ลูกพูดไม่ชัด อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็ก

         

 

          ลูกพูดไม่ชัด เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่พ่อแม่หลายๆ คนมองข้าม เพราะมักคิดว่าเด็กยังเล็ก แต่จริงๆ แล้วอาจเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อเด็กในระยะยาว

โดยปกติแล้วเด็กจะเริ่มพูดได้เป็นคำที่มีความหมาย
  • ในช่วงอายุ 1 ปี เช่น แม่ หม่ำ ไป มา เป็นต้น และจะเริ่มพูดได้เป็นประโยคในช่วงอายุ 2 ปี
  • พอเริ่มเข้าสู่อายุ 3-4 ปี ลิ้นจะทำงานได้ดีขึ้น เด็กก็จะเริ่มออกเสียง ร.เรือ ล.ลิง ได้
  • โดยเด็กจะเริ่มออกเสียงชัดเจนในพยัญชนะต่างๆ ตามช่วงวัย ได้แก่ ช่วงอายุ 2.1-2.6 ปี
  • เสียงพยัญชนะที่พูดได้ชัดคือ ม, น, ห, ย, ค, อ ช่วงอายุ 2.7-3 ปี
  • เสียงพยัญชนะที่พูดได้ชัดจะเพิ่มเสียง ว, บ, ก, ป เข้าไป ช่วงอายุ 3.1-3.6 ปี
  • เพิ่มเสียง ท, ต, ล, จ, ผ ช่วงอายุ 3.7-4 ปี เพิ่มเสียง ง, ค ช่วงอายุ 4.1-4.6 ปี
  • เพิ่มเสียง ฟ ช่วงอายุ 4.7-5 ปี เพิ่มเสียง ช ช่วงอายุ 5.1-5.6
  • เพิ่มเสียง ส และอายุ 7 ปีขึ้นไป เพิ่มเสียง ร
          วิธีสังเกตว่าลูกมีปัญหาเรื่องพูดไม่ชัดหรือไม่นั้น ให้สังเกตตามอายุดังกล่าวว่าเด็กมีการออกเสียงพยัญชนะได้ตามนี้หรือไม่ หากไม่เป็นไปตามข้อมูลนี้ ก็อาจเป็นไปได้ว่าเด็กมีความเสี่ยงที่จะพูดไม่ชัด หรืออาจสังเกตได้จากการเปรียบเทียบในเด็กวัยเดียวกัน หรือเวลาที่เด็กสื่อสารกับพ่อแม่ พ่อแม่เข้าใจความหมายที่เขาสื่อหรือไม่ เป็นต้น
 
สาเหตุของการพูดไม่ชัดแบ่งออกเป็น 2 เรื่องใหญ่ๆ ได้แก่
          โครงสร้างปาก ลิ้น ฟัน ที่ผิดปกติ เช่น ถ้าลิ้นไม่กระดก มีเอ็นยึดใต้ลิ้น เมื่อพูดเสียงที่ต้องกระดกลิ้นจะทำให้มีปัญหา เช่น การออกเสียง ร.เรือ หรือโครงสร้างเพดานอ่อนผิดปกติ ทำให้เด็กพูดเสียงบู้บี้ อู้อี้ เป็นต้น
          การพูดไม่ชัดด้วยตัวเอง ทั้งที่โครงสร้างภายในปากปกติทุกอย่าง อาจเกิดจากการเลี้ยงดู เช่น เวลาที่เด็กพูดไม่ชัดแล้วพ่อแม่หัวเราะชอบใจ ชมว่าน่ารัก ก็จะทำให้เด็กเข้าใจว่าคำเหล่านั้นเป็นคำที่ถูก จึงพูดไม่ชัด

          ปัญหาพูดไม่ชัดส่งผลต่อตัวเด็กหลายอย่างด้วยกัน อย่างเช่นการที่เด็กพูดกับเพื่อนแล้วเพื่อนไม่เข้าใจ หรือมีการถามย้ำบ่อยๆ เพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่เด็กพูด ก็จะทำให้เด็กรู้สึกอาย สูญเสียความมั่นใจ และไม่อยากพูด มากกว่านั้นเด็กอาจจะเก็บตัว เข้าสังคมได้น้อยลง หรือมีปัญหาในเรื่องของการอ่านเขียน เช่น หากเด็กพูดคำว่าต้นไม้เป็น “ต้มไม้” เวลาเด็กเขียนก็จะเขียนคำที่เด็กพูดนั่นเอง

วิธีการรักษา
          เริ่มต้นจากการประเมินโครงสร้างภายในปากของเด็กก่อนว่าปกติหรือไม่ และตรวจการได้ยินของเด็ก จากนั้นจะทำการประเมินทีละเสียงและหาว่าเสียงไหนที่เด็กออกเสียงไม่ชัด เมื่อประเมินได้แล้วจะทำการฝึกทีละเสียง และถ้าหากผู้ปกครองมีการนำกลับไปฝึกที่บ้านด้วยก็จะทำให้เด็กพูดชัดได้เร็วขึ้น จากงานวิจัยพบว่าในหนึ่งเสียงจะใช้การฝึกฝนประมาณ 3 เดือนในการพูดให้ชัด

 

บทความแนะนำ

เมื่อแม่ท้องกินอาหารต้องห้าม
เมนูรสหวานธรรมชาติ เมนูอาหารเด็กวัย 6-12 เดือน
รับมือ 5 โรคระบาดหน้าหนาวให้ลูกน้อย
รู้จักแอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม (Asperger syndrome) ลูกเราผิดปกติหรือเปล่า

Facebook Comment