ลูกฉี่รดที่นอนไม่ใช่เรื่องปกติ อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคต่างๆ ได้


 

ลูกฉี่รดที่นอนไม่ใช่เรื่องปกติ อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคต่างๆ ได้ 

ปกติเด็กวัยอนุบาล 3-6 ปี จะสามารถควบคุมการขับถ่ายได้แล้ว แม้จะมีบางครั้งที่เผลอปัสสาวะรดที่นอนบ้าง หากไม่ได้บ่อยเกินไปก็ถือว่าไม่ผิดปกติ

แต่ถ้าลูกวัย 5 ปีขึ้นไป ปัสสาวะรดที่นอนอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ติดต่อกันนาน 3 เดือน อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกสภาวะการเจ็บป่วยของลูกได้ 

นพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ยังไม่พบสาเหตุเฉพาะของการปัสสาวะรดที่นอน แม้ภาวะปัสสาวะรดที่นอนส่วนมากจะหายได้เองเมื่อเด็กโตขึ้น แต่ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเด็กและครอบครัว ทั้งในด้านจิตใจและความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและผู้ปกครอง นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดโรคที่มาจากอาการปัสสาวะรดที่นอนได้ เช่น การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ความผิดปกติของโครงสร้างของระบบการขับถ่ายปัสสาวะ โรคของต่อมไร้ท่อ เช่น เบาหวาน เบาจืด เป็นต้น ฉะนั้นเด็กที่มีปัญหาเหล่านี้จึงจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ

ด้าน นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) กล่าวว่า การปัสสาวะรดที่นอนเป็นภาวะที่พบบ่อยในเด็ก แต่น่าจะเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ พันธุกรรม ความผิดปกติในการหลั่งฮอร์โมน ADH ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมปริมาณปัสสาวะการทำงานของกระเพาะปัสสาวะโดยเด็กจะรู้สึกปวดปัสสาวะถึงแม้มีปริมาณปัสสาวะไม่มาก การนอนหลับซึ่งเกิดขึ้นได้ในทุกระยะของวงจรการนอนหลับ ความล่าช้าของพัฒนาการในการควบคุมการปัสสาวะ ท้องผูกเกิดจากก้อนอุจจาระกดทับกระเพาะปัสสาวะทำให้ความจุของกระเพาะปัสสาวะลดลง นอกจากนี้ ความเครียดอาจเป็นตัวกระตุ้นทำให้อาการปัสสาวะรดเป็นมากขึ้นหรือทำให้อาการกลับมาเป็นใหม่ในเด็กที่เคยควบคุมการปัสสาวะได้แล้ว

เคล็ดลับช่วยลูกไม่ให้ฉี่รดที่นอน

1. ไม่ควรลงโทษ หรือตำหนิ แต่ควรแสดงความเข้าใจ และเป็นกำลังใจ รวมถึงการปรับพฤติกรรมโดยใช้แรงจูงใจทางบวก เช่น ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสิ่งที่ลูกจะได้รับเมื่อไม่ปัสสาวะรดที่นอน รวมทั้งสิ่งที่ลูกจะต้องปฏิบัติถ้าปัสสาวะรดที่นอน โดยให้สอดคล้องกับความสามารถของเด็ก หรือจะเลือกใช้เครื่องปลุกเตือนปัสสาวะรด เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบัน แต่ในประเทศไทยเครื่องมือดังกล่าวยังใช้ไม่แพร่หลาย อีกทั้งมีราคาค่อนข้างสูง

2. ฝึกกระเพาะปัสสาวะ โดยให้เด็กดื่มน้ำมากๆในช่วงกลางวันและเมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะให้เด็กฝึกกลั้นไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ร่วมกับปรับอาหารและเครื่องดื่ม โดยปรับให้เด็กดื่มน้ำมากขึ้นในช่วงเช้าถึงบ่ายและลดการดื่มน้ำในช่วงเย็นโดยเฉพาะช่วง 2 ชม. ก่อนเข้านอนควรมีการจำกัดปริมาณน้ำ




 

เบื้องต้นพ่อแม่ควรพาลูกไปหาหมอ เพื่อให้คุณหมอสอบถามประวัติเพิ่มเติม รวมทั้งตรวจร่างกายและส่งตรวจเพิ่มเติมตามความจำเป็น เพื่อที่จะได้หาสาเหตุและทำการรักษาต่อไป
 

ที่มา : กรมการแพทย์ 
 

5 ขวบแล้ว ยังฉี่รดที่นอน

ระวัง! อย่าให้ลูกอั้นฉี่

เมื่อลูกเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

เคล็ดลับฝึกเด็กวัย 1-3 ปี นั่งกระโถน



 

บทความแนะนำ

เซ็กซ์ครั้งนี้เพื่อลูกชาย
ท่านอนที่ควรรู้สำหรับลูกวัย 6 เดือนแรก
ลูกรู้จักแก้ปัญหาได้ เพราะว่าอ่านนิทาน
ผิวไหม้แดด ภัยใกล้ตัวลูกน้อยที่ควรระวัง

Facebook Comment