ลูกน้อยนอนอย่างไร…ไม่เสี่ยงภัย

โรคตายเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุในเด็กทารก (Sudden Infant Death Syndrome) หรือเรียกย่อๆ ว่าซิดส์ (SIDS) โรคชื่อน่ากลัวนี้มักจะเกิดกับเด็กแรกเกิดถึง 1 ขวบ อาการก็คือ “หลับไม่ตื่น” (นอนหลับแล้วก็ตายไปเลย โดยไม่มีโรคอื่นๆ หรือมีความผิดปกติใดๆ มาก่อน)

และที่น่าตกใจกว่านั้นคือแม้ในสหรัฐอเมริกาจะมีรายงานการตายเพราะโรคนี้ถึงปีละกว่า 2,500 ราย แต่จนถึงยุคนี้ก็ยังไม่มีใครตอบได้ชัดเจน (แม้มีงานวิจัยอย่างมากมาย) ว่าต้นเหตุของโรคนี้เกิดจากอะไร และมีวิธีป้องกันแก้ไขอย่างไร แต่ก็ยังดีครับ ที่งานวิจัยได้ระบุว่า เหตุสำคัญหนึ่งของโรคซิดส์ (SIDS) ก็คือ การนอนแบบ “เสี่ยงตาย” ของเด็ก!

1.นอนคว่ำ อันตราย

กรณีศึกษา: เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าน้องเอ ลูกน้อยวัย 1 เดือน 10 วัน มักรู้สึกตัวตื่นง่าย แม้เสียงดังเพียงเล็กน้อย จึงแก้ปัญหาด้วยการให้น้องเอได้นอนเพียงลำพังในห้องแอร์และปิดประตูห้องอย่างมิดชิด โดยทุกราว 20 นาที คุณแม่จะเข้าไปดูลูกน้อยในวันนั้นราวบ่าย 2 คุณแม่เข้าไปดูน้องเอเช่นเคย แต่ปรากฏว่าลูกนอนคว่ำหน้าจมหมอน (มีลักษณะหนานุ่ม) ตัวซีด ปากเขียว และหมดสติแน่นิ่ง น้องเอรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราว 7 วันก็เสียชีวิต

จากการวิจัยพบว่า การนอนคว่ำหน้า(Prone position) เป็นเหตุสำคัญให้ทารกต้องตายด้วยอาการ SIDS มากกว่าเหตุอื่น และนี่เองที่ในสหรัฐอเมริกาถึงกับเกิดโครงการ Back to sleep (ให้เด็กนอนหงายกันเถิด) ตั้งแต่ปี 1992 โดยการรณรงค์ให้พ่อแม่จับทารก ให้นอนในท่านอนหงายเสมอ จากนั้นไม่นานก็พบว่าการตายจากโรค SIDS ลดลงอย่างชัดเจน แต่สำหรับพ่อแม่ที่กลัวลูกหัวจะแบน (อยากได้ลูกหัวทุย) และเด็กได้ออกกำลังกายช่วงต้นแขน และหัวไหล่ ขอแนะนำว่าควรจับเด็กนอนคว่ำบ้าง โดยต้องทำเฉพาะในเวลาที่ลูกตื่นและมีคนเฝ้าลูกไว้ไม่ให้คลาดสายตา

ส่วนเรื่องการหนุนหมอนนั้น ซึ่งจริงๆ แล้วเด็กวัยไม่เกิน 2 ขวบยังไม่ต้องนอนหนุนหมอนหรอกนะครับ แต่หากลูกวัยเกิน 4 เดือนชอบและอยากหนุน เราก็อาจใช้หมอนบางๆ หนุนใต้ที่นอน (เพื่อยกที่นอนช่วงศีรษะให้สูงขึ้นอีกนิด)

2.เด็กตายเพราะถูกนอนทับ

กรณีศึกษา: ช่วงเวลา 03.00 น. ได้ตื่นมาให้ลูกดื่มนมจากหน้าอกของแม่ แล้วเผลอหลับไป จนกระทั่งตื่นมาในช่วงเช้า พบว่าลูกตายแล้ว ตำรวจตรวจที่เกิดเหตุพบว่า บนที่นอนมีรอยเลือดและคราบน้ำลายของ ด.ช.เจ ติดอยู่ ผู้เป็นแม่ร้องไห้ทั้งน้ำตา ยอมรับว่าหลังจากให้นมลูกคงนอนหลับไปแล้วทับ ด.ช.เจ จนหายใจไม่ออก และพยายามดิ้นอย่างแรง จนเลือดทะลักออกปากและจมูก จนเสียชีวิตคาอ้อมกอดของแม่

สำนักงานความปลอดภัยในผู้บริโภค (CPSC) ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้รายงานว่า การตายของเด็กทารก 58 รายอันเกิดจากการถูกนอนทับ (overlying) โดยคนที่นอนเตียงเดียวกัน ในไทยเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ยิ่งบ้านเราพ่อแม่ชอบนอนเตียงเดียวกับลูกตั้งแต่แบเบาะจนเติบใหญ่ แม้แต่ลูกๆ ก็คงรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย หากลูกยังเป็นทารกวัยต่ำกว่า 6 เดือน และพ่อแม่ (ผู้นอนร่วมเตียงกับทารก) เป็นคนอ้วนมากกินยานอนหลับ กินยาทำให้ง่วง เช่น ยาแก้หวัด ยากล่อมประสาท เมาเหล้า ทำให้มีโอกาสหลับสนิทเกินไป แล้วนอนทับลูกน้อยโดยไม่รู้ตัว

3. เครื่องนอน หมอน มุ้ง เสี่ยงภัย

กรณีศึกษา: เมื่อแม่ตื่นขึ้นมาราว ตี 2 ก็พบว่า น้องบีวัย 1 ขวบ 1 เดือน นอนตัวตกอยู่ในร่องระหว่างฟูกนอน (หนาราว 6 นิ้ว) กับฝาบ้าน โดยมีหมอนข้างทับทั้งใบหน้าและลำตัว เมื่ออุ้มลูกขึ้นมาก็พบว่าเด็กหมดสติ แม้พ่อจะพยายามปฐมพยาบาลโดยการเป่าปากและปั้มหัวใจ น้องบีก็ไม่ฟื้น จึงพาไปโรงพยาบาล ราวครึ่งชั่วโมง แพทย์ในห้องฉุกเฉินดังกล่าวออกมาแจ้งว่าน้องบีเสียชีวิตแล้ว

ที่นอนที่ปลอดภัยของทารกไม่ใช่ฟูกหนาๆ แต่คือเบาะบางๆ ที่มีความแข็งกำลังดี ทารกน้อยที่นอนบนฟูกหนานอกจากเสี่ยงต่อการตกลงไปในช่องว่างระหว่างฟูก ยังเสี่ยงที่ใบหน้า จมูกของเด็กจะจมลงไปแล้วกดจมูกและปากเป็นเหตุให้ขาดอากาศหายใจ เสียชีวิตได้

4.การตายและบาดเจ็บจากเตียงเด็ก (Cribs)

สำนักงานความปลอดภัยในผู้บริโภค (CPSC) ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รายงานการบาดเจ็บจากการใช้เตียงเด็กในประเทศสหรัฐอเมริกาถึงปีละกว่าหนึ่งหมื่นราย เป็นการตายประมาณปีละกว่า 20-30 ราย อย่างไรก็ตามก่อนปี 1970 ซึ่งเป็นยุคที่ไม่มีการควบคุมมาตรฐานของเตียงเด็กเลยพบว่ามีการตายถึงปีละ 150 – 200 ราย

สาเหตุที่สำคัญของการตายคือการติดค้างของศีรษะที่ลอดผ่านซี่ราว (slat) หรือลอดผ่านรูบนผนังศีรษะและเท้า (headboard and footboard) การกดทับใบหน้าจมูกในช่องห่างระหว่างเบาะที่นอนกับราวกันตก การแขวนคอซึ่งเกิดจากเสื้อผ้า สร้อยคอ การตกเตียงลงบนกองผ้า ถุงพลาสติก จนกดทับการหายใจ

เด็กอายุ 2 ปีแรกควรจัดให้นอนเตียงเด็กอย่างถูกวิธีตามนี้ครับ
– เตียงเด็กต้องมีราวกันตกที่มีซี่ราวห่างกันไม่เกิน 6 ซม.
– ราวกันตกจะต้องมีตัวยึดแน่น เด็กไม่สามารถเหนี่ยวให้เคลื่อนไหวได้เอง ไม่อ้า ไม่เผยอจนเกิดช่องห่างจากเตียงจนลำตัวเด็กลอดตกได้
– เบาะที่นอนต้องพอดีกับเตียง และไม่มีช่องว่างระหว่างเบาะกับราวกันตก
– มุมเสาทั้ง 4  มุมต้องเรียบ มีส่วนนูนได้ไม่เกิน 1.5 มม.
– ผนังเตียงด้านศีรษะและเท้าต้องไม่มีการตัดตกแต่งให้เกิดร่อง รู
– จากขอบบนของเบาะที่นอนถึงราวกันตกด้านบน ต้องมีความสูงไม่ต่ำกว่า 65 ซม.
– เด็กอายุ 2 ปีหรือความสูงเกินกว่า 89 ซม.มีความเสี่ยงต่อการปีนราวกันตกและตกจากที่สูงได้ พ่อแม่ต้องระวัง

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น

หากพบว่าเด็กแน่นิ่ง ตัวซีด หรือเขียวคล้ำ ให้จับเด็กนอนหงาย พยายามปลุกเรียก สังเกตการหายใจโดยดูการเคลื่อนไหวของหน้าอก หน้าท้อง ถ้าเรียกไม่รู้ตัว ลักษณะเหมือนไม่หายใจ ให้กดทรวงอก บริเวณสันอกทันทีสลับกับการเป่าปากหรือเป่าจมูก-ปาก โดยผู้ช่วยประกบปากเข้ากับจมูกและปากทารกในเวลาเดียวกัน ขณะเดียวกันอีกคนก็รีบตามหน่วยฉุกเฉินหมายเลข 1669 ครับ

การนอนของลูกน้อย เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจอย่างพิเศษไม่แพ้เรื่องอื่นๆ เพื่อให้ลูกน้อยได้นอนหลับอย่างสบาย ตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น แข็งแรง โตวันโตคืน เป็นแก้วตาแก้วใจของพ่อแม่ตลอดไป

 

Facebook Comment