เมื่อการบ้านไม่เสร็จ เด็กหญิงชาวจีนตัดสินใจจบปัญหาด้วยการโดดตึก


รายงานข่าวจากประเทศจีนว่าที่มณฑลเจียงซีมีเด็กวัย 12 ปี พยายามกระโดดตึกจากชั้น 15 เนื่องจากว่ายังทำการบ้านที่ได้รับในช่วงปิดเทอมหน้าหนาวไม่เสร็จ 
 
โชคดีที่หน่วยกู้ชีพปูเบาะรองไว้ได้ทัน ทำให้เด็กหญิงได้รับบาดเจ็บแค่ที่หูเท่านั้น ด้านแม่ของเด็กบอกว่าลูกสาวเครียดจากที่โรงเรียน เนื่องจากภาคเรียนใหม่กำลังจะเปิดเทอมในวันพรุ่งนี้แต่ก็ยังทำการบ้านไม่เสร็จ ลูกจึงพยายามยุติปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย
 
จากเรื่องนี้ชาวจีนหลายคนต่างออกมาวิพากษ์ระบบการศึกษาของจีนว่ามีส่วนทำให้เด็กๆ เครียด บางคนก็ตำหนิพ่อแม่ที่ไม่ได้สังเกตอารมณ์และความเครียดของลูกจนปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

ในเมืองไทยเราเองเด็กไทยก็ได้รับความเครียดและความกดดันเรื่องการศึกษาไม่น้อย จะเห็นได้จากข่าวการศึกษาและวิจัยต่างๆ ที่ชี้ให้เห็นว่าระบบการศึกษาของบ้านเรานั้นไม่มีประสิํทธิภาพ และเด็กๆ เองก็ได้รับความเครียดมากเกินไป ล่าสุดคณะกรรมการอิสระเพื่อปฎิรูปการศึกษา(กอปศ.) มีแนวคิดยกเลิกการเรียน 8 สาระ ในชั้นเรียนเด็กประถมศึกษาตอนต้น (ป.1-3)  

เนื่องจากการให้เด็กช่วงชั้นนี้เรียนทั้ง 8 กลุ่มสาระฯ นั้นเป็นการเรียนที่มากเกินไป และการมีดัชนีชี้วัดผู้เรียนจำนวนมากทำให้ครูต้องเร่งสอนเพื่อให้เด็กไปสอบวัดความรู้และรองรับการประเมินต่างๆ จนเด็กไม่ประสบความสำเร็จในการเรียนเท่าที่ควร

นอกจากนี้ยังมีการวิจัยพบว่า ช่วงประถมต้นเป้นจุดเชื่อมต่อจากปฐมวัยสู่ประถมศึกษาเป็นช่วงที่เด็กต้องปรับตัว ดังนั้นหลักสูตรการเรียนการสอนของเด็กระดับนี้ต้องมีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อความแตกต่างของเด็ก 

รศ.ทิศนา แขมมณี หนึ่งในคณะกรรมการอิสระเพื่อปฎิรูปการศึกษา(กอปศ.) เปิดเผยว่า “ขณะนี้ กอปศ.ร่วมกับ สภาการศึกษา(สกศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ทำการวิจัยเพื่อปรับหลักสูตรใหม่ โดยเน้นการสร้างสมรรถนะที่ตอบโจทย์ของเด็กช่วงวัยนี้ เช่น การเรียนภาษาอังกฤษ หรือ คณิตศาสตร์ ควรเรียนแค่ไหน ซึ่งไม่ใช่เรียนเพื่อไปสอบแข่งขันหรือไปเรียนต่อ แต่เป็นการเรียนเพื่อสร้างสมรรถนะให้ตนเองไว้ใช้ในอนาคต ทั้งนี้คาดว่าชุดวัดสมรรถนะการเรียนรู้ของเด็กช่วงชั้นนี้ จะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน จากนั้นจะเริ่มต้นสร้างกรอบสมรรถะผู้เรียนประถมศึกษาตอนต้น เพื่อเป็นต้นแบบในการดำเนินการในระดับต่อไป”

จากข่าวเด็กหญิงชาวจีนโดดตึก แล้วสะท้อนกลับมาที่เมืองไทย อย่างน้อยเราก็ยังมองเห็นความพยายามในการแก้ปัญหาของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง แม้จะเป็นเรื่องที่ผลักดันกันอยู่ แต่เราก็หวังว่าจะนำพาคุณครูและผู้บริหารโรงเรียนไม่มากก็น้อย 


ที่มา : Shanghaiist.com
          dailynews.co.th
 

บทความแนะนำ

อยากให้ลูกเก่งทั้งวิชาการและศิลปะ
​อันตราย! เมื่อลูกสำลักนมจากอกแม่
แม่กลุ่มเสี่ยง ต้องงดให้นมแม่
ทาเลนต์ลูก พ่อแม่สร้างได้

Facebook Comment