วิธีดูแลเมื่อลูกโตเป็นสาว

เมื่อลูกโตเป็นสาวจะเกิดการลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจค่อนข้างมาก ดังนั้นเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะพุดคุยทำความเข้ากับกับลูกถึงการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ฮอร์โมน และอารมณ์ที่เกิดขึ้น

preteen_momypedia


ความเปลี่ยนแปลงในร่างกายเป็นเรื่องธรรมชาติก็จริง แต่จู่ๆ ลูกก็พบกับความเปลี่ยนแปลงนั้นโดยยังไม่ได้ทำความรู้จักและเข้าใจถึงความ เป็นไป

ลูกอาจสับสนงุนงงและปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ยาก จนอาจถึงกับไม่มีความสุข อาจเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อร่างกายของตัวเอง มีหลายสิ่งหลายอย่างที่สงสัยแต่ก็ไม่กล้าถามใคร เช่น อายที่หน้าอกเริ่มขยาย สงสัยว่าจะเปลี่ยนเสื้อชั้นในเป็นแบบที่มีเต้าได้หรือยัง หรือเพื่อนเขามีประจำเดือนแล้ว ทำไมเรายังไม่มี เราผิดปกติหรือเปล่า ฯลฯ


พ่อแม่เท่านั้นค่ะที่จะเป็นที่พึ่งให้ลูกได้ อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องเล็ก ความรู้สึกเด็กๆ นะคะ ไม่เช่นนั้นเราอาจหัวปั่นเพราะอาการ "ป่วน" อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของเจ้าฮอร์โมนของลูกวัยพรีทีน ทางที่ดีเมื่อลูกเริ่มเข้าสู่วัยนี้ เราควรทำตัวเป็นทั้งแหล่งข้อมูลที่ให้ความรู้ เป็นเพื่อนรู้ใจที่ตอบข้อสงสัยของลูกได้ทุกเมื่อ


การปูพื้นให้ลูกรู้จักและเข้าใจตัวเขาเองเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เราสามารถให้ความรู้กับลูกมาเป็นระยะ ตามความเหมาะสมของวัยเขา พอราวๆ 8 - 10 ขวบ ลูกก็น่าจะได้รู้เรื่องความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของเขาบ้างแล้ว เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจว่า เวลาย่างเข้าสู่วัยรุ่นเขาจะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงไปในรูปใดบ้าง


เราอาจเริ่มต้นจากคำถามง่ายๆ เช่น เพื่อนของลูกมีใครมีประจำเดือนแล้วบ้างไหม? หรือยกตัวอย่างเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ประสบการณ์ของเราในวัยเด็กของเราเอง ถ้าลูกไม่กล้าถามเพราะอายที่จะพูดเรื่องส่วนตัว เราเองเป็นคนเปิดประเด็นก่อนได้ เช่นถ้าบังเอิญไปเยี่ยมญาติที่เพิ่งเข้าสู่วัยรุ่น ก็ชวนลูกคุยเช่น


"เออ หวานเขาเป็นสาวแล้วนะปีนี้ เริ่มมีอกมีเอว ตอนแม่อายุเท่าหวานแม่ยังตัวเป็นกุ้งแห้งอยู่เลย" แล้วก็ชวนคุยให้ความรู้กับลูกต่อ


เมื่อลูกถามคำถาม เราน่าจะตีความให้กว้างออกไป เพราะคำถามของลูกอาจจะกำกวม ไม่กล้าถามเรื่องเพศหรือความเปลี่ยนแปลงตรงๆ เราอาจถามนำเขาก็ได้ว่า "อยากรู้เรื่องอะไรอีกไหม" ลูกอาจถามคำถามเดียว แล้วเราก็ถือโอกาสอธิบายเพิ่มเติมในเรื่องอื่นที่เขาควรรู้สอดแทรกลงไปด้วย ก็ได้ค่ะ


เวลาอธิบายให้ลูกฟัง แล้วลูกพูดว่า "รู้หมดทุกอย่างแล้วล่ะแม่" หรือ "แหยะ.. ไม่เห็นจะน่ารู้เลย" อย่าเพิ่งหยุดให้ความรู้กับเขานะคะ บางทีเขาอาจแกล้งทำเป็นไม่สนใจ เพราะอาย แต่จะจดจำทุกคำพูดของเราได้ดีทีเดียว เพราะฉะนั้นอย่าร่ายยาวกับเขาครั้งเดียวแล้วเลิก แต่ทยอยให้ความรู้เขาไปทีละเล็กละน้อยแทรกไปกับเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวัน


แล้วถ้าลูกมาปรึกษากับเราด้วยความไว้วางใจ ช่วยเก็บเป็นความลับด้วย เรื่องขี้ปะติ๋วสำหรับพ่อแม่อาจเป็นเรื่องน่าอายใหญ่โตสำหรับลูกก็ได้ หรือไม่ใช่เรื่องง่ายที่ลูกจะเปิดใจคุยด้วย อย่าเผลอบอกคนอื่น หรือแค่แซวเล่นๆ ก็ไม่ได้ จะทำให้ลูกไม่ไว้ใจคุยกับเราอีกค่ะ


คุยกับลูกสาว
ทางด้านสรีระ ลูกสาววัยพรีทีนจะสูงแซงหน้าเด็กผู้ชายในวัยเดียวกันราวกับเป็นเด็กคนละรุ่น ทีเดียว ในวัย 12 โดยทั่วไปทรวดทรงของลูกสาวจะเริ่มเปลี่ยน เอวเริ่มคอด สะโพกเริ่มผาย หน้าอกเริ่มขยาย ขนอ่อนเริ่มขึ้นที่รักแร้และอวัยวะเพศ บางคนเริ่มมีประจำเดือน


เมื่อแม่ของพราวสังเกตว่าลูกสาวเริ่มมีหน้าอก เธอจึงพาลูกไปเลือกซื้อบราด้วยกัน ชักชวนและชี้แนะการเลือกบราที่เหมาะกับวัยแรกรุ่น ทั้งขนาดที่พอเหมาะ แบบและเนื้อผ้าสวมใส่สบาย


เรื่องหน้าอกผ่านไปเรียบร้อยเรื่องนึงแล้ว มาถึงเรื่องประจำเดือนบ้าง น้องพราวถามแม่ว่า


"เป็นไปได้ไหมคะที่บางคนจะไม่มีประจำเดือน"


"เอ...แม่ไม่รู้สินะ แต่เท่าที่รู้ผู้หญิงเราต้องมีกันทุกคน หนูกังวลหรือลูก"


"ก็นิดหน่อยค่ะ เห็นเพื่อนๆ ในห้องหลายคนมีแล้วหนูสงสัยว่าตัวเองจะมีหรือเปล่า ไม่มีก็ดีค่ะ ไม่อยากเลือดออก"


"ประจำเดือนไม่ใช่เลือดออกอย่างที่หนูเข้าใจหรอกค่ะ ถ้าเป็นอย่างนั้นทุกเดือนเลือดหมดตัวแน่ แต่ละเดือนร่างกายเราจะสร้างเลือดพิเศษขึ้นมาเป็นส่วนของผนังบุมดลูกต่างหาก ล่ะจ๊ะ


"ในช่วงนี้ร่างกายของเราจึงต้องการอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทุกหมวดหมู่ โดยเฉพาะผักผลไม้ กินน้อยเป็นแมวดมไม่ได้แล้วนะ"
ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง ยังทำให้อารมณ์ของสาวน้อยวัยนี้ขึ้นๆ ลงๆ ด้วย บางคราวคึกคักดี บางทีหงุดหงิดขี้น้อยใจ เจ็บคัดหน้าอก มีสิว และท้องผูก การกินผักผลไม้มากๆ และลดของหวานกับอาหารรสเค็มลง รวมทั้งการออกกำลังกาย จะช่วยให้อาการน่ารำคาญเหล่านี้ลดน้อยลง


"ประจำเดือนของแต่ละคนจะมาช้าเร็วไม่เท่ากัน เกณฑ์ปกติคือระหว่าง 10-15 ปี ลูกหายกังวลได้จ้ะเพราะลูกยังปกติดีอยู่ ถ้าถึงตอนนั้นแล้วยังไม่มี แม่จะพาลูกไปปรึกษาคุณหมอ


"การมีประจำเดือนในช่วงเดือนแรกๆ ของหนู อาจมีน้อยบ้าง หรืออาจไม่มาทุกเดือน ขาดหายไปบ้าง ไม่ต้องกังวลนะ เพราะร่างกายของเรายังไม่สมบูรณ์ ไปสักระยะเข้าที่เข้าทางก็มาปกติสม่ำเสมอทุกเดือนไปเอง


"เรื่องสำคัญของผู้หญิงเราก็คือความสะอาดจ้ะ อาบน้ำฟอกสบู่ให้สะอาดแบบปกติก็พอแล้ว ไม่ต้องไปใช้น้ำยาดับกลิ่นหรอกลูก


"วันที่มีประจำเดือนควรเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ 2-3 ชั่วโมง จะได้ไม่หมักหมมไง ใช้เสร็จต้องห่อกระดาษมิดชิดทิ้งในถังขยะ ถ้ากางเกงในเปื้อนใช้น้ำเย็นล้างออกก่อนแล้วค่อยซัก ถ้าเปื้อนผ้าปูที่นอนก็เปลี่ยนผ้าปู บอกแม่แม่จะหากะละมังแช่ผงซักฟอกให้ ของพวกนี้หนูต้องหัดซักเองแล้วนะ "


แม่ต้องมองเรื่องนี้เป็นเหมือนเรื่องอื่นๆ ในชีวิตประจำวันที่ต้องสอนให้ลูกรู้ ค่อยๆ พูดค่อยๆแทรกลงไปในการพูดคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ทีละนิดทีละหน่อย อาจถามความเห็นลูกต่อเรื่องต่างๆ ลูกจะซึมซับไปได้ง่ายกว่าจับเขามาเข้าคอร์สอบรมยาวยืดค่ะ


ทัศนคติของพ่อแม่ที่มองเรื่องนี้ว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ลูกควรทำความเข้าใจ จะช่วยให้เขาผ่านพ้นวัยนี้ไปได้ด้วยดีค่ะ

บทความแนะนำ

ผลวิทยาศาตร์ยืนยัน...หลับดี มีโอกาสต่อยอดพัฒนาสมอง
เรียนรู้ผ่านการเล่นที่ Qualitykids Brainfitness โรงเรียนเสริมทักษะที่เข้าใจธรรมชาติความเป็นเด็ก
การทำหมันหญิง
ทดสอบเพศลูกด้วยเบกกิ้งโซดา

Facebook Comment