ไขข้อสงสัย! ทำไมเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน ห้ามป้อนน้ำ


“น้ำดื่ม มีความสำคัญต่อร่างกาย เราควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว”  ประโยคนี้ทุกคนคงคุ้นเคยกันดีใช่ไหมคะ

แต่สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน หากได้รับน้ำดื่ม ไปทดแทนนมแม่หรือนมผสม อาจเกิดผลเสียได้ เพราะอะไร คุณหมอมีคำตอบมาให้แล้วค่ะ


นมแม่หรือนมผสม เป็นอาหารหลักของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน ซึ่งในนมแม่หรือนมผสมนั้น จะมีน้ำเป็นส่วนประกอบ มากกว่า 80%  เด็กจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรับน้ำเพิ่มเลยค่ะ เนื่องจากการให้เด็กกินน้ำ จะทำให้อิ่มเร็ว และกินนม ได้น้อยลง ส่งผลให้เด็กได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ น้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์
 
ถ้าป้อนน้ำให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน อาจเกิดผลเสียต่อไปนี้ค่ะ

1. ขาดสารอาหารที่จำเป็น
เมื่อป้อนน้ำให้เด็กเล็กในปริมาณมาก มักจะทำให้เด็กกินนมแม่หรือนมผสมได้น้อยลง และทำให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นจากการกินนม ลดลงถึงขั้นขาดสารอาหารได้ อีกทั้งยังทำให้คุณแม่มีโอกาสที่น้ำนมจะลดลง จากการที่ลูกดูดนมได้น้อยลงด้วย

2. มีโอกาสติดเชื้อทางเดินอาหาร
จากความสะอาดของภาชนะ และจากน้ำที่สะอาดไม่เพียงพอค่ะ เด็กอายุต่ำกว่า 6-12 เดือน ไม่ควรกินน้ำกรอง หรือน้ำขวดโดยไม่ได้ผ่านการต้มน้ำก่อน เพราะภูมิต้านทานของเด็กยังน้อยมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางอาหาร

3. ภาวะน้ำเป็นพิษ
ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นได้ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน การป้อนน้ำให้เด็กมากเกินไป จะทำให้ไตของเด็กซึ่งยังทำงานไม่เต็มที่ ไม่สามารถกรองของเหลวได้ทัน อีกทั้งอาจจะไปเจือจางความเข้มข้นของโซเดียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญของร่างกายที่ช่วยรักษาสมดุลน้ำระหว่างภายในและภายนอกเซลล์

เด็กที่ได้รับน้ำมากเกินกว่าร่างกายจะปรับสมดุลได้ อาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติต่อสมอง เกิดสมองบวม และเสียชีวิตได้
 

สรุปว่า น้ำดื่มไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน  เพราะเด็กวัยนี้ได้รับ น้ำจากนมก็เพียงพอแล้ว
แม้ว่า ประเทศไทย จะอยู่ในแถบอากาศร้อน ก็ยังไม่มีความจำเป็น ที่เด็กจะต้องได้รับน้ำเพิ่ม คุณแม่อาจสังเกตได้ว่า ในวันที่อากาศร้อน ลูกเราอาจจะดูดนมบ่อยขึ้น ดังนั้นตัวคุณแม่เองต้องเป็นคนที่ดื่มน้ำให้เยอะขึ้น เพื่อให้ร่างกายเราไม่ขาดน้ำค่ะ

สำหรับเด็กอายุ 6-12 เดือน ที่เริ่มได้รับอาหารเสริมนอกจากนม อาจจะเริ่มให้ดูด น้ำจากแก้วหัดดื่มได้ แต่ไม่ควรเกิน 1-2 ออนซ์ต่อวัน และควรให้หลังจากการกินอาหารเสริมไม่ควรให้ทดแทนนมแม่หรือนมผสม น้ำดื่มที่ป้อนให้เด็ก ควรเป็นน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว

ซึ่งเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ปี ไม่ควรกินน้ำกรอง หรือน้ำขวดโดยไม่ได้ผ่านการต้ม เพราะภูมิต้านทานของเด็กยังน้อย และที่สำคัญควรทำความสะอาดภาชนะแก้วหรือขวดน้ำของเด็กเป็นประจำ เพราะเชื้อโรคจากภาชนะอาจทำให้เด็กท้องเสียได้
หลังอายุ 1 ปี เด็กต้องกินอาหารหลัก 3 มื้อและนมกลายเป็นอาหารเสริม ถึงเวลานั้นพ่อแม่สามารถให้ลูกดื่มน้ำได้ตามความต้องการของเด็ก

 
คุณหมอเชื่อว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่ที่เข้ามาอ่านบทความนี้แล้ว สงสัย ถ้าลูกสะอึกจะทำอย่างไร? เราเตรียมคำตอบไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ

กรณีถ้าลูกสะอึกต้องทำอย่างไร? สะอึกเป็นภาวะปกติที่พบได้ในเด็ก แต่พ่อแม่มักกังวลเนื่องจากเวลาลูกสะอึกดูน่ากลัวทั้งๆที่อาการสะอึกไม่ทำอันตรายกับเด็ก โดยทั่วไป อาการสะอึกจะค่อยๆลดลง เมื่ออายุมากขึ้น

วิธีแก้สะอึกในเด็กเล็ก
  1. ถ้าลูกสะอึกบ่อยจริงๆ อาจจะต้องจับเรอให้บ่อยขึ้น เช่น ถ้ากินนมแม่ อาจจับเรอช่วงที่จะสลับเต้า หรือถ้ากินนมผสม หากกินไป 2-3 ออนซ์ ยังไม่อิ่ม ลองจับเรอสักครู่ก่อนกินต่อ เป็นต้น
  2. วิธีอุ้มเรอที่พ่อแม่ใช้บ่อย มี 2 ท่า
  • ท่าแรก คือ อุ้มพาดบ่า จับลูกพาดขึ้นบ่า มือข้างหนึ่งประคองตัวลูก มืออีกข้างลูบหลังเบาๆ จนกว่าจะเรอ การเดินไปมาจะช่วยให้ลมออกง่ายยิ่งขึ้น
  • ท่าที่สอง คือ ให้ลูกนั่งตัวตรงบนตัก แล้วใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้จับประคองคางลูกไว้ โดยให้ตัวลูกเอนไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วใช้มือลูบขึ้นเบาๆ ช้าๆ ลูบจากเอวด้านหลังขึ้นมาจนถึงต้นคอ เพื่อไล่ลม 
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ลองหมดแล้วทุกวิธีก็ไม่หาย คุณพ่อคุณแม่ยังกังวลก็ปรึกษาคุณหมอได้ค่ะ


พญ. สินดี จำเริญนุสิต
กุมารเวชศาสตร์พัฒนาการและพฤติกรรม
 
 


บทความแนะนำ

คุณหมอแนะนำ 10 เรื่องที่ต้องระวังที่สุดในการดูแลเด็กแรกเกิด
ไลฟ์สไตล์พ่อแม่รุ่นใหม่ เพิ่งคลอด พาลูกเที่ยวได้จริงหรือ?
หวงลูกไม่ผิด! ห้ามใครหอม-จับแก้ม ช่วยป้องกันเชื้อโรคได้


 



 

บทความแนะนำ

7 วิธีใช้เงินอย่างฉลาด
ลูกๆ กำลังเป็นโรคติดโทรศัพท์มือถือ (Nomophobia) กันหรือเปล่า มาเช็คกัน!
เรียนพิเศษแบบไหน ลูกไม่เครียด
รู้จักกับโรคหัวใจในเด็ก

Facebook Comment