สนามสอบฟันน้ำนม ติวเข้มอนุบาลสอบป.1 ทำร้ายลูกทั้งชีวิต ผู้เชี่ยวชาญฟันธง "อย่าเป็นพ่อแม่รังแกฉัน"

ติวเข้าป.1, สอบเข้าป.1, เด็กอนุบาลเตรียมสอบ, เตรียมสอบเข้าป.1, เร่งเรียน, ลูกอนุบาลเร่งเรียน, โรงเรียนเตรียมความพร้อม, ลูกสอบไม่ติด, อยากให้ลูกสอบติด, อยากให้ลูกสอบเข้าสาธิต, อยากให้ลูกเรียนสาธิต, โทษของการเร่งเรียน, ผลเสียของการเร่งเรียน, ผลเสียของการกดดันลูกสอบ

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายคนอยากให้ลูกได้รับการศึกษาที่ดีที่สุดและเมีอนาคตที่ดี ปัจจุบันเราจึงเห็นการเร่งเรียนติวเข้มระบาดลงไปถึงระดับอนุบาลแล้ว คุณพ่อคุณแม่หลายคนส่งลูกอนุบาลเข้าโรงเรียนกวดวิชา ติวเข้มข้อสอบเพื่อเตรียมสอบเข้าชั้นป.1 ในโรงเรียนดังๆ ทั่วประเทศ ด้วยความห่วงใจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้เด็กและนักการศึกษา จึงได้ออกมาเตือนพ่อแม่ พร้อมๆ กับการรณรงค์ให้เปลี่ยนความคิดในการติวเข้มข้อสอบมาเป็นการให้ลูกได้เรียนรู้อย่างเหมาะสมตามช่วงวัย

ด้านรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ได้ให้สัมภาษณ์กับ PTTV HD 36 ประเด็นการเร่งเรียน การติวสอบป.1 ของเด็กๆ ไว้อย่างน่าสนใจว่า "เป็นวิธีคิดที่ทำลายคุณภาพชีวิตเด็กเรื่องการปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์และความสามารถที่แท้จริงของเด็ก วิธีการนี้มุ่งไปที่ข้อสอบเพื่อสอบเข้าโรงเรียนชื่อดังเพียงอย่างเดียว และเพื่อตอบโจทย์ผู้ใหญ่ที่ทำธุรกิจการศึกษา ไม่ได้คิดถึงพัฒนาการของเด็กตามวัยเป็นตัวตั้ง"

"การเรียนของเด็กอนุบาลจำเป็นจะต้องจ่ายเยอะขนาดนั้นเลยหรือ เพียงเพื่อต้องการเข้าโรงเรียนดัง เพื่ออะไรรู้ไหมครับ เพื่อมาเข้าโรงเรียนที่ดังกว่า แล้วเพื่ออะไรรู้ไหมครับ เพื่อมาเข้ามหาวิทยาลัยที่ดังที่สุด มันเป็นเส้นทางที่หมออยากจะใช้คำว่า อุตสาหกรรมแห่งการศึกษา มันไม่ใช่กระบวนการพัฒนาการศึกษาเพื่อไปสู่คุณภาพชีวิตครับ"

"คำถามคือเราจะเอาโรงเรียนดังๆ ไปทำไม ในเมื่อความสุขในชีวิตไม่เหลือเลย ไม่เหลือเวลามาสร้างสัมพันธภาพในครอบครัว แรงบันดาลใจไม่มี"

นายแพทย์สิทธา ลิขิตนุกูล ก็ให้สัมภาษณ์กับ PTTV HD 36 ไว้อย่างน่าสนใจเช่นกันว่ามีผลวิจัยออกมาว่า เด็กที่เก่งแต่ในตำราอย่างเดียว และเรียนแต่สถาบันกวดวิชา พบว่าในอนาคตเด็กเรียนจบไปสมัครงานกลับไม่มีความคิดสร้างสรรค์เลย เนื่องจากเก่งแต่วิชาการ แต่เข้าสังคมไม่เป็น สิ่งเหล่านี้จึงอาจเป็นปัญหาเรื่องของการเรียนของเด็กยุคปัจจุบัน

จากข่าวการติวเข้มเด็กอนุบาลเตรียมสอบเข้าป.1 และเด็กเล็กที่โดนทำร้ายร่างกาย ถูกดุด่าเมื่อทำข้อสอบไม่ได้ ทำให้พ่อแม่อย่างเราต้องหันกลับมาพิจารณาแล้วนะคะว่าจริงๆ นี่คือสิ่งที่สามารถสร้างอนาคตที่มีคุณภาพและความสุขให้ลูกได้จริงหรือไม่ ลองมาปรับวิธีเรียนรู้ของลูกกันดีไหมคะ เริ่มต้นที่....
  1. สังเกตและพัฒนาการเรียนรู้ให้เหมาะตามช่วงวัย
  2. ทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องสนุกผ่านการเล่น กิจวัตรประจำวัน หรือนิทาน
  3. ไม่เปรียบเทียบลูกเรากับคนอื่น เพราะเด็กแต่ละคนมีความสามารถและวิธีการเรียนรู้เฉพาะตัว พ่อแม่จึงควรส่งเสริมอย่างเหมาะสม
การติวเข้มเด็กอนุบาลเพื่อส่งเข้าสนามสอบแย่งชิงสิทธิ์ในการเข้าเรียนโรงเรียนดังๆ ไม่ใช่เครื่องการันตีว่า ลูกของเราจะโตไปเป็นคนคุณภาพ มีความสุข รู้จักเข้าสังคม รู้จักแก้ปัญหา และเอาตัวรอดได้ เราเชื่อว่าถ้าเด็กๆ มีความสุข เขาจะสามารถแสดงศักยภาพด้านต่างๆ ออกมาได้อย่างชัดเจนเพื่อให้พ่อแม่ได้สันบสุนและส่งเสริมแน่นอนค่ะ

อย่าลืมนะคะ EF (Executive Fiunctions) หรือ ทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จกำลังกลายเป็นทักษะสำคัญของเด็กยุคนี้ และเราเชื่อว่าทักษะสมอง EF จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดในการพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กๆ ต่อไปค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก:
www.pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน/72033
https://www.pptvhd36.com/programs/รายการข่าว/เป็นเรื่อง-เป็นข่าว/70590#part-1
https://today.line.me/TH/pc/article/DElQ9V?utm_source=lineshare

 

บทความแนะนำ

คู่มือเลี้ยงลูก…กับการเปลี่ยนแปลงของโลก
Q & A ลูก 9 เดือน ดุลูกได้แค่ไหน
ลูกภูมิแพ้ ถ้าแม่ผ่าคลอด!
​แม่แชร์ประสบการณ์ ลูกเป็นไข้หวัดใหญ่ แม้ฉีดวัคซีนแล้ว

Facebook Comment