แค่เรื่องแต่ง Momo Challenge เป็นข่าวปลอม

เป็นกระแสดังที่พ่อแม่ตื่นตัวกัน กับ Momo Challenge ที่ว่ามีคลิปไม่เหมาะสมไปโผล่ในแอพ YouTube Kids ของเด็กๆ ซึ่งเจ้าตัว Momo นี้เป็นเหมือนตัวการ์ตูนรูปปั้นหน้าตาน่ากลัว แล้วชักชวนให้เด็กออกมาทำภารกิจแผลงๆ ตั้งแต่ทำอะไรที่เสี่ยงอันตราย แกล้งคนอื่นไปจนถึงการฆ่าตัวตาย ถ้าใครไม่ทำตามก็จะถูกแช่งหรือมีอันเป็นไป (คล้ายๆ จดหมายลูกโซ่หรือฟอร์เวิร์ดเมลล์)

แต่ความจริงแล้วภาพของ Momo Challenge ที่น่ากลัวนั้นเป็นเพียงรูปปั้น "Mother Bird" ของศิลปินชาวญี่ปุ่น ที่นำออกมาแสดงในปี 2016 จากนั้นก็มีการเผยแพร่เรื่องราวของ Momo Challenge ในช่วงฤดูร้อนปี 2018 จนสำนักข่าวต่างประเทศต้องออกมาเตือนกัน รวมถึงใน WhatsApp ด้วย

ซึ่งตัวแทนจาก WhatsApp ก็ได้ออกมากล่าวถึงประเด็นนี้ว่าทางบริษัทได้มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะรูปแบบวิดีโอหรือรูปภาพที่เกี่ยวข้อง และจัดให้เป็นสิ่งต้องห้ามเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ระบบ

ส่วนกระแส Momo Challenge ที่กลับมาในรอบนี้ เริ่มมาจาก twitter account ที่ใช้ชื่อ Wanda Maximoff ออกมาเตือนเรื่องโมโมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งทวีตนี้ถูกรีไปมากกว่า 22,000 ครั้ง ทำให้เรื่องแพร่กระจายเร็วมาก (แต่ล่าสุดเจ้าของทวิตเตอร์ได้ลบข้อมูลออกไปแล้ว)

นอกจากกระแสในทวิตเตอร์ที่ไปไกลแล้ว คนดังอย่างคิม คาร์ดิเชี่ยนก็ยังเชื่อและโพสต์เตือนคนอื่นๆ ในอินสตาแกรม ซึ่งก็ทำให้กระแสของ Momo Challenge กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง ทั้งที่ความจริงแล้วเรื่องนี้เพิ่งซาไปไม่ถึงปีเอง (และเป็นเรื่องตื่นตูมในต่างประเทศเช่นกัน)

ในประเทศไทยเองช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีการพูดถึงเรื่องนี้ค่อนข้างมาก เนื่องจากกระทบกับกลุ่มเด็กๆ และพ่อแม่ที่ใช้ YouTube เป็นสื่อในการเรียนรู้ เพราะมีข่าวว่า Momo Challenge เป็นโฆษณาแทรก ช่อง YouTube สำหรับเด็กหรือแอบแฝงใน YouTube Kids 

ซึ่งทาง YouTube ได้ยืนยันแล้วว่าไม่พบ Momo Challenge ในแพลตฟอร์ม ที่มีรายงานว่ามีวิดีโอ Momo Challenge ใน YouTube นั้น ก็ไม่เป็นความจริง และเนื้อหาเหล่านั้นยังละเมิดต่อกฎ YouTube ซึ่งหากเจอจะมีการลบทิ้งทันทีด้วย

นอกจากนี้มีรายงานจาก BBC และ The Guardian.com ว่าตำรวจสหราชอาณาจักรไม่ได้รับรายงานหรือการแจ้งความเหตุการทำร้ายร่างกายจากเกม Momo Challenge อันที่จริงแล้ว ความตื่นกลัวของพ่อแม่เริ่มมาจากเกมวาฬสีน้ำเงิน Blue Whale Challenge ที่คร่าชีวิตเด็กวัยรุ่นในรัสเซียมากกว่า 100 ชีวิต จึงไม่แปลกที่จะต้องเฝ้าระวังกันเรื่องนี้ 

อย่างไรก็ตามการเฝ้าระวังสื่อสำหรับเด็กเป็นเรื่องดีค่ะ แม้ Momo Challenge จะไม่มีอยู่จริง แต่พ่อแม่ก็ยังต้องตรวจสอบการใช้สื่อของลูก นอกจากจำกัดเวลาในการรับชมวิดีโอต่างๆ ยังต้องคัดกรองเนื้อหาให้เหมาะสมกับวัย ที่สำคัญพ่อแม่ควรอยู่กับลูก คอยให้คำแนะนำขณะลูกใช้สื่อโซเชี่ยลมีเดียด้วยค่ะ

บทความแนะนำ

กลัวลูกเป็นเด็กกิจกรรมจนเสียการเรียน
เทคนิคพาลูกไปหาหมอ
Q&A ลูกขวบกว่ามีกลิ่นปาก
ฝุ่น! ตัวการทำลูกเป็นภูมิแพ้

Facebook Comment