"เรื่องไหนบ้างที่ต้องเข้มงวดกับลูก"

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์, จิตแพทย์และนักเขียน ขวัญใจพ่อแม่ชาวโซเชียล, EF, เลี้ยงลูกให้มี EF, อยากให้ลูกมี EF, อยากให้ลูก EF ดี, วิธีสร้าง EF, เลี้ยงลูกให้มี EF, อยากให้ลูกมี EF, อยากให้ลูก EF ดี, วิธีสร้าง EF, พ่อแม่, เวลาคุณภาพครอบครัว, การเรียนรู้สำคัญกว่าความรู้, ความรู้, การเรียนรู้, รักลูก Community of The Expert, Q&A ถามตอบกับคุณหมอประเสริฐ, พูดคุยปัญหากับลูก, เทคนิดการเลี้ยง, ลูกไม่ร้องไห้ตอนไปโรงเรียน, ลูกไม่ชอบทำตามกฎ, ทำไมลูกไม่เหมือนคนอื่น , ปรับพฤติกรรมเด็ก, แก้ปัญหาพฤติกรรม, วินัยเชิงบวก, self control, รู้จักควบคุมตัวเอง, เด็กเลี้ยงง่าย, เด็กเลี้ยงยาก, ลูกไม่ชอบเห็นคนอื่นไม่ทำกตามกฎ,ตัวตน (self), พัฒนาตัวตน,สร้างความมั่นใจให้ลูก,สอนลูกเรียนรู้กติกา,กิจวัตรประจำวัน
 

หากความเข้มงวดที่คุณแม่ว่ามามี 3 อย่างคือเข้มงวดเวลากินข้าว เวลาเข้านอน และการดูทีวี  กิจกรรมทั้งสามอย่างนี้ต้องการความเอาจริงเอาจังของพ่อแม่ ไม่มีการต่อรอง และสมควรเข้มงวด


สมัยใหม่อาจจะเพิ่มอีกข้อคือการนั่งคาร์ซีทก่อนออกรถในต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุโรปพ่อแม่จะดูแลกติกาเรื่องเวลากับพฤติกรรมพื้นฐาน ได้แก่ การกิน และการนอน เด็กที่รู้ว่าเวลากินคือกี่โมง วันละสามครั้ง ตามด้วยเวลาเข้านอนคือกี่โมง อย่างตรงเวลาทุกๆวัน เด็กจะกำหนดหมุดหมายของชีวิตลงไปวันละ 4 จุดโดยไม่รู้ตัวแล้วความสามารถที่จะควบคุมตัวเองให้ทำตามกติกาจะมาโดยอัตโนมัติ รวมทั้งรู้ว่าอะไรทำได้และอะไรทำไม่ได้


เวลาเป็นนามธรรม (abstract) ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา เด็กเล็กไม่รู้จักเวลา พ่อแม่ที่ชาญฉลาดจึงแปลงเวลาที่เป็นนามธรรมให้กลายเป็นรูปธรรม (concrete) ด้วยการวางนาฬิกามีเข็มเห็นเด่นชัดให้ลูกเห็นวันละ 4 ครั้งคือเวลากินข้าวและเข้านอน  ด้วยวิธีนี้เด็กๆจะเห็นเข็มสั้นและเวลาเริ่ม เข็มยาวและเวลาหยุด กินข้าวด้วยตนเองบนโต๊ะได้เมื่อเข็มยาวเดินจากขีดหนึ่งไปที่อีกขีดหนึ่งที่พ่อแม่ชี้ให้ดูด้วยนิ้วชี้  คำสั่งสอนของพ่อแม่บัดนี้กลายเป็นนิ้ว เป็นรูปธรรม


กินข้าวคือกินข้าวสถานเดียว ไม่เล่นบนโต๊ะอาหาร ไม่อ่านหนังสือและไม่ดูหน้าจอ เวลากินข้าวคือเวลากินและพูดคุยกับพ่อแม่ให้เสร็จใน 30-45 นาทีจนกระทั่งเป็นกติกาประจำชีวิต เข้านอนตรงเวลาทุกวันเมื่อเข็มสั้นและเข็มยาวเข้าที่ ประจำตำแหน่ง และนอนคือนอน ขึ้นเตียง ปิดไฟ และหลับตา ไม่ทำอย่างอื่นบนเตียงนอนจนติดเป็นนิสัยนอนไม่หลับ เพราะเตียงมิได้มีไว้นอนจนเป็นความเคยชิน


นอกเหนือจากการกลั้น และการกิน รวมไปถึงการนอน เด็กพัฒนาต่อไปจากศูนย์กลางของร่างกายเลื่อนออกมาถึงกล้ามเนื้อลายที่ต้นแขนต้นขาตามด้วยกล้ามเนื้อลายที่ปลายแขนปลายขา นี่คือกล้ามเนื้อใหญ่ของร่างกายที่ควบคุมการเคลื่อนที่ของกล้ามเนื้ออย่างหยาบ (gross motor) เป็นอีกหนึ่งความสามารถที่จะมีมาเองอัตโนมัติโดยไม่ต้องสอน


วันหนึ่งเด็กจะตีพ่อแม่ได้ เตะปู่ย่าตายายได้ ขว้างอาหารบนจานทิ้ง วิ่งหนีพ่อแม่เมื่อพ่อแม่เรียกอาบน้ำ ดิ้นด้วยกำลังแรงเมื่อพ่อแม่จับแปรงฟัน ความสามารถของกล้ามเนื้อใหญ่ที่มีพลังมหาศาลนี้เกิดขึ้นเอง ที่เราสอนจึงเป็นเรื่องกฎ กติกา มารยาท อะไรที่ทำได้ อะไรที่ทำไม่ได้  


นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
จิตแพทย์และนักเขียน ขวัญใจพ่อแม่ชาวโซเชียล


 

บทความแนะนำ

มีอะไรใน เหนียวไก่
รพ.รามาฯ แจกวัคซีนโรต้าแก่เด็ก ป้องกันท้องร่วง ฟรี!
Q & A แม่ท้องใช้โน้ตบุ๊กได้มั้ย
ข้อดีข้อเสียระหว่าง คลอดธรรมชาติ VS ผ่าคลอด

Facebook Comment