แม่โพสต์เตือน! ลูกเป็นผื่นอย่าคิดไปเองว่าแมลงกัด แต่เป็นโรคฮีน็อค จนห้ามวิ่ง 1 ปี

อุทาหรณ์เตือนใจคุณพ่อคุณแม่ เพราะเมื่อลูกเป็นโรคโรคฮีน็อค ที่ไม่ค่อยมีคนเป็นกัน โดยในประเทศไทยพบโรคนี้ในอัตรา 22 คน ต่อประชากร 100,000 คน เท่านั้น จึงจัดอยู่ในกลุ่มโรคหายาก แล่าล่าสุดเฟซบุ๊ก Tippawan Pingpittayakul ได้มีการโพสต์อุทาหรณ์ของคนเป็นแม่ กับการที่ลูกเป็นโรคฮีน็อค ดังนี้ค่ะ...

ฮีน็อค ทำไมต้องมาเป็นกับลูก แต่เมื่อเป็นแล้วต้องเข้าใจมันและอยู่กับมันให้ได้เพื่อลูก

รายละเอียดอาการเพื่อเป็นอุทาหรณ์ของคนเป็นแม่ เพราะมันไม่ใช่แค่ผื่น มันไม่ใช่แค่แมลงกัดหรือยุงกัด แต่มันร้ายแรงกว่านั้น โชคดีที่มาไว โชคดีที่มันยังไม่ถึงขั้นอาเจียนหรือทำร้ายไตของลูก โรคนี้เป็นโรคที่ไม่ค่อยจะมีคนเป็น แต่ก็มีคนเป็น โรคนี้ต้อง Follow up 1 ปี ห้ามวิ่ง ห้ามออกกำลังกาย ไม่ติดต่อ

15/2/61 ตอนเย็นไปรับพายอาร์กลับจากโรงเรียนแบบปกติทุกวัน แต่ที่แปลกคือตอนรับกลับ พายอาร์ไม่ยอมยืนหน้ารถอย่างที่เคย บอกเจ็บขา ๆ  เลยนั่งกอดด้านหลังกลับบ้าน วันนั้นถอดถุงเท้ารองเท้าดู ใต้ฝ่าเท้าบวมปูด แวบแรกที่คิดได้คือ ลูกไปโดนอะไรกัดมา สอบถามครูไม่มีใครรู้ ถามลูกลูกบอกเจ็บตอนนั่งเขียนการบ้าน คืนนั้นเค้าไม่ได้บอกอะไรมาก แค่เจ็บ เราก็รอดูอาการ ไม่มีไข้ กะว่าถ้าอะไรกัดเช้าวันถัดไปน่าจะยุบ

@@@@
16/2/61 เช้าวันรุ่งขึ้น ลูกบอกยังเจ็บอยู่ยืนไม่ได้ เลยให้หยุดเรียน ฝ่าเท้าด้านขวายังนูนปูด แต่ด้านซ้าย ด้านข้าง ๆ เท้า กลายเป็นรอยช้ำ จ้ำเขียว วันนั้นเลยพาไปหาหมอโรงพยาบาลใกล้บ้าน หมอส่องรอยเขี้ยว หาร่องรอยการโดนกัดของแมลง ไม่พบ เลยได้ยาฆ่าเชื้อมา คิดว่าน่าจะเป็นแมลงเล็ก ๆ กัดแล้วเกิดอาการแพ้ วันนั้นกลับมาลูกก็ยังบอกเจ็บขา และเริ่มมีจุดเล็ก ๆ แดง ๆ ขึ้นที่เท้า และขา

@@@@
17/2/61 ลูกตื่นเช้ามาพร้อมกับอาการเจ็บหลัง รีบเปิดดูว่ามีผื่นขึ้นหลังมั้ย แต่ไม่มี ตลอดระยะอาการเจ็บขา อุ้มลูกไปไหนมาไหนเข้าห้องน้ำตลอด เดินไม่ได้ ได้เพียงนั่งอยู่กับที่ เช้านี้จุดเริ่มเยอะขึ้น พอตกบ่ายแก่ ๆ จากจุดกลายเป็นรอยปื้นใหญ่ และการเจ็บหลังและขามีมากขึ้น แตะตัวไม่ได้เลย อุ้มไว้บนตักพอขยับก็ร้อง เลยต้องพามาหาหมอประจำตัว หลังจากหมอพบร่องรอย หมอเจาะเลือดไปตรวจ และสันนิษฐานเลยว่า พายอาร์เป็นฮีน็อค ซึ่งรอผลเลือดยืนยันอีกรอบ

@@@@
18/2/61 ผลเลือดออกเป็นที่แน่ชัดว่า เป็นแน่นอน หมอบอกโรคนี้ไม่ทราบสาเหตุน้อยคนที่จะเป็น แต่ก็มีคนเป็น เบื้องต้น ต้องให้สเตียรอยด์ และยาเพื่อกดเม็ดเลือดขาว ยาที่ได้รับได้ทางสายน้ำเกลือ คุณหมอแปลนไว้ว่าวันพุธที่ 21/2/61 ถ้าอาการดีขึ้น ผื่นยุบ บวมยุบ เราจะได้กลับบ้าน

@@@@
19/2/61 หลังจากได้ยา อาการปวดตามขาและหลังเริ่มหาย เหลือเพียงรอยผื่นและรอยช้ำ ส่วนหลังยังทิ้งรอยปูดอยู่ แต่ไม่เจ็บ ตลอดระยะการรักษา ต้องจดปริมาณเข้า-ออกน้ำ ฉี่กี่ครั้ง ปริมาณเท่าไหร่ กินน้ำไปเท่าไหร่ ต้องจดหมด และมีการนำฉี่ไปตรวจ

@@@@
20/1/61 วันนี้ขาที่บวมเริ่มยุบลง และหลังหายปูด ยุบลงเช่นกัน เหลือเพียงรอยช้ำเล็ก ๆ ตามซอกนิ้วและฝ่าเท้า หมอบอกว่าจะถอดน้ำเกลือให้และเปลี่ยนจากยาฉีดเป็นยากินเพื่อดูปฏิกิริยา ถ้ามันตอบสนองดีขึ้น จะได้กลับบ้าน

@@@@
21/1/61 พายอาร์ตื่นมาพร้อมกับคำพูดแรก มาม๊าวันนี้เราจะได้กลับบ้านแล้ว ทุกคนดีใจ เก็บข้าวของเรียบร้อยเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมกลับ แต่พายอาร์บอกว่ามีปวดตรงหัวเข่า เลยบอกลูกว่า เดี๋ยวคุณหมอมา บอกคุณหมอนะคะ พอหมอเข้า หมอเห็นเข่าพายอาร์ปูดมาก หมอบอกว่ากลับไม่ได้แล้วค่ะคุณแม่ หมอขอเพิ่มโดสยา และรอดูผล ถ้าไม่ดีขึ้น ต้องเจาะน้ำเกลือให้ยาทางสายอีกรอบ ขออย่าให้เป็นเช่นนั้น...

อาการของโรคฮีน็อค ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทราบ
โรคฮีน็อค ชอนไลน์ เพอพูรา มีชื่อภาษาไทยว่า "โรคหลอดเลือดอักเสบ" หรือ "โรคเส้นเลือดอักเสบ" อาการมีดังนี้
   
1. มีผื่นเป็นลักษณะจ้ำแดงๆ ม่วงๆ ขึ้นตามผิวหนัง ขา เท้า แขน และก้น 

2. ปวดตามข้อ ข้ออักเสบ โดยเฉพาะที่ข้อเท้า หัวเข่า มักเป็นเฉียบพลัน

3. ปวดท้อง ซึ่งจะปวดมากขึ้นหลังทานอาหาร โดยบางคนอาจมีอาการอาเจียน มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร

4. มีอาการทางไต เช่น ไตอักเสบ ปัสสาวะเป็นเลือด หากเป็นหนักอาจถึงขั้นไตวายแต่มีโอกาสพบได้น้อยมาก 

5. ในบางเคสอาจมีอาการหลอดเลือดอุดตัน หรือหลอดเลือดฉีกขาด ซึ่งหากเกิดขึ้นกับอวัยวะสำคัญของร่างกาย เช่น สมอง ไต ปอด หรือหัวใจ ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

หากลูกไม่สบายและมีอาการตามที่กล่าวมานั้น ควรพาไปพบแพทย์ทันที และโรคนี้ไม่ใช่โรคระบาด หรือโรคติดต่อนะคะ ผู้ที่เป็นโรคนี้มักมีการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนบนมาก่อน 1-3 สัปดาห์ เช่น มีไข้ต่ำไม่เกิน 38 องศาเซลเซียส จากนั้นจึงแสดงอาการผื่นตามมาค่ะ
 

Facebook Comment