รวม 7 คำถามที่คนท้องอยากรู้มากที่สุด แปลกหน่อยแต่หมอตอบได้



คุณแม่ท้องมักจะมีคำถามแปลกๆ ถามหมอเสมอ ทั้ง ความสงสัยเล็กน้อย ไปจนคำถามสำคัญ และนี่คือ 7 คำถามที่คุณหมอวรประภา ลาภิกานนท์ เจอคุณแม่ท้องถามบ่อยมาก เลยจะมาไขข้อสงสัยให้รู้กันเลยค่ะ

1. คุณแม่ท้องควรทานอะไรบ้าง ให้ลูกเกิดมาสมบูรณ์แข็งแรง?

คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการพลังงานรวม 2000 ถึง 2300 กิโลแคลอรี่ต่อวัน สิ่งที่จำเป็นต้องทานมีดังนี้

- Folic acid ทานวันละ 400 ไมโครกรัมต่อวัน ป้องกันความพิการทางระบบประสาท สมองและไขสันหลัง จะพบในอาหารพวกผักใบเขียว ผักโขม กะหล่ำ ซีเรียล แป้ง ขนมปัง พาสต้า กล้วย เมลอน เลมอน

- แคลเซียม เพื่อบำรุงกระดูกและฟันของทารก ประมาณวันละ 1000 มิลลิกรัมต่อวัน ให้ทาน นม โยเกิร์ต น้ำส้ม เมล็ดงา คะน้า บรอกโคลี ปลาซาร์ดีน ถั่วแระ นมถั่วเหลือง เมล็ดอัลมอนด์ เต้าหู้ ปลาแซลมอน การทานแคลเซี่ยมลดความเสี่ยงในการเกิดครรภ์เป็นพิษได้

- วิตามิน D ช่วยให้กระดูกและฟันทารกแข็งแรง วิตามินดีช่วยดูดซึมแคลเซียมและฟอสโฟรัส ซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างกระดูก ในแต่ละวันควรได้รับวิตามิน ดี 600 ถึง 2000 IU มีมากในนม น้ำผลไม้ ปลาแซลมอน ไข่แดง เห็ด

- ธาตุเหล็ก แม่ท้องต้องการธาตุเหล็ก 27 มิลลิกรัมต่อวัน วิตามินซีจะช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก ต้องทานอาหารประเภท ตับ ไข่แดง ผักใบเขียว ผักตำลึง ใบชะพลู ขี้เหล็ก กะเพรา เนื้อสัตว์ ถ้าขาดธาตุเหล็กจะทำให้ทารกน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ได้

- โปรตีน มีมากในเนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง ถ้าขาดโปรตีนจะทำให้เติบโตช้า และสมองขาดความสมบูรณ์

- โอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันที่ได้จากน้ำมันพืช ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืช ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า ปลาแซลม่อน ปลาซาดีน แม่ท้องต้องการโอเมก้า 3 ประมาณ 2700 มิลลิกรัมต่อวัน DHA เป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย จะช่วยป้องกันการคลอดก่อนกำหนดน้ำหนักทารกมากขึ้น ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมอง ระบบประสาท ลดความเสี่ยงต่อครรภ์เป็นพิษและอาการซึมเศร้าหลังคลอด


2. แม่ท้อง ต้องฉีดวัคซีนจำเป็นอะไรบ้าง?

- ฉีดป้องกันบาดทะยักรวมกับคอตีบ (Td) 2 dose ระหว่างตั้งครรภ์ฉีดได้ โดยเข็ม 2 ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน และ Tdap ป้องกันบาดทะยัก คอตีบและไอกรนในข่วงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์

- กลุ่มวัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Inactivated influenza Vaccine) ฉีดได้ แนะนำให้ฉีดในขณะตั้งครรภ์ 1 dose ช่วงไตรมาสที่ 3 

- อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป ไม่ควรให้วัคซีนที่มีชีวิต (live attenuated vaccine ) เช่น วัคชีน หัด หัดเยอรมัน คางทูม สุกใส ส่วนวัคซีนเชื้อตาย (inactivated vaccine) ถ้าตั้งครรภ์ให้หยุดไว้ก่อน เช่น วัคซีนตับอักเสบบี และเอ


3. คนท้องทาครีมกันแดดได้ไหม?

ระหว่างตั้งครรภ์จะมีกระ ฝ้าขึ้น เนื่องจากเม็ดสีเมลานินใต้ผิวหนังเยอะขึ้น จากการกระตุ้นของเอสโตรเจนและ melanocyte stimulating hormone ทำให้ผิวหนังคล้ำขึ้น สามารถใช้ครีมกันแดดระหว่างตั้งครรภ์ได้ แต่เลือกใช้กลุ่ม physical sunscreen หลีกเลี่ยงกลุ่ม chemical sunscreen


4. สิวขึ้นตอนท้องทำไงดี?

- การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนเพศชายจะทำให้ผลิตไขมันใต้ผิวหนังมากขึ้น ทำให้เกิดรูขุมขนอุดตันแล้วเกิดมีการอักเสบเพิ่มขึ้น แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ยา Accutane (isoretinoin) ซึ่งจะทำให้เกิดความพิการได้ หลีกเลี่ยงยาพวก tetracycline doxycycline เพราะจะทำให้เกิดความผิดปกติที่ฟันและกระดูกในทารกได้

- ยาที่สามารถใช้ได้ คือ benzoyl peroxide. Azelaic acid glycolic acid กรณีมีสิวอักเสบ ให้ใช้ยาทา erythromycin หรือ clindamycin ได้ การรักษาสิวในคนท้องให้หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง จะทำให้เป็นสิวได้ง่าย นอนหลับให้เพียงพอ ทานวิตามินซีเสริมสร้างการเพิ่มเส้นใยคอลลาเจน ทานผักใบเขียว กะหล่ำปี ทานพวกสังกะสี พวกเนื้อแดง เมล็ดฟักทอง และทำจิตใจให้เบิกบาน เพราะฮอร์โมนแห่งความเครียด cortisol จะกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนักเกิดการอุดตันสิวได้

5. ช่วงตั้งครรภ์ เอกซเรย์ได้ไหม?

แม่ท้องไม่ควรได้รับรังสีเกิน 5 rad ช่วงที่ไม่ปลอดภัยต่อระบบประสาทในทารกช่วงอายุครรภ์ 10 ถึง 17 สัปดาห์ ควรจะหลีกเลี่ยงถ้าไม่จำเป็น 

- ความพิการทางระบบสมองของทารกจะเกิดได้ ถ้าได้รับการฉายรังสีขนาดสูง โดยเฉพาะเกิดศีรษะเล็กและปัญญาอ่อน ถ้าได้รับรังสีมากกว่า 10 ถึง 150 radsจะมีศีรษะเล็ก 

- การได้รับรังสี 1 ถึง 2 rad สัมพันธ์กับการเกิดลูคีเมียหรือโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้  

- ความเสี่ยงต่อการพิการทางทารกจะมากขึ้นเมื่อได้รับรังสีเกิน 15 rad

- ถ้าเอกซเรย์ปอดจะได้รับประมาณ 0.00007 rad

- เอกซเรย์ท้อง ได้รับรังสี 0.025 rad.

- เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ท้องรังสี 2.6 rad


6.  คนท้องถ่ายเอกสารได้ไหม?

ยังไม่มีหลักฐานว่าเป็นอันตราย แต่ควรป้องกันถ้าต้องถ่ายทั้งวันตั้งเครื่องถ่ายเอกสารในที่โล่ง ให้อากาศหมุนเวียนได้ดี เนื่องจากหลีกเลี่ยงโอโซนจากเครื่องถ่ายเอกสารทำให้ปวดศีรษะได้ โดยเฉพาะคนเป็นโรคหอบหืด รังสี UV จากเครื่องถ่าย อาจจะทำให้ปวดตาได้ ผงหมึกจากเครื่องถ่ายเอกสารอาจทำให้เกิดการระคายเคืองทางเดินหายใจได้


7. คนท้องกำลังกายได้ไหม อะไรบ้าง?

การออกกำลังกายจะทำให้คุณแม่ สดชื่น สบายตัว กระฉับกระเฉง ช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ลดอาการปวดเมื่อยที่หลัง ลดตะคริว ช่วยให้การขับถ่ายปกติท้องไม่ผูก ช่วยให้การคลอดง่ายขึ้น หลังคลอดร้างกายจะฟื้นตัวเร็ว ลดความเสี่ยงในการเป็นเบาหวานและครรภ์เป็นพิษ

- การว่ายน้ำ ช่วยผ่อนคลายความปวดเมื่อยของร่างกาย เดินช้าๆ ในน้ำ ลอยตัวเบาๆ ประมาณ 20 นาที ช่วยเรื่องระบบหมุนเวียนโลหิต น้ำหนักตัวไม่เพิ่มมากขึ้น นอนหลับได้ดีขึ้น จิตใจผ่อนคลาย

การเดิน ช่วยให้ข้อต่อและกล้ามเนื้อแข็งแรง

- การเล่นโยคะ บริหารร่างกาย ยืดกล้ามเนื้อ บิดตัว เหยียดกล้ามเนื้อ สะโพก ต้นขาและเท้า การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ช่วยส่งเสริมการคลอดและหลังคลอด โดยฝึกขมิบช่องคลอดให้นานครั้งละ 10 วินาที ทำติดต่อกัน 20 ครั้ง ทำวันละประมาณ 5 เวลา

- การออกกำลังกายที่ควรหลีกเลี่ยง การดำน้ำระหว่างตั้งครรภ์ ฟุตบอล บาสเกตบอล ยิมนาสติก ขี่ม้า เทนนิส และการออกกำลังกายในท่านอนหงายราบไปกับพื้น เนื่องจากมดลูกจะกดทับเส้นเลือดใหญ่ ยิ่งแม่ท้องที่มีประวัติคลอดก่อนกำหนด หรือเลือดออกทางช่องคลอด ครรภ์แฝด เคยทำการผ่าตัดที่ปากมดลูก รกเกาะต่ำ ภาวะซีดมีโรคปอด โรคหัวใจ ยิ่งห้ามทำ



บทความโดย : แพทย์หญิง วรประภา ลาภิกานนท์ ศูนย์ผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลเกษมราษฎร์รามคำแหง





 

บทความแนะนำ

รับมือ 7 โรคยอดฮิตของเบบี๋
สบายทุกอิริยาบถตลอดการตั้งครรภ์ 1-9 เดือน
ปวดฟันจัง แต่ลูกกลัวหมอฟันซะงั้น
นอนกรน...เรื่องใหญ่ของเจ้าตัวน้อย

Facebook Comment