​10 วิธีสอนลูกให้เคารพสิทธิของผู้อื่น

สอนลูกให้เคารพสิทธิของผู้อื่น, วิธีสอนลูกให้เคารพสิทธิของผู้อื่น, สอนลูกให้รู้จักรอคอย, สอนลูกให้รู้หน้าที่, สอนลูกให้รู้จักควบคุมอารมณ์, ทักษะสมอง EF, EF, EF คืออะไร, รักลูกCommunityofTheExpert, Do ดีมี EF, ดูดีมี EF
 

10 วิธีสอนลูกให้เคารพสิทธิของผู้อื่น

 

การใช้ชีวิตในสังคม นอกจากต้องเรียนรู้กฎกติการ่วมกันแล้ว เรายังต้องมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีระเบียบวินัย ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน ไม่ทำร้าย รังแก ผู้ที่อ่อนแอกว่า รวมถึงต้องไม่ล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่นด้วย


ซึ่งการสอนลูกให้เคารพสิทธิของผู้อื่นนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างสังคมให้น่าอยู่แล้ว พ่อแม่เองก็ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะไปก่อปัญหาส้รางความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่นด้วย
 
สอนอย่างไรให้ลูกเคารพสิทธิของผู้อื่น

1. สอนลูกให้รู้จักรอคอย พ่อแม่สามารถฝึกให้ลูกควบคุมความต้องการของตนเอง หรือรอคอยให้เป็น เช่นหากลูกร้องงอแงอยากกินขนม แต่ยังออกไปซื้อให้ไม่ได้ ณ ตอนนั้น ก็ต้องบอกให้เขารอให้พ่อแม่ทำธุระให้เสร็จก่อน แม่ขอเวลา 10 นาที หนูรอนะคะ และต้องใจแข็งทำให้สำเร็จ ลูกจะได้เรียนรู้การรอคอยและลำดับความสำคัญก่อนหลังได้

2. สอนลูกให้รู้หน้าที่และอยู่ร่วมกับผู้อื่นเป็น
ใช้กิจกรรมง่ายๆ ที่ช่วยส่งเสริมการอยู่ร่วมกับคนอื่น เริ่มจากกิจวัตรประจำวันของลูก เช่น ช่วยพ่อแม่เข้าครัวถือของ ช่วยจ่ายตลาดซื้อของ ช่วยงานบ้าน หรือสอนเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหารเมื่อต้องกินร่วมกับคนอื่นๆ

3. สอนลูกให้พึ่งพาตนเอง
เป็นการปลูกฝังความรับผิดชอบไปในตัว ตั้งแต่การการฝึกให้ลูกอาบน้ำ แต่งตัว กินข้าว และเก็บของเล่นเองอย่างสม่ำเสมอ เมื่อลูกทำบ่อยๆ ก็จะทำได้ดียิ่งขึ้น และพัฒนาเป็นทักษะอื่นๆ ที่เป็นส่วนรวมได้ดีมากขึ้น

4. ให้ลูกทำงานบ้าน
งานบ้านเป็นสิทธิหน้าที่เบื้องต้นที่ลูกต้องรับผิดชอบ แถมยังฝึกการควบคุมอารมณ์ และความอดทนต่อภาระหน้าที่
 
5. ทำโทษเมื่อลูกทำผิด
พ่อแม่ต้องคอยห้ามปรามสั่งสอนเมื่อลูกทำผิด ต้องแยกแยะถูกผิดดีชั่วได้ โดยการทำโทษต้องไม่ใช้ความรุนแรง แต่อาจเป็นการสอน พุดคุย อธิบายให้ลูกเข้าใจด้วยเหตุผล

6. ปลูกฝังลูกเป็นผู้ให้ ผู้ให้ย่อมเป็นผู้ที่ถูกรัก การให้เป็นการส่งความสุข ซึ่งลูกไม่จำเป็นต้องให้สิ่งของหรือเงินทอง เพียงแค่มีความรู้สึกปรารถนาดีต่อผู้อื่น มีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่นตามกำลังและความสามารถของตนก็เป็นผู้ให้ได้
 
7. พูดขอบคุณและขอโทษบ่อยๆ การขอบคุณเมื่อมีผู้อื่นหยิบยื่นไมตรีให้เราเป็นเรื่องที่พึงกระทำ และการขอโทษกับสิ่งที่ผิดพลาดไม่ใช่เรื่องน่าอาย นอกจากสอนลูกให้พูดขอบคุณและขอโทษในโอกาสที่เหมาะสมแล้ว พ่อแม่เองก็ควรพูดขอบคุณลูกที่ช่วยทำงานบ้าน และควรกล่าวขอโทษเมื่อทำผิดต่อลูกเช่นกัน

8. นั่งสมาธิฝึกสติ การนั่งสมาธินอกจากจะฝึกจิตใจให้สงบแล้ว สมาธิยังช่วยควบคุมความคิดและอารมณ์ของเด็กๆ ได้อีกด้วย 

9. สอนลูกให้รู้จักควบคุมอารมณ์ อาจเป็นเรื่องยากที่จะทำได้ แต่การเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น ไม่ใช้อารมณ์ในทุกๆ เรื่อง รู้จักจัดการอารมณ์โกรธของตนเอง ของลูก โอบกอดกันบ่อยๆ หาวิธีระบายความโกรธ พูดถึงความรู้สึกลูกทุกครั้งที่ลูกโกรธ โมโห ก็ช่วยฝึกให้ลูกรู้จักควบคุมอารมณ์ได้ค่ะ

10. ให้คำชมลูก
การชมเชยในสิ่งที่ลูกทำได้ดีด้วยช่วยให้ลูกมีกำลังใจ และเกิดแรงจูงใจที่อยากจะทำดี และบ่มเพาะลักษณะนิสัยที่น่ารักไปจนโตเป็นผู้ใหญ่ค่ะ





 
"รักวัวให้ผูก รักลูกให้เลี้ยงด้วย EF"
ขอบคุณความรู้ EF โดย สถาบัน RLG


ลูกไม่มีความอดทน, ลูกไม่รู้จัก, ฝึกให้ลูกรู้จักรอคอย, สอนลูกให้รู้จักรอคอย, ลูกรอเป็น, สอนลูกเข้าคิว, สอนลูกต่อคิว, EF, Executive Functions, ทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จ, การทำงานของสมองส่วนหน้า, ทักษะสมอง EF, พัฒนา EF, ฝึก EF, EF คืออะไร, อีเอฟคืออะไร, ปรับพฤติกรรมลูก, ลูกก้าวร้าว, ลูกเอาแต่ใจ, ลูกดื้อ, ลูกไม่มีความอดทน, ลูกขี้เกียจ, ลูกความจำไม่ดี, ลูกชอบเถียง, ลูกอาละวาด, ลูกอารมณ์ร้าย, ลูกอ่อนไหว, ลูกปรับตัวไม่เป็น, ลูกปรับตัวไม่เก่ง, ลูกขี้อาย, ลูกไม่มีความยับยั้งชั่งใจ, ลูกไม่มีระเบียบ, ลูกไม่มีวินัย, Working memory, ความจำเพื่อใช้งาน, Inhibitory Control, การยั้งคิด ไตร่ตรอง, Shift, Cognitive Flexibility, การยืดหยุ่นความคิด,Focus, Attention, จดจ่อใส่ใจ, Emotional Control, การควบคุมอารมณ์, Planning,Organizing, การวางแผน, การจัดระบบดำเนินการ, Self-Monitoring, การรู้จักประเมินตนเอง,Initiating, การริเริ่มและลงมือทำ, Goal-Directed Persistence, ความพากเพียร, มุ่งสู่เป้าหมาย, เลี้ยงลูกให้เก่ง, เลี้ยงลูกให้เอาตัวรอด, เลี้ยงลูกให้ดี, เลี้ยงลูกให้ฉลาด, เลี้ยงลูกให้เป็นคนดี, เลี้ยงลูกให้ดูแลตัวเองได้, เลี้ยงลูกให้มีความสุข


 

บทความแนะนำ

มาผ่อนคลายร่างกายในวันหยุดพักผ่อนกันเถอะ
พาทัวร์ร้าน Ya kun kaya toast ร้านดังสัญชาติสิงคโปร์สู่ไทย
กลัวลูกเป็นเด็กกิจกรรมจนเสียการเรียน
Q & A ดูละครส่งผลกับลูกในครรภ์หรือไม่

Facebook Comment