กินอาหาร แก้อาการผิดปกติระหว่างการตั้งครรภ์

สารอาหารต่างๆ ที่แม่ได้รับช่วยลดปัญหาต่างๆ ในช่วงตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นช่วงที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกมากมายเช่นนี้ การรู้และเลือกกินอาหารที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษทีเดียว

อาหารแก้อาการผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์

ผิวเปลี่ยน


ไม่ต้องแปลกใจ ปัญหาของผิวเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ผิวของแม่ตั้งครรภ์เองก็เปลี่ยนไป

รอยคล้ำ - คุณแม่จะสังเกตได้ว่าร่างกายมีผิวสีเข้มขึ้นโดยเฉพาะข้อพับ รักแร้ บริเวณลานนม หัวนม รวมถึงเส้นบริเวณท้องกลางลำตัวที่ชัดเจนขึ้น

สิว – เมื่อฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง ต่อมไขมันก็ขยันปรับการทำงานให้สูงขึ้นตาม ใบหน้าของคุณแม่ตั้งครรภ์บางคนจึงมันมากขึ้น เกิดสิวอักเสบอุดตัน ซึ่งจะต้องระมัดระวังรอยแผลเป็นที่เกิดหลังเป็นสิวซึ่งจะทิ้งรอยดำไว้หากไม่ดูแลกันดี

รอยแตกลาย – ระหว่างตั้งครรภ์ผิวหนังเกิดการยืดขยายตัว บางคนมีอาการคัน เกิดรอยแตกลายที่สะโพก หน้าอก ต้นขาและน่องได้

ผัก ผลไม้ ตัวช่วยสำคัญ

นอกจากการดูแลภายนอกด้วยครีมบำรุงผิวต่างๆ แล้ว คุณแม่ต้องดูแลระวังเรื่องอาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาล โดยเฉพาะของหวานและอาหารไขมัน สูง เช่น ของทอด กะทิ ครีม เพื่อป้องกันน้ำหนักเพิ่มอย่างรวดเร็วเกินไป และปัญหาสิวที่จะมากวนใจ

อาหารกลุ่มสำคัญที่จะช่วยให้ผิวคุณแม่ดูดีได้ คือ ผักผลไม้ และธัญพืช ที่มีวิตามินซี อี ช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรง โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีสีสันต่างๆ อย่าง คะน้า แครอต ฟักทอง ฯลฯ และมีเกลือแร่มากมาย รวมถึงที่มีน้ำช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูมีน้ำมีนวล ทั้งมียังกากใยช่วยขับถ่ายได้ดีดีอีกด้วย

แต่ที่เป็นพระเอกจริงๆ คงหนีวิตามินอีไปไม่ได้ เพราะวิตามินอีทำหน้าที่เป็นแอนตี้ออกซิเดนท์ ช่วยให้ผิวพรรณสดใสได้อย่างชัดเจน โดยควรได้รับวันละประมาณ 10-15 IU (หน่วยวัดปริมาณวิตามิน) เมื่อเทียบปริมาณ 100 กรัม ได้แก่ เมล็ดดอกทานตะวัน = 25 IU เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 4.6 IU ปวยเล้ง 3 IU มันเทศ 6 IU เป็นต้น

เมนูบำรุงผิว

น้ำแครอตแยกกาก, สลัดส้มโอ, ยำก้านคะน้ากุ้งสด, แกงเลียง, มูสลี่เมล็ดทานตะวันราดนมสด, ปวยเล้งผัดตับหมู, เนื้อผัดพริกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ฯลฯ

งด ลดอาหารที่มีไขมันสูง เช่น เบคอน ไส้กรอก ของทอดทุกชนิด เพราะยิ่งเป็นตัวทำให้เกิดอนุมูลอิสระทำปฏิกิริยากับผิวแล้วส่งผลให้ผิว เสื่อมสภาพมากขึ้นไปอีก รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ ซี่งส่วนใหญ่อยู่ในยารักษาสิว จะทำให้ลูกน้อยในท้องเกิดปัญหาได้ เช่น ปัญหาทางสมองและสายตา


ผมขาดร่วง

ระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่จะรู้สึกว่าผมหนานุ่มและยาวเร็วกว่าปกติด้วยซ้ำ นั่นเป็นเพราะว่าฮอร์โมนเอสโตรเจนที่พุ่งสูงขึ้นมีผลให้ผมลดการขาดร่วง จึงทำให้ดูหนากว่าปกติ อีกทั้งมีสีเข้มกว่าเดิมด้วย

แต่เมื่อหลังคลอดแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นกลับกัน ผมที่เคยหนาจะร่วงอย่างน่าตกใจอยู่ประมาณ 3-6 เดือน ใจเย็นๆ ก่อนนะคะเพราะว่าผมที่ร่วงนั้น คือเส้นผมที่สมควรจะร่วงมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ผมที่เคยร่วงตามวงจรจึงหยุดชะงักไป ดังนั้นเมื่อสิ้นสุดการตั้งครรภ์ผมจึงกลับมาร่วงใหม่

นอกจากนั้นคุณแม่บางคนที่เมื่อตั้งครรภ์มีผมสุขภาพไม่ดี แตกแห้ง แดง ซึ่งไม่ได้เป็นเพราะสภาพเส้นผม แต่เป็นเพราะร่างกายขาดธาตุเหล็กและมีภาวะโลหิตจาง จึงแสดงออกมาที่เส้นผมนั่นเอง

คุณแม่สามารถเพิ่มเติมธาตุเหล็กได้ด้วยการกินอาหารคุณภาพที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก เช่น ตับ เนื้อสัตว์ ผักใบเขียวต่างๆ ซึ่งเป็นอาหารบำรุงเลือดอยู่แล้ว นอกจากนั้นคุณควรรับวิตามินซีเข้าไปในปริมาณที่พอเหมาะด้วย เพราะจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น ทั้งนี้ในระยะตั้งครรภ์คุณหมอจะให้ธาตุเหล็กเป็นยาเม็ดเสริมทุกวันอยู่แล้ว เนื่องจากธาตุเหล็กจากอาหารอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ค่ะ

เมนูบำรุงผม

โจ๊กฟักทองหมูตับ ผัดผักต่างๆ ไก่ผัดพริกหวาน สเต๊กอกไก่แช่นม ฯลฯ

เหงือกและฟันมีปัญหา

เหตุผลหลักที่ฟันของแม่ตั้งครรภ์มักจะมีปัญหา เพราะว่าภาวะการหมุนเวียนของเลือดมีมากขึ้น ทำให้เนื้้อเยื่อร่างกายอ่อนนุ่มลง จึงอาจจะเกิดปัญหาเหงือกและเลือกออกตามไรฟันได้ง่าย และการที่คุณแม่กินจุบจิบมากขึ้น แพ้ท้องแล้วอาเจียน มีเศษอาหารติดตามช่องปาก ก็ทำให้ฟันผุเร็วมากขึ้นได้ ทั้งนี้แคลเซียมที่อยู่ในฟันไม่สามารถนำออกมาใช้ได้อีก ดังนั้นเมื่อก่อรูปเป็นฟันแล้ว ฟันในปากของเราจะคงรูปถาวรอยู่อย่างนั้นเอง จึงไม่เกี่ยวว่าเจ้าหนูดึงกระดูกและฟันของแม่ออกมาใช้แต่อย่างไร

เมื่อฟันมีปัญหาและลูกก็ต้องการแคลเซียลมากพอๆ กันกับเรา คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการแคลเซียมสูงถึง 1200 มิลลิกรัมต่อวัน ดังนั้นจึงต้องกินอาหารที่มีแคลเซียมทุกมื้อ และควรเน้นอาหารที่มีแคลเซียมสูงอย่าง นมสด ( 1 แก้วให้แคลเซียม 300 มิลิลกรัม) เต้าหู้ ไข่ ปลาไส้ตัน ปลาที่กินได้ทั้งก้าง ปลาทะเล ผักใบเขียวเข้ม และต้องเดินเล่นรับแสงแดดบ้างเพื่อวิตามินดีจากแสงแดดจะช่วยให้แคลเซียมดูดซึมได้ดีขึ้นด้วย

ส่วนปัญหาเลือดออกตามไรฟัน สามารถเสริมได้ ด้วยวิตามินบี ซี และดี เช่น ข้าวกล้อง เนื้อสัตว์ ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงอย่างฝรั่ง มะนาว ส้ม เป็นต้น และรักษาสุขภาพช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ

เมนูบำรุงฟัน

น้ำพริกกะปิปลาทอด, เต้าหู้ทรงเครื่อง, พุดดิ้งนมสด, ไข่กะทะ ฯลฯ

หน้ามืด เป็นลม

ที่แม่ท้องมักจะมีอาหารเป็นลมหน้าซีดบ่อยๆ เนื่องจากร่างกายได้รับโฟเลตไม่เพียงพอและขาดธาตุเหล็ก ทั้งนี้ยามที่คุณแม่ตั้งครรภ์ย่อมหมายถึงร่างกายต้องทำงานเกือบเป็นสองเท่าในการดูแลตัวเองและลูกในท้องให้แข็งแรง เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวจะต้องได้รับการบำรุงเพื่อนำออกซิเจนและสารอาหารต่างๆ มาส่งต่อยังอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของคนทั้งคู่อย่างทั่วถึง เมื่อเลือดไม่สมบูรณ์แม่จึงอาจจะเกิดอาหารหน้าซีดเพราะเลือดน้อยได้

แม่ท้องขาดโฟเลตและธาตุเหล็กไม่ได้เลย เพราะว่าโฟเลตเป็นสารที่มีความจำเป็นต่อการสร้างเซลล์ และช่วยให้เนื้อเยื่อต่างๆ เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าขาดไปลูกจะมีความผิดปกติของระบบสมองและระบบประสาท นอกจากนี้ยังช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ไม่ให้เลือดจางซึ่งเป็นผลดีแก่ทั้งแม่และลูก ส่วนธาตุเหล็กจะช่วยให้คุณไม่อ่อนเพลีย ช่วยสร้างฮีโมโกลบินให้กับร่างกายด้วย

แหล่งธาตุเหล็กที่ช่วยในการบำรุงเลือดโดยตรงจะอยู่ในอาหารชนิดเดียวกับโฟเลต เช่น ผักโขม คะน้า หน่อไม้ฝรั่ง บล็อกโคลี ส้ม แคนตาลูป กล้วย ผลไม้แห้ง ถั่ว และเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น เนื้อปลา

เมนูบำรุงเลือด

ซีซาร์ผักโขม พายกล้วย เนื้อปลาต้มยำ บล๊อคโคลี่อบชีส

หากเลือกกินอาหารที่มีคุณภาพและเพิ่มเติมส่วนที่ขาดหายไป เพียงเท่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่แม่ตั้งครรภ์จะกำจัดอาการกวนตัวต่างๆ ให้ลดน้อยหายไปได้

บทความแนะนำ

คลายร้อนด้วยอาหารธาตุเย็น
พ่อแม่ช็อค ล็อครถให้ลูก 8 ขวบนอน ปลุกเรียกไม่ตื่น
นักวิจัยเผยความลับ!! แอลฟา-แล็คตัลบูมิน กับการทำงานเพื่อสมองลูกน้อย
หน้าร้อนต้องรู้! 4 โรค หน้าร้อนอันตรายที่เด็กเสี่ยงเป็นมากที่สุด พร้อมวิธีรับมือ

Facebook Comment