"เพราะอะไรคุณหมอเอาจริงเอาจังกับการกินข้าวด้วยตัวเองของเด็กๆ"

EF, เลี้ยงลูกให้มี EF, อยากให้ลูกมี EF, อยากให้ลูก EF ดี, วิธีสร้าง EF, เลี้ยงลูกให้มี EF, อยากให้ลูกมี EF, อยากให้ลูก EF ดี, วิธีสร้าง EF, การเรียนรู้,เด็กยุคศตวรรษที่21, เวลาคุณภาพ, มีเวลาให้ลูก, เคล็ดลับเลี้ยงลูก, เทคนิกป้อนข้าวลูก, ฝึกลูกกินข้าวเอง, วินัยบนโต๊ะอาหาร, กินข้าวเองได้, รู้จักช่วยเหลือตัวเอง, มื้ออาหารของลูก  , ฝึกลูกตักข้าวเข้าปาก, คุณค่าของการกินข้าวเอง,  รักลูก Community of The Expert, Q&A ถามตอบกับคุณหมอประเสริฐ,

หลายบ้านเดินป้อนข้าวทั่วบ้าน ในสนาม ที่สนามเด็กเล่น เราพบเห็นเป็นประจำ ไม่มีอะไรรีบและถ้าจะอ้างว่าก็ไม่เห็นมีอะไรเสียหาย ก็น่าจะใช่ เหตุเพราะโลกเป็นเช่นนั้นเอง


คือโลกที่มีงานรอให้ทุกคนเมื่อเรียนจบหรือเป็นผู้ใหญ่ งานส่วนมากไม่ซับซ้อน งานในออฟฟิศ โรงงานหรือในภาคเกษตรกรรม มีลักษณะการทำงานเป็นขั้นเป็นตอนเหมือนสายพานในโรงงาน แม้แต่งานวิชาชีพ เช่น แพทย์ พยาบาล วิศวกรรม สถาปัตยกรรม ฯลฯ ทำไปตามสายพานมาตรฐาน ผลงานก็จะดีได้ง่ายๆ


โลกเปลี่ยนไปแล้ว ตำรามิได้มีเพียงตำรามาตรฐาน มีความรู้นอกเหนือมาตรฐานคือถูกบ้างผิดบ้างอยู่ทั่วไปในอินเทอร์เน็ต มีเคล็ดลับและหลุมพรางมากมายรอลูกๆ ของเราไปพบ ลักษณะงานก็เปลี่ยนไปแล้ว งานของทุกอาชีพหรือวิชาชีพมิได้ตรงไปตรงมาเหมือนเดิม มีความหลากหลายและซับซ้อนในตัวเอง มีการผนวกรวมของความรู้หลากหลายในงานหนึ่งๆ เสมอ คือโลกที่เด็กในวันนี้ต้องการสมองส่วนหน้าพรีฟรันทัลคอร์เท็กซ์(prefrontal cortex) ที่ดีในวันหน้า


สมองส่วนหน้าพรีฟรันทัลคอร์เท็กซ์เป็นชานชาลา(platform)ของ executive function(EF) คือทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จ ซึ่งต้องอาศัยการควบคุมตัวเอง(self control)เป็นปฐม  ควบคุมตัวเองได้คือควบคุมความคิด อารมณ์ และการกระทำเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย คือเป้าหมายของงานและเป้าหมายของชีวิต


การควบคุมตัวเองเป็นองค์ประกอบของ EF ที่ค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวขึ้นในวัย 3-4 ขวบคือช่วงที่อิริคสันเรียกว่า autonomy อันเป็นช่วงเวลาที่กล้ามเนื้อเรียบควบคุมการขับถ่าย กล้ามเนื้อใหญ่ควบคุมแขนขา และกล้ามเนื้อเล็กควบคุมนิ้วมือพัฒนาอย่างรวดเร็ว เด็กๆ ค้นพบว่าตนเองมีพลังที่จะทำอะไรต่อมิอะไรได้สารพัด รวมทั้งการไม่กินข้าว


เล่นบนโต๊ะอาหาร ดูหน้าจอบนโต๊ะอาหาร อ่านการ์ตูนบนโต๊ะอาหาร ไปจนถึงเดินสุดสนามให้ผู้ใหญ่เดินตามป้อน จนกระทั่งกิจกรรมการกินข้าวกลายเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลานานแสนนานกระทบกระเทือนตารางกิจวัตรของตัวเด็กเอง รบกวนจังหวะของนาฬิกาชีวิตภายในตัวเขาเอง ไปจนถึงสร้างความเสียหายทั้งทางหน้าที่การงานหรืออารมณ์ของคนอื่นในครอบครัว  อะไรที่ควรจะง่าย มีความสุข จบใน 30 นาทีกลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ นาน และมีอารมณ์ต่อกัน


แต่ที่เสียหายร้ายแรงคือเด็กมิได้ถูกฝึกให้มีความสามารถควบคุมตัวเอง คือควบคุมตัวเองให้กินข้าวตามเวลาที่กำหนด ตรงเวลาและไม่ใช้เวลานานจนเกินไป และด้วยความที่การกินเป็นการหาความสุขทางปากตามจิตวิเคราะห์ การกินจึงเป็นปฐมบทของการสำรวจโลกและการพัฒนา หากเด็กคุมได้ เด็กจะคุมอย่างอื่นได้งายขึ้นตามลำดับ


การกินควรมีความสุข เวลากินควรเป็นเวลาที่มีความสุข มีเทคนิคหลากหลายที่เราจะทำให้ 30 นาทีของมื้ออาหารให้มีความสุข ด้วยการให้เด็กตักหรือเปิบข้าวกินเอาเอง


นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
จิตแพทย์และนักเขียน ขวัญใจพ่อแม่ชาวโซเชียล


 

บทความแนะนำ

เจ็บฝีเย็บมาก ผิดปกติหรือเปล่า
นมที่เหมาะสมสำหรับแม่ตั้งครรภ์
อาการแพ้นมวัว ของลูกน้อย
4 อาการ ก่อนฟันขึ้น

Facebook Comment