หยุดทำลายชีวิตลูกด้วยการสอบเข้าป.1 ผู้เชี่ยวชาญแนะ ยังมีทางออกที่ลูกสุขกว่าสอบแน่นอน

ยกเลิกสอบเข้าป.1, ยกเลิกการสอบของเด็กอนุบาล, สอบคัดเลือกเด็กเข้าป.1, ยกเลิกเด็กอนุบาลสอบเข้าป.1, ทำไมเด็กอนุบาลต้องสอบเข้าป.1, ทำยังไงไม่ให้ลูกอนุบาลสอบเข้าป.1, เด็กอนุบาลเครียด, ลูกอนุบาลเครียด, เด็กอนุบาลเรียนพิเศษสอบเข้าป.1, ลูกอนุบาลเรียนพิเศษสอบเข้าป.1, ลูกอนุบาลกดดันสอบเข้าป.1, ยกเลิกการสอบของเด็กอนุบาล, ยกเลิกการสอบเข้าป.1, การสอบทำให้เด็กเครียด, การสอบทำให้ลูกเครียด, ทำไมเด็กอนุบาลต้องสอบ, การสอบแข่งขันของเด็กอนุบาล, ทำไมเด็กอนุบาลต้องสอบแข่งขันกัน, พ่อแม่อยากให้ลูกอนุบาลสอบเข้าโรงเรียนสาธิต, สอบคัดเลือกเด็กเข้าโรงเรียน, สอบคัดเลือกเข้าเรียน, ติวเด็กอนุบาล, ติวสอบเด็กอนุบาล, รณรงค์ไม่ให้เด็กสอบเข้าป.1, รณรงค์ยกเลิกการสอบเข้าป.1, รณรงค์กยเลิกเด็กอนุบาลสอบเข้าป.1, เด็กอนุบาล, โรงเรียนอนุบาล, การศึกษาของไทย, ความล้มเหลวของการศึกษาไทย, ความล้มเหลวในการเรียน, พ่อแม่เร่งเรียน, พ่อแม่อยากให้ลูกเป็นที่หนึ่ง, ครูก้า, อ. กรองทอง บุญประคอง

ยกเลิกสอบเข้าป.1 เป็นประเด็นที่คุณพ่อคุณแม่ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กกำลังรณรงค์กันอย่างเข้มข้นค่ะ เพราะปัจจุบันการสอบเข้าป.1 ของเด็กอนุบาลกลายเป็นสงครามที่ดุเดือดมาก พ่อแม่หลายคนส่งลูกเรียนพิเศษ เร่งเรียน ติวเข้มก่อนสอบเพราะเชื่อว่าหากลูกสอบเข้าเรียนป.1 ในโรงเรียนดีและดังได้จะกรุยทางที่ดีในอนาคต แต่การสอบเข้าป.1 กลับสร้างความเครียด กดดันให้เด็กๆ รวมทั้งทำให้ลูกของเราสูญเสียช่วงเวลาสำคัญของวัยเด็กไปจนหมด

เรามีทัศนะและแนวทางจาก อ.กรองทอง  บุญประคอง ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการของเด็ก และผู้บริหารโรงเรียนจิตตเมตต์ ที่ฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ให้ช่วยกันหาทางออกทางการศึกษาสำหรับเด็กๆ และยกเลิกการสอบเข้าป. 1 กันค่ะ

ข้อความต่อไปนี้ขออนุญาตคัดลอกมาจาก Facebook ของ อ.กรองทอง  บุญประคอง ผู้อำนวยการโรงเรียนจิตตเมตต์ (ปฐมวัย)

ชวนระดมความเห็นหาทางออกกันค่ะ

ข้อเสนอทางออก(ตัวอย่าง)ในการจัดสรรโอกาสในการเข้าเรียนป.1 ที่มีประโยชน์กับทุกฝ่ายและสร้างความเจริญก้าวหน้ากับการศึกษาไทยโดยไม่ต้องมีการสอบเด็กไม่ว่าจะเป็นการทดสอบแบบไหนแนวไหน และเป็นทางออกที่ถ้าตัดสินใจทำก็เกิดผลได้ในทันที โดยแทบจะไม่ต้องใช้งบประมาณหรือต้องใช้เวลาอันยาวนานเลย โดยโรงเรียนเองก็สามารถเลือกวิธีใดๆก็ได้ตามความเหมาะสมของบริบทของแต่ละโรงเรียนและพื้นที่แต่ต้องไม่กระทบเด็กทั้งทางตรงหรือทางอ้อม และไม่มีการเรียกรับเงินเพื่อแลกกับโอกาสในการเข้าเรียนจากผู้ปกครอง คือ

การสอบข้อเขียนผู้ปกครอง(หรือบางแห่งอาจจะสะดวกพอที่จะสัมภาษณ์ด้วยก็ได้ค่ะ) โดยมีเนื้อหาในข้อสอบที่เกี่ยวกับ...

  1. ความรู้ในการเลี้ยงดูและส่งเสริมพัฒนาการให้กับลูกที่เหมาะสมตามหลักการไม่ว่าจะเป็นหลักทางจิตวิทยา ปรัชญาการศึกษา หรือความรู้ในเรื่องการพัฒนาสมอง เช่น หลักการของ BBL(Brain-Based Learning) ความรู้ในเรื่องทักษะสมองส่วนหน้า EF(Executive Functions) ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกและหาความรู้ได้โดยทั่วไป ซึ่งในข้อสอบลักษณะเช่นนี้ มีนักวิชาการในทุกๆด้านที่กล่าวมาพร้อมช่วยออกข้อสอบตัวอย่างให้โรงเรียนเลือกนำไปใช้ หรือ ผู้ปกครองสามารถหาอ่านเพื่อเป็นความรู้ก่อนสอบได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ แต่ผู้ปกครองท่านใดอยากส่งตัวเองไปติวเรื่องเหล่านี้ก็ไม่ว่ากัน
     
  2. โรงเรียนสามารถออกข้อสอบในเชิงทัศนคติ เพื่อคัดเลือกผู้ปกครองที่สามารถเป็นกัลยาณมิตรกับโรงเรียนในการร่วมกันส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ และเป็นผู้ร่วมให้กำลังใจกับคุณครูที่ต้องทำงานอย่างหนัก (เราเลี้ยงลูกคนสองคนยังเหนื่อย แต่คุณครู 1 - 2 คนต้องดูแลเด็กยี่สิบสามสิบบางแห่งก็สี่สิบคน คุณครูต้องการแค่กำลังใจและความเข้าใจเท่านั้นเองค่ะ) แต่ต้องไม่ให้มีการกรอกความร่วมมือในเชิงตัวเลขนะคะ...ขอย้ำ!!


ทีนี้ประโยชน์ที่บอกว่าจะได้รับกันทุกฝ่ายอย่างถ้วนหน้าครบองค์ก็จะเกิดขึ้นดังนี้ค่ะ

  1. ผู้ปกครอง จะมีความกระตือรือล้นในการหาความรู้ที่มีประโยชน์ต่อการเลี้ยงลูกและจะกระตือรือล้นเป็นพิเศษในกรณีที่อยากเข้าโรงเรียนที่มีความต้องการสูง
     
  2. เด็ก จึงไม่ต้องถูกเร่งเรียนอย่างเคร่งเครียด ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความหวังดีหรือความคาดหวังของพ่อแม่ และได้รับโอกาสในการเติบโตและพัฒนาตัวเองอย่างมีความสุขถูกต้องเหมาะสมกับธรรมชาติของวัยและสอดคล้องตามหลักวิชาการที่ทุกๆด้านเห็นตรงกันอย่างเป็นสากล
     
  3. ครู ไม่ต้องอึดอัดหนักใจว่าไม่มีโอกาสใช้หลักการเรียนการสอนตามแนวปรัชญาการศึกษาที่ร่ำเรียนมา เพราะถูกทุกฝ่ายกดดันให้เร่งติวเร่งสอนเตรียมเด็กเพื่อสอบ
     
  4. โรงเรียน ได้ผู้ปกครองเป็นกัลยาณมิตรพร้องส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาไปด้วยกัน โดยไม่ต้องหวาดกลัวว่าถ้าดำเนินการสอนตามหลักที่ควรจะเป็น ซึ่งคนทำงานการศึกษาทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่าอะไรควรอะไรไม่ควร แต่ถ้าทำสิ่งที่ควรเดี๋ยวผู้ปกครองพาเด็กออกไปเรียนที่อื่นหมด โรงเรียนจะอยู่ไม่ได้

และนี้สะท้อนให้เห็นว่าทำไมแค่การสอบเข้าป.1 จึงเป็นต้นเหตุแห่งวงจรอุบาทที่ทำลายเด็กทำลายการศึกษาไทย ทำไมปฏิรูปการศึกษาถึงทำไม่สำเร็จ ทำไมไม่มีใครให้ความร่วมมือ

หรือโรงเรียนไหนจะบอกว่าขอเลือกวิธีง่ายๆ กว่านี้ก็ไม่ว่ากัน เช่น ใช้การจับฉลาก หรือ ให้สิทธิผู้ปกครองที่อาศัยในรัศมีใกล้โรงเรียนจับฉลากก่อนก็แล้วแต่ โดยให้โรงเรียนเป็นผู้จับฉลากจับต่อหน้าผู้ยื่นใบสมัคร อย่าไปให้เด็กหรือผู้ปกครองจับเดี๋ยวจะเป็นปัญหาในครอบครัวตามมา
 

ยกเลิกสอบเข้าป.1, ยกเลิกการสอบของเด็กอนุบาล, สอบคัดเลือกเด็กเข้าป.1, ยกเลิกเด็กอนุบาลสอบเข้าป.1, ทำไมเด็กอนุบาลต้องสอบเข้าป.1, ทำยังไงไม่ให้ลูกอนุบาลสอบเข้าป.1, เด็กอนุบาลเครียด, ลูกอนุบาลเครียด, เด็กอนุบาลเรียนพิเศษสอบเข้าป.1, ลูกอนุบาลเรียนพิเศษสอบเข้าป.1, ลูกอนุบาลกดดันสอบเข้าป.1, ยกเลิกการสอบของเด็กอนุบาล, ยกเลิกการสอบเข้าป.1, การสอบทำให้เด็กเครียด, การสอบทำให้ลูกเครียด, ทำไมเด็กอนุบาลต้องสอบ, การสอบแข่งขันของเด็กอนุบาล, ทำไมเด็กอนุบาลต้องสอบแข่งขันกัน, พ่อแม่อยากให้ลูกอนุบาลสอบเข้าโรงเรียนสาธิต, สอบคัดเลือกเด็กเข้าโรงเรียน, สอบคัดเลือกเข้าเรียน, ติวเด็กอนุบาล, ติวสอบเด็กอนุบาล, รณรงค์ไม่ให้เด็กสอบเข้าป.1, รณรงค์ยกเลิกการสอบเข้าป.1, รณรงค์กยเลิกเด็กอนุบาลสอบเข้าป.1, เด็กอนุบาล, โรงเรียนอนุบาล, การศึกษาของไทย, ความล้มเหลวของการศึกษาไทย, ความล้มเหลวในการเรียน, พ่อแม่เร่งเรียน, พ่อแม่อยากให้ลูกเป็นที่หนึ่ง, ครูก้า, อ. กรองทอง บุญประคอง

 

บทความแนะนำ

ที่เที่ยวราชดำเนิน! 5 สถานที่ต้องตกหลุมรัก
ลูกวัย 1-3 ปี ต้องเล่นอะไรถึงจะดีต่อพัฒนาการ
เมื่อลูกไม่อยากกิน
ลูกภูมิแพ้ ถ้าแม่ผ่าคลอด!

Facebook Comment