คู่มือ...อ่านใจสามี

คุณผู้อ่านที่เป็นผู้หญิงทั้งหลายที่แต่งงานแล้ว คุณเคยคิดไหมว่าคุณรู้จักสามีดีแค่ไหน หลายๆ คนคบกันมานานหลายปีจนรู้ใจกันดี จึงตกลงปลงใจแต่งงาน แต่ยิ่งอยู่ไปอยู่ไป ยิ่งเหมือนรู้จักสามีน้อยลง ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นล่ะ!

sex_momypedia

ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์


เธอ (คุณผู้หญิง):
งานนี้ถ้าไปถามนักดาราศาสตร์จะบอกว่าเพราะเรามาจากดาวคนละดวง โดยผู้ชายมาจากดาวอังคารส่วนผู้หญิงมาจากดาวศุกร์ แล้วมาพบรักกันบนโลก อะไรหลายอย่างจึงต่างกัน ถ้าถามนักวิทยาศาสตร์ก็จะบอกว่าหญิงและชาย ต่างกันตั้งแต่ระดับหน่วยย่อยเล็กๆ ที่เรียกว่า เซลล์เลยทีเดียว ทำให้อะไรๆ ก็ต่างกันไปหมด ทั้งร่างกาย จิตใจ ความคิด ความรู้สึก ความต้องการ ฯลฯ เช่น

เขา (คุณผู้ชาย): ใช้อารมณ์เป็นใหญ่ ให้ความสำคัญกับความรู้สึกมาก ต้องการความใกล้ชิดและความสนอกสนใจ เน้นความสัมพันธ์ในครอบครัว ให้ความสำคัญกับเรื่องปลีกย่อยจนบางครั้งเกิดเป็นความขัดแย้ง เมื่อขัดแย้งขึ้นมาก็อยาก


พูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจลดความอึดอัด และต้องการคนพูดคุยเพื่อปลอบใจและระบายความเครียด


อ่านใจคุณผู้ชาย

ดังนั้น บ่อยครั้งที่คุณทะเลาะกันด้วยเรื่องไร้สาระ เพราะไม่เข้าใจพื้นฐานของกันและกัน เอาล่ะวันนี้เราจะมาปรับตัวเข้าหากัน โดยเริ่มที่คุณก่อนดีไหม คุณอาจถามว่า ทำไมต้องฉันก่อน ทำไมไม่เขาก่อน แต่ผมแนะนำให้คุณเริ่มก่อน ก็เพราะคุณเป็นคนอ่านนี่นา และผมเชื่อว่าเมื่อคุณเริ่มปรับตัวเข้าหาเขา เข้าใจเขา เขาก็จะปรับตัวเข้าหาคุณด้วยเหมือนกัน (ตามประสาคนดีที่เราเลือกเป็นคู่ไง คือให้เขา เขาก็จะให้ตอบแทน)



  • พยายามมองเห็นคุณค่าของเขาให้มาก อย่ารอให้สาวๆ คนอื่นมองเห็น แต่เรากลับมองไม่เห็น เพราะเดี๋ยวเขาอาจจะไปหาคนที่เห็นคุณค่าของเขามาแทนเรา
  • หัดแสดงความห่วงใย เอาใจใส่เขาบ้าง หลายคนพอมีลูก กลับสนใจและให้เวลากับลูกจนไม่มีเวลาเหลือให้สามี จนมีคำแนะนำว่า ให้ปฏิบัติกับสามีให้เหมือนลูกชายคนโต พยายามเอาใจเขาบ้าง แต่ไม่ต้องถึงกับควบคุมมากจนสามีก็ไม่แน่ใจว่า ตัวเองเป็นสามีหรือเป็นลูกกันแน่ควรเอาใจใส่เหมือนเป็นลูกแต่อย่าดุเหมือนเป็นแม่ เพราะเดี๋ยวคุณจะถูกเอาไปนินทาในวงเหล้าว่าทำอย่างนี้นี่มันจะมาเป็นเมียหรือแม่กันแน่!
  • อย่าลืมให้เกียรติสามี เพราะเรื่องนี้ผู้ชายให้ความสำคัญมาก เราอาจต่อว่าเขาที่บ้านได้ แต่อย่าต่อว่าเขาต่อหน้าญาติเขาหรือผู้ร่วมงานของเขา เพราะจะทำให้เขาเสียหน้า (ผู้ชายอย่างเรายอมไม่ได้ เดี๋ยวปั๊ด… แฮะ แฮะ กราบซะนี่)




เซ็กส์เรื่องจำเป็น

เรื่องสำคัญมากอีกเรื่องก็คือ ถ้าเขาขอมีเซ็กซ์กับคุณก็ไม่ควรปฏิเสธบ่อยๆ จนเขาหมดกำลังใจ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากของผู้ชาย ถ้าถูกปฏิเสธบ่อยๆ จะทำให้เขาขาดความมั่นใจ (ใจคอห่อเหี่ยว พาลให้อะไรๆ เหี่ยวไปหมด) ปกติฝ่ายชายจะให้ความสำคัญกับเรื่องเซ็กซ์มากกว่าฝ่ายหญิง ซึ่งสำหรับคุณผู้ชายแล้วเซ็กซ์กับความรักแยกกันแทบไม่ออก ถือเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นชายทีเดียว




ดังนั้น บ่อยครั้งที่เวลาคุณผู้ชายคุยกัน หัวเรื่องหนึ่งที่มักจะโม้กัน คือ เรื่องเซ็กซ์ (ซึ่งจริงบ้าง โม้บ้าง เขาเรียกว่า เอาไว้ถุยใส่กัน) นอกจากทั้งสองฝ่ายจะให้ความสำคัญกับเรื่องเซ็กซ์ ไม่เท่ากันแล้ว ฝ่ายชายยังถูกกระตุ้นได้ง่ายกว่า ไวกว่า และเสร็จสิ้นภารกิจเร็วกว่า (โดยทั่วไปใช้เวลา 4-5 นาทีเท่านั้น) ในขณะที่ฝ่ายหญิงจะช้ากว่าและเนิ่นนานกว่า จึงเกิดความไม่สมดุล และถึงแม้ปกติในกิจกรรมนี้ฝ่ายชายจะเริ่มก่อน แต่บางครั้งคุณก็อาจเป็นฝ่ายเริ่มก่อนได้ ซึ่งจะทำให้เขาภูมิใจ (ในความเป็นชาย) แต่ขอร้องอย่าพูดเรื่องงานหรือรับโทรศัพท์ระหว่างมีอะไรกันนะครับ (เซ็งกันพอดี)



มีหลายอาชีพที่คุณผู้ชายอยากให้ภรรยาตัวเองหัดเป็น (ขณะอยู่บนเตียง) คือ

  1. นักมวยปล้ำ
  2. นักยิมนาสติก
  3. เป็นหมอนวด คอยช่วยอาบน้ำ ปะแป้ง และนวดผ่อนคลาย(แต่ไม่แนะนำให้ตามสามีไปดูงานดังกล่าวนะครับเดี๋ยวบ้านแตก)
  4. เป็นนักชิมชั้นดี เพื่อคอยใช้ลิ้นชิมอะไรๆ แบบเปิบพิสดาร เรื่องนี้ก็ลองกันดูนะครับ (แต่สำหรับคุณที่เพิ่งแต่งงานใหม่ ควรเก็บไม้ตายนี้ไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวคุณสามีจะเข้าใจว่าคุณคงท่องยุทธจักรมาอย่างโชกโชน)


และตรงกันข้ามอย่าได้หัดทำอาชีพที่ผมจะบอกต่อไปนี้เชียวนะครับ

1. คุณครู (ทำอย่างนั้นซิ ทำอย่างนี้ซิ)

2. นางพยาบาล (ตัวเหนียวจัง ไปอาบน้ำก่อนไป แปรงฟันหรือยัง เฮ้อ! ผมว่า อย่างนี้นอนหันหลังให้กันดีกว่า)

3. แม่ชีหรือนักพูด (ทอล์คโชว์ไปทำกิจกรรมไป)

4. นักธุรกิจ (ต้องบุ๊คเวลาล่วงหน้าก่อนเสมอ)


แต่ถ้าใครมีอาชีพดังกล่าว (จริงๆ) ก็หัดลืมไปบ้างนะครับ เผื่อจะทำให้คุณสามีตื่นเช้าสมองปลอดโปร่ง อารมณ์ดี ครอบครัวมีสุข! เขียนเรื่องนี้เสร็จ ตัวผมเองก็ว่าจะเอาไปให้ภรรยาลองอ่าน แล้วทำดูบ้างเหมือนกันครับ ฮึฮึ

บทความแนะนำ

5 เทคนิคสร้างภูมิคุ้มใจในการทำงาน
รับมือ...โรคหน้าร้อน ท้องเสีย ผดผื่น ไข้เลือดออก
เด็กอย่างหนูก็เป็นออฟฟิศซินโดรมได้นะ
นมแม่...ลดโอกาสแม่เป็นมะเร็งเต้านม

Facebook Comment