'เชื้อดื้อยาในเด็ก' อันตราย! ไม่ใช่เรื่องเล็กที่มองข้ามได้


คุณพ่อคุณแม่เคยได้ยินกันใช่ไหมคะ ที่คุณหมอบอกว่า "ดื้อยา" เลยป่วยหายช้าและบางครั้งลุกลามมากขึ้น สาเหตุก็มาจากการใช้ยาปฏิชีวนะ หรือยาต้านแบคทีเรียมากจนเกินความจำเป็น จึงทำให้เชื้อแบคทีเรียพัฒนาตัวเองจนสามารถสู้กับยาปฏิชีวนะได้ ซึ่งหากใช้ยาผิดประเภทกับเด็กนั้น ยิ่งเป็นอันตรายมาก ดังนั้นไม่ควรเอายาที่มีอยู่ให้เด็กทานหรือไปซื้อยาเองมาให้เด็กทาน ควรทำความเข้าใจอาการป่วยดังนี้เลยค่ะ

ยาปฏิชีวนะไม่ใช่ยาแก้อักเสบ เพราะการอักเสบแบ่งได้ 2 ประเภท คือ

1. ติดเชื้อแบคทีเรีย รักษาได้ด้วยยาต้านแบคทีเรีย ที่ไม่ใช่ยาแก้อักเสบ เช่น ปวดบวมตามข้อ

2. อักเสบแบบไม่ติดเชื้อ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาต้านแบคทีเรีย ร่างกายมีภูมิที่สามารถหายเองได้ หากพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ แต่การกินยากันไว้โดยไม่จำเป็นอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อดื้อยาได้ง่ายขึ้น

การรับประทานยาปฏิชีวนะ ต้องเฉพาะเมื่อมีอาการเจ็บป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเกิดจากการติดเชื้อ และโรคติดเชื้อแต่ละชนิดมีสาเหตุจากเชื้อโรคที่แตกต่างกัน แพทย์ต้องเป็นผู้วินิจฉัยโรคติดเชื้อก่อนที่จะสั่งยาปฏิชีวนะให้กับผู้ป่วย ไม่ใช่ว่าจะสามารถทานยาปฏิชีวนะตัวใดก็ได้ เช่น ถ้าติดเชื้อแบคทีเรียก็ต้องใช้ยาต้านแบคทีเรีย ถ้าติดเชื้อไวรัสก็ต้องใช้ยาต้านไวรัส เป็นต้น ฉะนั้นหากป่วยอย่าซื้อยาทานเอง ให้ไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาอาการก่อนจะดีกว่าค่ะ

10 พฤติกรรม ที่เป็นต้นเหตุเชื้อดื้อยา

1. ซื้อยาต้านแบคทีเรียมากินตามคนอื่น

2. หยุดกินยาต้านแบคทีเรียเมื่ออาการดีขึ้น กลไกการทำงานของยามีผลต่อเชื้อโดยตรง ไม่ได้มีผลต่อคน ดังนั้นต้องกินยาจนหมดตามที่กำหนด เพราะเชื้อยังถูกกำจัดจากร่างกายไม่หมด จึงเป็นเหตุให้กลายพันธุ์เป็นเชื้อดื้อยาได้

3. ซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง ตามที่เคยได้รับจากบุคลากรทางการแพทย์ครั้งก่อนๆ การกินยานั้นต้องให้ตรงกับโรคที่เป็น ควรให้แพทย์วินิจฉัยไม่ควรไปซื้อยากินเอง

4. เคยอมยาอมที่ผสมยาปฏิชีวนะต้านเชื้อโรค ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยา เพราะเป็นการใช้ยาในขนาดที่ไม่เหมาะสมแล้วยังเป็นการใช้ยาเกินจำเป็นด้วย

5. เปลี่ยนไปใช้ยาต้านแบคทีเรียที่แรงกว่าเดิม เพราะเห็นว่ากินแล้วไม่หาย การรักษาต้องใช้เวลาพอสมควรจึงจะดีขึ้น ดังนั้นการเปลี่ยนยาที่แรงขึ้นอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้

6. เคยเอายาต้านแบคทีเรียมาโรยแผล นอกจากจะเป็นการรักษาที่ผิดวิธีแล้วยังส่งผลให้แผลติดเชื้อและเชื้อในแผลพัฒนาตัวเองไปสู่การดื้อยา

7. ใช้ยาต้านแบคทีเรียผสมในอาหารสัตว์ เป็นการใช้ยาที่ผิดและไม่ได้ผล ทำให้เนื้อสัตว์ที่เรากินเข้าไปอาจจะเป็นเนื้อสัตว์ที่ป่วยจากเชื้อดื้อยาก็เป็นได้

8. ใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่ทราบชื่อสามัญของยา พฤติกรรมนี้เสี่ยงต่อการแพ้ยาและใช้ยาไม่ตรงกับเชื้อโรคด้วย

9. เคยไปซื้อยาแก้อักเสบมากินเอง เพราะหากเป็นการอักเสบแบบไม่ติดเชื้อ ก็ไม่ควรกินยาแก้อักเสบเพื่อรักษาอาการ

10. การไม่แนะนำผู้ที่ใช้ยาต้านแบคทีเรียให้ใช้ยาอย่างเหมาะสม ทำให้ประชาชนในสังคมขาดความรู้ในการใช้ยาและพัฒนาไปสู่การป่วยเชื้อดื้อยาได้



ข้อมูลจาก : www.matichon.co.thwww.thaihealth.or.th


 

บทความแนะนำ

บอกลาเซลลูไลต์ด้วยอาหาร
หลุดขำ ลูกในท้องดิ้นแรงมากขณะคุณแม่สระผม
รถเข็นเด็กเลือกดี ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก
รับมือเด็กป่วยบ่อยยามเดินทาง

Facebook Comment