากให้พ่อแม่เลิกบ่นหรือพูดซ้ำซากในเรื่องเดิมๆ ซะที
      • ไม่ควรพูดคุยกับลูกในเชิงอบรม สั่งสอน หรือตำหนิมากจนเกินไป จนลูกรู้สึกเพราะนอกจากจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างกัน ถ้าพ่อแม่พูดคุยในลักษณะนี้ซ้ำๆ เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดช่องว่าง พูดคุยกันยากขึ้น
      • พ่อแม่ไม่ควรกังวลเกินไป ควรเชื่อว่า ปกติแล้ววัยรุ่นส่วนใหญ่ จะปรับตัวได้ดีกับพ่อแม่ของตัวเอง ถึงตรงนี้ พ่อแม่ลองสำรวจสัญญานบางอย่างจากลูกบ้างนะคะ ไม่ต้องรอให้เขาเป็นระเบิดเวลาก่อนล่ะ

บทความแนะนำ

รู้ครบเครื่องเรื่องมะเร็งสมอง
เตือนภัย!! ยายกัดอาหารก่อนป้อนให้หลาน ทำหลานติดเชื้อมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร
ถึงเวลานอนแล้วลูก
13 เรื่องต้องรู้ก่อนพาลูกไปเรียนว่ายน้ำ

Facebook Comment