กอปศ. เตรียมปรับหลักสูตรใหม่ เพื่อสร้างสมรรถนะให้เด็กไทย


เคยสงสัยมั้ยคะว่าการเรียนกรสอนบางวิชานั้น เนื้อหายากเกินไปไม่เหาะกับวัย หรือหากจะพูดกันตรงๆ ก็คือ เนื้อหาบางอย่างเราไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันนั่นเอง ขณะเดียวกัน บางสาขาวิชาก็มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพและการทำงาน แต่ก็ได้รับการฝึกทักษะน้อยมาก เช่นการสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน หรือทักษะการคิดคำนวณ 

และที่ผ่านมาเด็กไทยมักเรียนแบบท่องจำ เพราะฉะนั้นการสร้างสมรรถนะให้เด็กไทยจึงเป็นแนวทางอย่างหนึ่งที่จะทำให้เด็กไทยมีคุณสมบัติเป็นคนไทยฉลาดรู้ อยู่ดีมีสุข มีความสามารถสูง และใส่ใจสังคม 

โดยกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) รายงานผลการวิจัยต่อยอดการนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน 10 สมรรถนะ ซึ่งเป็นสมรรถนะที่ต้องการให้เกิดขึ้นในผู้เรียนทุกคนที่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไปทดลองใช้ในสถานศึกษา 24 แห่ง พบว่าครูสามารถทำได้ แต่ต้องได้รับคำแนะนำที่ชัดเจนว่าไม่ใช่แค่การให้ความรู้และฝึกทักษะ ต้องเชื่อมโยงกับชีวิตจริง การทำงานจริง และเมื่อให้ครูทดลองประเมินนักเรียน แล้วนำผลมาทำการวิเคราะห์

และเมื่อสรุปผลการประเมินพบว่า ทั้ง 10 สมรรถนะหลักที่กำหนดมีความสัมพันธ์ทางบวก ดังนั้น กอปศ.จะทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 2 ชุด คือ ชุดการปรับหลักสูตรชั้น ป.1-ป.3 และชุดการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะครบวงจร เพื่อให้หน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดนำไปใช้เป็นฐานในการพัฒนาหลักสูตรต่อไป

กรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน 10 สมรรถนะ ได้แก่

1. ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร
2. คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน
3. การสืบสอบทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร
5. ทักษะชีวิตและความเจริญแห่งตน
6.ทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ
7. ทักษะการคิดขั้นสูงและนวัตกรรม
8. การรู้เท่าทันสื่อสารสนเทศและดิจิทัล
9. การทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและภาวะผู้นำ และ
10. การเป็นพลเมืองตื่นรู้ และสำนึกสากล 

ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า "สมรรถนะของผู้เรียนถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเดิมการศึกษาใช้ท่องจำเนื้อหาสาระ คิดไม่เป็นทำไม่เป็น ต่อไปเนื้อหาสาระจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น และสามารถนำไปใช้ได้จริง หาความรู้เพิ่มเติมได้นำไปปฏิบัติได้ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะมีสถาบันหลักสูตรการเรียนรู้แห่งชาติขึ้น เพื่อทำหน้าที่ 3 ด้านคือ 1.กำหนดหลักสูตร และหลักสูตรที่กำหนดจะเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ มีทั้งเนื้อหาสาระ การใช้ประโยชน์ 2.กระบวนการเรียนรู้ และ3.กระบวนการยืนยันการเรียนรู้หรือประเมินผลการศึกษา ซึ่งเมื่อมีกรอบสมรรถนะหลักแล้วจะทำให้เห็นว่าไม่ใช่เรียนเป็นนกแก้วนกขุนทอง เรียนแล้วใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งประเทศต่างๆ ในโลกขณะนี้ก็เปลี่ยนมาใช้การเรียนรู้ฐานสมรรถนะกันแล้ว" 

ได้ยินอย่างนี้ก็อุ่นใจ ที่ต่อไปเด็กไทยจะมีทักษะและสมรรถนะเพิ่มขึ้น เรียกว่าโตขึ้นไปเป็นคนไทยที่มีศักยภาพและรู้เท่าทันยุคสมัย อย่างแน่นอน 

ที่มา : mgronline.com

บทความแนะนำ

พ่อจีนทุ่มหมดตัวพาลูกสาวเที่ยวรอบโลกนาน 5 ปี
น้องอันดา-กุลทีรา ซุปตาร์ ตัวน้อย จาก พรพรหมอลเวง
7 วิธี คลายปมในใจ หากลูกรู้สึกว่าพ่อแม่ลำเอียง!
4 ท็อปปิ้งโจ๊ก อร่อยง่ายเพิ่มคุณค่า

Facebook Comment