แนะนำ 4 บทลงโทษลูกให้ได้ผล เปลี่ยนเด็กดื้อเป็นเด็กดี


การทำโทษ คือสิ่งที่พ่อกับแม่ไม่อยากทำเพราะห่วงลูก รักลูก กลัวลูกมองว่าเป็นพ่อแม่ใจร้าย แต่ก็ยังดีกว่าการปล่อยปละละเลย ให้ลูกไม่รู้ผิดถูกนะคะ เพื่อให้เขาเป็นคนที่ดีขึ้น รู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปคือสิ่งไม่ดี การลงโทษทั้ง 4 วิธีนี้ จึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้เขาเป็นเด็กดีขึ้นได้ค่ะ

1. Time Out

เมื่อลูกทำผิด ต้องให้เขาทบทวนตัวเองในที่เงียบๆ และอยู่ในสายตาพ่อกับแม่ เช่น มุมห้อง ซึ่งระยะเวลาที่ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวก็ขึ้นอยู่กับอายุ เช่น 1 นาที ต่อ 1 ขวบ หรือจนกว่าลูกจะสงบสติอารมณ์ตัวเองได้ แล้วบอกว่าเขาโดนทำโทษเพราะอะไร และควรแก้ไขตัวเองอย่างไร วิธีนี้ไม่ง่ายเลยนะคะ ถ้าพ่อแม่ไม่ใจแข็งและเด็ดขาดพอ ลูกก็จะเล่น โวยวาย ร้องไห้ แต่ถ้าทำได้รับรองว่าสามารถช่วยให้ลูกได้รู้จักควบคุมตัวเองได้ดี และยังยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นมากขึ้นอีกด้วย

2. ต้องสอนด้วยเหตุผล

เมื่อลูกทำผิด ไม่ควรบ่นด่าลูกด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ ประชด หรือพูดเสียงดัง เพราะจะให้เขาเป็นเด็กก้าวร้าวเมื่อโตขึ้น แต่พ่อกับแม่ควรเตือนด้วยเหตุผล บอกให้เขารู้ว่าทำไมสิ่งที่เขาทำลงไปถึงผิด ผิดอย่างไร แล้วต้องแก้ไขอย่างไร การตักเตือนลูกด้วยวาจาที่สุภาพและมีเหตุผลประกอบ เขาจะปรับปรุงตัวเองได้เเละไม่ทำอีก และที่สำคัญ ลูกจะสัมผัสได้ว่าการตักเตือนของพ่อแม่คือ การมอบความรักและความหวังดี ไม่ใช่เพราะพ่อแม่โกรธลูก

3. ต้องมีการเตือนครั้งสุดท้าย

หากใช้เหตุผลและบอกด้วยคำสุภาพแสดงออกถึงความรักไปแล้ว แต่ลูกยังทำผิด ทำตัวไม่น่ารักกับคนอื่นเหมือนเดิม อย่าพึ่งตี แต่ควรมีการเตือนเป็นครั้งสุดท้าย อาจจะใช้น้ำเสียงจริงจังขึ้น สีหน้าดุขึ้น ไม่ใช่การแสดงออกถึงความใจร้าย แต่คือการบอกให้ลูกรู้ว่าควรหยุดและแก้ตัว ก่อนที่จะถูกลงโทษด้วยวิธีที่หนักที่สุด

4. สุดท้ายคือการตี

ไม้เรียวประจำตัว 1 ไม้ เตรียมไว้เลยค่ะ ทำผิดเรื่องเดิมๆ ปุ๊ป พาไปหาที่สงบ ตี แล้วสอนอีกครั้ง การตีเป็นบทลงโทษสุดท้ายของเด็กซน พ่อแม่หลายคนจำเป็นต้องใช้วิธีนี้ เพราะลูกดื้อมากทำผิดแล้วไม่ยอมปรับปรุงตัวเอง แต่การตีลูกต้องห้ามตีพร่ำเพรื่อ ไม่ใช้อารมณ์ในการตี ไม่ใช้อุปกรณ์ที่ส่งผลเสียต่อจิตใจลูก และอย่าตีลูกต่อหน้าคนอื่น

อดทนเป็นคนใจร้ายหน่อยนะคะ เพราะการลงโทษลูกเขาต้องงอนอยู่แล้ว แต่เขาจะสัมผัสได้ว่าพ่อแม่หวังดีกับเขา ยังดีกว่าการอวยลูกจนเป็นพ่อแม่รังแกฉันนะคะ
 

บทความแนะนำ

รวมคลิปคุณพ่อหล่อล่ำบึ้ก ช่วยแม่เลี้ยงลูกเบบี๋
อย่าประมาท “ภัยประตู”
ภูมิต้านทาน ปราการ ‘สุขภาพ’ เด็กวัย 1-3 ปี
สร้างสุขให้ลูกขวบแรก สมองเติบโต

Facebook Comment