10 เรื่องที่พ่อต้องรู้ ก่อนพาคุณแม่ไปคลอด




หนึ่งเดือนสุดท้ายก่อนคลอด คุณแม่จะมีความกังวลค่อนข้างสูง ทั้งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และสรีระที่ทำให้ไม่สุขสบายมากนัก คุณพ่อจึงเป็นคนสำคัญที่จะช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลายมากขึ้นดังนี้ค่ะ

1. อาหาร คุณพ่อต้องดูแลตั้งแต่ช่วงแรก ๆ โดยเฉพาะการช่วยให้คุณแม่ได้กินอาหารครบ 5 หมู่อย่างเพียงพอ และในช่วงไตรมาสสุดท้ายต้องดูแลเรื่องอาหารอย่างเหมาะสม เพราะช่วงท้ายคุณแม่ต้องระวังเรื่องน้ำหนักเกิน ควรกินอาหารที่สะอาด ระวังเชื้อโรคและการติดเชื้อ ยิ่งถ้าติดเชื้อทางเดินอาหาร จะกระตุ้นให้คลอดก่อนกำหนดได้

2. การออกกำลังกาย ก่อนคลอดคุณแม่อาจไม่สะดวกมากนัก แต่ก็ยังออกกำลังกายเบา ๆ เช่น การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ แขน หลัง ขา เพื่อลดอาการปวดเมื่อยได้ โดยคุณพ่ออาจจะออกกำลังกายเป็นเพื่อน หรือคอยนวดหลังส่วนล่างนวดคอ บ่า ไหล่ เพื่อคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ช่วยเตรียมน้ำอุ่นสำหรับแช่เท้า นวดขา ก็จะช่วยลดอาการขาบวมของคุณแม่ได้เป็นอย่างดี

3. คอยสังเกตอาการผิดปกติที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาล คุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ ต้องอาศัยการสังเกตจากคุณพ่อร่วมด้วย โดยอาการผิดปกติที่บ่งบอกถึงการคลอด ได้แก่ ท้องแข็ง เจ็บครรภ์คลอด น้ำเดิน คุณพ่ออาจปรึกษาคุณหมอให้ชัดเจนว่าอาการแบบไหนถึงจะเรียกว่าน้ำเดิน หรือมีมูกเลือดออกทางช่องคลอด บ่งบอกถึงภาวะที่ปากมดลูกเปิด เป็นต้น

นอกจากนี้คุณพ่อต้องคอยสังเกต ถ้าลูกดิ้นน้อย ลูกไม่ดิ้น หรือคุณแม่มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับโรคแทรกซ้อน หรือโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมัน ลมชัก SLE ฯลฯ เพราะช่วงท้ายของการตั้งครรภ์จะมีความเสี่ยงสูง การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายหรือฮอร์โมนจะแปรปรวน ถ้าโรคเหล่านี้กำเริบขึ้นมาอาจส่งผลต่อชีวิตของคุณแม่และลูกได้

4. เอาใจใส่อย่างเหมาะสม นอกจากคอยสังเกตอาการผิดปกติแล้ว ควรถามไถ่อาการ ชวนคุณแม่ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อผ่อนคลายทางอารมณ์ เช่น ทำกับข้าว ดูหนัง ฟังเพลง ด้วยกันที่บ้าน (เพราะคุณแม่อาจจะไม่สะดวกออกไปข้างนอก) เป็นต้น

5. พูดคุยกับคุณแม่และลูกในท้อง นอกจากจะผ่อนคลายอารมณ์คุณแม่แล้วยังเป็นวิธีกระตุ้นพัฒนาการของลูกน้อยได้ด้วย

6. เตรียมตัวก่อนคลอด เริ่มจากปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับวิธีการคลอด แม้คุณแม่จะเลือกผ่าคลอดหรือคลอดเองตามธรรมชาติ เนื่องจากทั้ง 2 แบบมีการเตรียมตัวและการดูแลที่แตกต่างกัน หากคุณแม่ต้องการจะคลอดเองตามธรรมชาติ ต้องเตรียมตัวเข้าอบรม Mother class ต้องฝึกการหายใจ ฝึกเบ่งคลอด เป็นต้น

7. คุณพ่อควรมีส่วนร่วมในการพิจารณาโรงพยาบาล ไม่ว่าจะของคุณแม่ที่มีโรคประจำตัว หรือของลูกน้อยหลังคลอด การพิจารณาโรงพยาบาลที่พร้อม เลือกทีมแพทย์ที่รู้สึกมั่นใจจะช่วยให้ผ่อนคลายขึ้น

8. การเดินทางไปคลอด ศึกษาแผนที่ เส้นทางลัด เพื่อหลีกเลี่ยงรถติด หากคุณแม่ปวดท้องคลอดในชั่วโมงเร่งด่วน รวมถึงการติดต่อโรงพยาบาล คุณพ่อต้องเตรียมเบอร์โทรโรงพยาบาลหรือเบอร์ติดต่อคุณหมอให้พร้อม บางครั้งอาจนอนรอคลอดที่โรงพยาบาลในช่วง 1-2 วันแรกก็ได้

และต้องไม่ลืมเอกสารสำคัญอย่างบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน ควรถ่ายสำเนาเก็บไว้พร้อมกระเป๋าเตรียมคลอดของคุณแม่ เพื่อป้องกันการลืม หรือเสียเวลาค้นหาในช่วงปวดท้องคลอด

9. คนดูแลใกล้คลอด คุณพ่อควรอยู่ดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา หากมีธุระเร่งด่วนหรือไม่สามารถทำได้ ควรให้ญาติสนิท เช่น คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย พี่น้อง มาช่วยดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิด

10. จัดเตรียมสิ่งแวดล้อมสำหรับลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ห้องนอนลูก สถานที่ของเด็กอ่อน จัดสภาพแวดล้อมภายในบ้าน ให้พร้อมล่วงหน้า 2 เดือนก่อนถึงกำหนดคลอด

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจจะตื่นเต้นและดูฉุกละหุกไปบ้าง แต่ถ้าเตรียมตัวมาดี จะช่วยให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างสบาย ๆ ค่ะ

บทความแนะนำ

ลูกปวดหัวจริงๆ หรือแค่พูดตามแม่
สัญชาตญาณแม่! ง้างปากสิงโตภูเขาด้วยมือเปล่าเพื่อช่วยลูกน้อย
10 อุบัติเหตุที่แม่ท้องต้องระวัง
ฤกษ์คลอดบุตร เดือนกรกฎาคม 2559

Facebook Comment