โตขึ้นมีปัญหาแน่ ถ้าพ่อแม่ปล่อยให้ลูก EF อ่อนแอ


 
เด็กที่มีทักษะ EF นั้นมักจะมีแนวโน้มประสบความสำเร็จ เนื่องจากสามารถตั้งเป้าหมายในชีวิต รู้จักการวางแผน มีความมุ่งมั่น จดจำสิ่งต่างๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้ ทั้งยังสามารถยั้งคิด ไตร่ตรอง ควบคุมอารมณ์ตนเองได้ ยืดหยุ่นความคิดเป็น รู้จักจัดลำดับความสำคัญในชีวิต รวมทั้งรู้จักริเริ่มและลงมือทำสิ่งต่างๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน

ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่เมื่อโตขึ้นเด็กเหล่านี้มักประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งการงาน การเรียน และการใช้ชีวิต รวมถึงการแก้ปัญาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อใดก็ตามที่เด็กๆ ไม่ได้รับการปลูกฝังทักษะ EF ดีพอ ก็ย่อมส่งผลเสียต่อตนเอง มีปัญหาพฤติกรรมและขาดทักษะในการบริหารจัดการชีวิต 
 

 
ควบคุมตนเองไม่ได้
เด็กที่ขาด EF หากเจอปัญหาหรือความเครียด จะจัดการกับอารมณ์ไม่ได้เลย จะชอบแสดงอาการก้าวร้าวออกมาให้คนอื่นรู้ว่าไม่พอใจ สุดท้ายชอบกล่าวโทษผู้อื่น

วิธีแก้ : 
  • ปลอบโยนเมื่อลูกรู้สึกหงุดหงิด แม้เพียงเล็กน้อยก็ควรรีบแก้ไข เมื่อลูกจัดการอารมณ์ตนเองได้ ให้รีบชมเชย 
  • เมื่อลูกโกรธหรือโมโหจนควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ ให้พ่อแม่ค่อยๆ อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าเขาสามารถแสดงอารมณ์โกรธได้ แต่การแสดงออกนั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ 
  • เมื่อลูกผิดหวังเสียใจ ให้ลูกเล่าความรู้สึกของตนเองให้พ่อแม่ฟัง พ่อแม่เองต้องคอยปลอบใจลูก อย่าปล่อยให้ลูกเศร้าเสียใจนานเกินไป เพราะจะไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาสมองของลูก
 

 
ขาดความคิดยับยั้งชั่งใจ
เด็กขาด EF มักจะเอาแต่ใจตัวเองและชอบทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ หากเห็นอะไรที่อยากได้ ต้องเอาให้ได้โดยไม่สนวิธีการ มักก่อเรื่องให้ครอบครัวเป็นห่วง

วิธีแก้ : 
  • สอนให้ลูกรู้จักอดทนรอคอย เช่น อดทนไม่กินขนมก่อนกินข้าว และต่อแถวรอคิวเมื่อพาไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า ชวนกันปลูกต้นไม้ เป็นต้น
  • สอนลูกให้รู้จักขอบคุณและขอโทษ เมื่อมีผู้อื่นหยิบยื่นไมตรีให้ต้องขอบคุณ และทำผิดพลาดการขอโทษก็ไม่ใช่เรื่องน่าอาย พ่อแม่เมื่อทำผิดก็ควรขอโทษลูก และเมื่อลูกมีน้ำใจช่วยเหลือพ่อแม่ก็ควรพูดขอบคุณลูกเช่นกัน
  • สอนลูกให้รู้จักเห็นคุณค่าในสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ทุกอย่างย่อมมีคุณค่าในตัวเอง
  • ไม่สปอยล์ลูกจนเกินไป พ่อแม่ไม่ควรซื้อของเล่นให้ลูกมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้ลูกไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่มี 
  • สอนลูกให้รู้จักให้ ผู้ให้ย่อมเป็นผู้ที่ถูกรัก การให้เป็นการส่งความสุข ไม่จำเป็นต้องให้เป็นทรัพย์สินหรือสิ่งของ เพียงแค่เรามีความรู้สึกปรารถนาดีต่อผู้อื่นก็จะช่วยให้สังคมน่าอยู่ เช่น “วันนี้คุณแม่ทำขนมให้หนู เรามาแบ่งให้คุณพ่อ กับคุณปูกันนะ”

 
ไม่สามารถคิดคาดการณ์ไปข้างหน้าได้
หากขาด EF จะทำอะไรให้จบไปวันๆ คิดวางแผนอะไรในชีวิตไม่เป็น จะออกแนวกลัวการล้มเหลว ไม่กล้าลงมือทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง

วิธีแก้ : 
  • เปิดโอกาสให้ลูกได้ทำสิ่งใหม่ๆ อย่างอิสระ โดยมีพ่อแม่คอยดูแลความปลอดภัยอยู่ใกล้ๆ 
  • ให้ลูกมีโอกาสช่วยงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ตามศักยภาพเขา และอย่าลืมชื่นชมเมื่อลูกทำเสร็จแล้ว หากลูกทำได้ไม่ดี ควรให้กำลังใจ เช่น คราวหน้าเรามาพยายามใหม่นะคะ แม่จะคอยเอาใจช่วยค่ะ 
  • ให้ลูกมีโอกาสคิดกิจกรรม หรือมีส่วนร่วม เช่น วันหยุดที่จะถึงนี้จะทำอะไร หรือลองให้ลูกออกแบบการเล่นด้วยตัวเอง 
 

 
ขาดความสามารถในการจัดการสิ่งต่างๆ รอบตัว
เด็กขาด EF ชีวิตจะค่อนข้างยุ่งเหยิง มักจะผลักภาระให้คนรอบข้าง เป็นคนไม่กล้าแสดงออก บางครั้งเก็บกด จัดการเวลาไม่ได้และมักตามมาด้วยข้อแก้ตัว

วิธีแก้ : 
  • มอบหมายงานง่ายๆ ให้ลูกทำในแต่ละวัน เช่นงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ อย่าง กวาดบ้าน พับผ้า กรอกน้ำ
  • ให้ลูกเขียนบันทึกประจำวัน เพื่อเตือนความจำและจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำ
  • สอนลูกให้รู้จักการตรงต่อเวลา โดยพ่อแม่เองต้องเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น 
 

 
ขาดความคิดริเริ่มลงมือทำ
ชอบผลัดวันประกันพรุ่ง ชอบหาเหตุผลมากมายมารองรับความขี้ขลาด ขี้กลัว ของตัวเอง ลึกๆ แล้วกลัวความผิดพลาด เลยไม่กล้างทำอะไรในชีวิตเลย

วิธีแก้ : 
  • ปล่อยให้ลูกได้เล่นอย่างอิสระ ให้ลูกเป็นคนคิดเกม กติกาในการเล่น 
  • พูดคุยกับลูกเป็นคำถามปลายเปิด เพื่อต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ 
  • ปล่อยให้ลูกได้ทดลองลงมือทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง เช่น ให้ลูกลองช่วยทำกับข้าว เด็ดผัก ซักผ้า ล้างจาน ถึงแม้ว่าลูกจะทำไม่อร่อยหรือไม่สะอาด อย่าดุลูก แต่ควรขอบคุณพร้อมให้คำแนะนำและกำลังใจ เช่น ขอบคุณนะลูก แต่มันยังจืดไปนิด แม่ว่าถ้าหนูฝึกทำบ่อยๆ คราวหน้าต้องอร่อยแน่เลย เป็นต้น 
  • พาลูกออกไปท่องเที่ยว เรียนรู้ พบปะผู้คน เพื่อเพิ่มเติมความกล้า และเสริมสร้างประสบการณ์ในชีวิต  
 

 
ไม่สามารถจัดการกับความเครียดและอารมณ์ได้
เด็กขาด EF ชอบกลัวสิ่งที่คนอื่นคิดหรือพูด มักจะเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้าย เลือกหนีปัญหา และเสี่ยงโรคซึมเศร้าด้วยเพราะอารมณ์อ่อนไหวง่าย

วิธีแก้ : 
  • เมื่อลูกโกรธหรือโมโหจนควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ ให้พ่อแม่ค่อยๆ อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าเขาสามารถแสดงอารมณ์โกรธได้ แต่การแสดงออกนั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ 
  • คอยสังเกตว่าลูกซึม เงียบ หรือมีภาวะทางอารมณ์อื่นใดที่ผิดปกติหรือไม่ จากนั้นคอยชวนลูกคุยและปรับอารมณ์ลูก 
  • ให้ลูกเล่าความรู้สึกของตนเองให้พ่อแม่ฟัง พ่อแม่เองต้องคอยปลอบใจลูก อย่าปล่อยให้ลูกเศร้าเสียใจนานเกินไป เพราะจะไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาสมองของลูก
 

 
ขาดการวางแผนในระยะยาว
คนขาด EF มักจะลงมือทำอะไรไม่ได้นาน ทำแบบขอไปที ชอบคิดสั้นๆ ง่ายๆ และชอบใช้เงินเกินตัว เงินจะหมดไปกับของไม่จำเป็นที่สิ้นเปลือง

วิธีแก้ : 
  • ชวนลูกปลูกต้นไม้ นอกจากได้ฝึกความอดทนรอคอยแล้ว ลูกยังได้วางแผนการดูแลตั้งแต่กระบวนการเพาะเมล็ด ปลูก รดน้ำพรวนดิน จนเมื่อดอกผลงอกงามแล้วลูกจะรู้สึกภาคภูมิใจ 
  • สอนลูกให้รู้จักประหยัด เก็บออม ทำบันทึกรายรับรายจ่าย 
  • ชวนลูกต่อโมเดล หรือเล่นของเล่นที่ต้องใช้การวางแผนซับซ้อน เช่น บอร์ดเกม 
  •  
 

 
ขาดความมุ่งมั่นทำงานให้สำเร็จ
เป็นคนอยากทำ แต่ไม่ตั้งใจจะทำ เพราะขาดความทะเยอทะยาน ที่จะเป็น ที่จะครอบครอง ล้มเลิกอะไรง่ายๆ และมักหาเหตุผลมากมายมาเป็นข้ออ้างแก้ตัว

วิธีแก้ : 
  • ให้ลูกเล่นของเล่นที่ต้องใช้สมาธิ เช่น ตัวต่อ โมเดล จิ๊กซอว์ 
  • คอยพูดให้กำลังใจลูกเวลาเขาทำอะไรต่างๆ แต่ไม่ควรเข้าไปจัดการหรือเจ้ากี้เจ้าการกับลูก 
  • ให้ลูกหัดช่วยเหลือตนเองแต่เด็ก 
  • แบ่งหน้าที่ให้ลูกรับผิดชอบงานบ้างต่างๆ และต้องให้ลูกทำให้สำเร็จ 
  • ตั้งโจทย์ให้ลูกคิดและทำ เช่น แม่อยากจัดชั้นหนังสือจัง แต่ว่าจะจัดยังไงดี ลูกช่วยแม่จัดหน่อยได้มั้ย  
 

ไม่อยากให้ลูกขาดทักษะ EF สามารถสั่งซื้อหนังสือคุณหมอประเสริฐได้ที่ รักลูกซีเล็ค  www.raklukeselect.com หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ Line : @raklukeselect โทร 029137555 ได้เลยค่ะ  

Facebook Comment