ลูกไม่ชอบเดิน เสี่ยงกล้ามเนื้ออ่อนแอ


วิถีชีวิตของเด็กวัยอนุบาลหลายอย่าง เช่น นั่งรถไปโรงเรียนนานๆ นั่งเรียนจนถึงบ่าย นั่งทำการบ้าน ทำให้ให้การเดินน้อยลง มีผลต่อสมาธิ การวางแผน การจัดการ การควบคุมตัวเอง และผลการเรียนที่ด้อยกว่าเด็กที่เดินหรือเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอค่ะ

เคลื่อนไหวน้อยมีผลเสีย
  • พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อลดลง เนื่องจากมีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย กล้ามเนื้อจึงใช้งานน้อย เพราะเด็กๆ จะพัฒนากล้ามเนื้อทั้งมัดใหญ่และเล็กผ่านการเคลื่อนไหว อย่างการเดิน การวิ่ง การปีนป่าย
  • พัฒนาการด้านมิติสัมพันธ์ลดลง เนื่องจากเวลาที่ลูกเดิน สำรวจ และเล่นนั้น การทำงานของร่างกายส่วนต่างๆ จะสัมพันธ์กัน ทั้งการมองเห็น คำนวนระยะทางในสมอง กะแรงของตัวเอง และเมื่อไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย จึงขาดการฝึกฝนและโอกาสเรียนรู้ต่างๆ

---------------------------------------------------------------------------------

การเคลื่อนไหวหรือการเดินเป็นประจำ สม่ำเสมอนั้นจะทำให้ลูกมีสมาธิดีขึ้น นอนหลับสนิทขึ้น มีผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย และพัฒนาการด้านต่างๆ ชัดเจน
 
  • กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง การเคลื่อนไหวร่างกายประเภทที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น อย่างการเดินเร็ว หรือการวิ่ง เป็นการบริหารกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้ลูกเหนื่อยช้าลง โอกาสที่ลูกจะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ก็เพิ่มมากขึ้น
  • เพิ่มกำลังของกล้ามเนื้อ ในผู้ใหญ่คือการยกน้ำหนัก แต่ในเด็กวัยนี้ คือการปีนป่าย ช่วยคุณพ่อคุณแม่ยกของ ถือของ ก็เป็นวิธีเพิ่มกล้ามเนื้อได้เช่นกัน ลูกจะมีระบบเผาผลาญที่ดีขึ้น ช่วยเรื่องการย่อยและการขับถ่ายได้
  • เพิ่มความแข็งแรงของกระดูก อย่างการเคลื่อนไหวร่างกายที่มีแรงกระแทกนั้น จะทำให้ส่วนสูงของลูกเพิ่ม เนื่องจากร่างกายรับรู้ว่าได้รับแรงกระแทก ก็จะเพิ่มแคลเซียมในบริเวณที่โดนกระแทกบ่อย ทำให้ส่วนสูงของลูกเพิ่มขึ้นนั่นเอง
 
​---------------------------------------------------------------------------------
 
ชวนลูกเดินอย่างไรดี

1. การเดินอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ วันละ ½ - 1 ชั่วโมง อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 วัน 

2. เดินให้ลูกเห็น พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็น เรียนรู้ และทำตามก่อน คือสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกค่ะ เช่น การขึ้นลง 1–3 ชั้น ก็เดินแทนการขึ้นลิฟท์หรือบันไดเลื่อน เป็นต้น

3. เดินจากสิ่งที่ลูกชอบ ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ลูกชอบ เช่น ถ้าลูกชอบอ่านหนังสือ ก็พาลูกเดินไปร้านหนังสือ ดูหนังสือจากร้านนี้แล้วไปร้านที่อยู่ใกล้กันต่อ แล้วจะเดินกลับมาร้านเดิมก็ยังได้

4. เปลี่ยนการเดิน เป็นการเล่น การละเล่นของพ่อแม่ตอนเด็กๆ ก็เอามาเล่นกับลูกได้ เช่น เล่นงูกินหาง เก้าอี้ดนตรี ตั้งเต เล่นไล่จับ เล่นซ่อนแอบ รำวงก็ยังได้เลยค่ะ 


การเดินไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ เริ่มจากการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ให้เข้ากับวิถีชีวิตของแต่ละครอบครัว คือสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะนอกจากลูกจะมีพัฒนาการตามวัย สุขภาพกายสุขภาพใจดีขึ้น ยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวด้วยค่ะ
 

บทความแนะนำ

แค่ปล่อยลูกเล่นก็ช่วยพัฒนา EF (Executive Functions) ให้โตไปเป็นคนรู้จักคิดได้นะ
ระวัง 5 โรคยอดฮิต ติดเชื้อในเด็ก
ลูกคลอดออกมาแข็งแรงไหม? มาดูการทดสอบด้วย APGAR Test กัน
ของเล่นเด็กอันตรายที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

Facebook Comment