“ลูกมักไม่ชอบเวลาเด็กคนอื่นไม่ทำตามกฎ”

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์, จิตแพทย์และนักเขียน ขวัญใจพ่อแม่ชาวโซเชียล, EF, เลี้ยงลูกให้มี EF, อยากให้ลูกมี EF, อยากให้ลูก EF ดี, วิธีสร้าง EF, เลี้ยงลูกให้มี EF, อยากให้ลูกมี EF, อยากให้ลูก EF ดี, วิธีสร้าง EF, พ่อแม่, เวลาคุณภาพครอบครัว, การเรียนรู้สำคัญกว่าความรู้, ความรู้, การเรียนรู้, รักลูก Community of The Expert, Q&A ถามตอบกับคุณหมอประเสริฐ, พูดคุยปัญหากับลูก, เทคนิดการเลี้ยง, ลูกไม่ร้องไห้ตอนไปโรงเรียน, ลูกไม่ชอบทำตามกฎ, ทำไมลูกไม่เหมือนคนอื่น , ปรับพฤติกรรมเด็ก, แก้ปัญหาพฤติกรรม, วินัยเชิงบวก, self control, รู้จักควบคุมตัวเอง, เด็กเลี้ยงง่าย, เด็กเลี้ยงยาก, ลูกไม่ชอบเห็นคนอื่นไม่ทำกตามกฎ,ตัวตน (self), พัฒนาตัวตน,สร้างความมั่นใจให้ลูก,สอนลูกเรียนรู้กติกา,กิจวัตรประจำวัน
 

เด็กอายุ 2-3 ขวบอิริคสันเรียกว่า Autonomy มีความหมายว่าเด็กจะพัฒนาความสามารถหลากหลายประการขึ้นมาได้เป็นอัตโนมัติ (autonomous function) ซึ่งเราอาจจะแปลเป็นไทยว่าวัยหนูทำได้ แล้วหนูก็จะทำ


ความสามารถแรกสุดคือพัฒนาการของกล้ามเนื้อเรียบที่ควบคุมการกลั้นปัสสาวะและอุจจาระซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางของร่างกายสอดคล้องกับพัฒนาการเด็กเรื่องสำคัญคือการเห็นตนเองเป็นศูนย์กลาง (self-centered)เด็กทุกคนจะกลั้นปัสสาวะและอุจจาระได้ด้วยตนเองก่อนอายุ 3 ขวบโดยมิต้องสอน เขาทำได้เอง หนูทำได้เอง  ที่คุณพ่อคุณแม่สอนอยู่ทุกวันนี้คือสอนเรื่องกาลและเทศะ (space&time) คือสถานที่และเวลาที่จะไปห้องส้วม


ฟรอยด์อธิบายว่าความสามารถที่จะคุมกล้ามเนื้อหูรูดนี้เป็นปฐมบทของอำนาจ คืออำนาจที่จะจัดการตนเองและสิ่งแวดล้อม  เด็กพบว่าเขาสามารถกลั้นได้จะเก็บหรือจะปล่อย จะเก็บหรือจะปล่อยเวลาใดเขาก็เลือกได้ด้วย  นี่คือตอนแรกๆของการสร้างสิ่งที่เรียกว่าตัวตน (self) 
มากไปกว่านี้คือเขาสามารถปั่นหัวพ่อแม่ได้ด้วยการกลั้นจนท้องผูกหรือปล่อยเลอะเทอะไม่เป็นที่เป็นทาง หรือถึงจะกลั้นก็พอจะทำได้บ้างแต่ยังไม่แข็งแรงเต็มร้อยหรือไม่อยากจะทำ เขาพบว่าเขามีอำนาจที่จะควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของพ่อแม่ด้วยความสนุกสนาน แม้ว่าบางครั้งจะเกินสนุกถูกดุหรือถูกตีเพราะไปห้องส้วมไม่ทัน


อำนาจที่จะควบคุมตัวเอง ควบคุมพ่อแม่ บางทีก็ดีมากและมีมากมายเสียจนขยายต่อไปควบคุมผู้อื่น ที่บ้านมีกติกาคือให้ปัสสาวะเป็นที่เป็นทาง มากกว่านี้คืออุจจาระเป็นที่เป็นทางและตามเวลาอีกด้วย  อันเป็นต้นเรื่องของกติกาข้ออื่นๆในบ้าน เมื่อเขามาพบเด็กบ้านอื่นที่ซึ่งมักถูกปล่อยปละละเลยเหตุเพราะวัฒนธรรมบ้านเรามักจะไม่เข้มงวดในเรื่องที่ควรเข้มงวดคือกติกาสาธารณะ เด็กที่พัฒนามาดีกว่าแต่ก็ยังเห็นตนเองเป็นศูนย์กลางก็อาจจะรู้สึกไปจนถึงขัดเคืองใจที่ตนเองไม่เหมือนคนอื่น มิใช่คนอื่นไม่เหมือนตนเอง เหตุเพราะยังเห็นตนเองเป็นศูนย์กลางไม่มากก็น้อย

อย่างไรก็ตาม ความเป็นศูนย์กลางของตนเองกำลังลดลงทุกวัน และเด็กคนนี้อาจจะลดเร็วกว่าเด็กอีกหลายคน วันหนึ่งเขาจะยอมรับความไม่มีกติกาของเด็กคนอื่นเพราะแม่ที่มีอยู่จริงได้สอนมา


พัฒนาการกล้ามเนื้อเรียบที่อยู่นอกเหนืออำนาจของจิตใจที่ทำหน้าที่กลั้นกล้ามเนื้อหูรูดนี้จึงเป็นเรื่องที่ฝึกไม่ได้ มันจะมาเอง บ้านที่เข้มงวดมากเกินไปกลับจะสร้างความกดดันให้แก่เด็กโดยไม่จำเป็น เพราะเด็กทุกคนจะทำได้เองอยู่แล้ว การกดดันในวันเวลาที่เขาทำไม่ได้จะสร้างความทุกข์ใจไปเสียเปล่าๆ

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
จิตแพทย์และนักเขียน ขวัญใจพ่อแม่ชาวโซเชียล


 

บทความแนะนำ

อาหารกับสุขภาพครอบครัว
เลี้ยงลูกให้เป็นคนดี มีคุณธรรมและเมตตาต่อผู้อื่น (1)
ช่วยลูกรับมืออาการคันเหงือก
ปานแต่กำเนิดแบบไหนต้องระวังอันตรายกับลูก!

Facebook Comment