ระวังลูกเป็นมือเท้าปากลุกลามเป็น EV71 ถึงตายได้

มือเท้าปาก,ไวรัส,ไวรัสมือเท้าปาก,hfmd,ev71,Enterovirus 71,เชื้อเอนเทอโรไวรัสสายพันธุ์71,โรคมือเท้าปาก,ระวังโรค,ลูกป่วย,ลูกเป็นมือเท้าปาก,มือเท้าปากในเด็ก,



โรคที่เด็กมักติดกันบ่อยๆ ทั้งยังระบาดได้เร็วหากเด็กไม่ได้รับการดูแลอย่างดีคือ โรคมือ เท้า ปาก ซึ่งการระบาดของโรคจะเป็นผื่นตามมือ เท้า และมีแผลในปาก โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กตามโรงเรียนอนุบาลและเด็กโตบางราย เพราะติดต่อได้ง่ายในขณะที่มีอาการ โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชนิดเฉียบพลัน เกิดตุ่มน้ำใสที่ปาก มือ เท้า ก้น และอวัยวะเพศร่วมด้วยได้ มักเป็นในฤดูร้อน



รายงานว่าพบเชื้อ เอนเทอโรไวรัสสายพันธุ์71 (Enterovirus 71 หรือ EV71) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบว่ามีความรุนแรงในการทำให้เกิดอัตราการตายในเด็กที่ป่วยด้วยโรคมือเท้าปากได้ค่อนข้างมาก



สาเหตุมือเท้าปาก EV71
เกิดจากเชื้อที่พบบ่อยที่สุดคือ Coxsackievirus A type 16 (A16) นอกจากนี้ยังมี A5, A7, A9, A10, B12 และ B5 เป็นส่วนน้อย ที่น่ากลัวที่สุดคือ Enterovirus 71 (EV71) เนื่องจากพบว่ามีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วยได้บ่อยทำให้เสียชีวิตได้ รวมทั้งปรากฏว่ามีการระบาดในหลายภูมิภาคของโลก เช่น ไต้หวัน มาเลเซีย


กลุ่มเสี่ยงมือเท้าปาก EV71
เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็ก เป็นกลุ่มเสี่ยงของเชื้อ EV71 มีอาการรุนแรง หรือมีภาวะแทรกซ้อนได้



อาการโรคมือเท้าปาก EV71
อาการหรืออาการที่แสดงจะมีไข้นำมาก่อน จากนั้น 1-2 วัน มีแผลในปาก มักพบที่เพดานปากด้านหน้าลิ้น และกระพุ้งแกมจำนวน 5-10 แผล ซึ่งจะเจ็บมากทำให้รับประทานได้น้อย ต่อมามีผื่นที่บริเวณฝ่ามือ หลังมือ และฝ่าเท้าเริ่มด้วยตุ่มแดง กลายเป็นตุ่มน้ำใสและตกสะเก็ด เจ็บได้เล็กน้อย



อาการแทรกซ้อนที่รุนแรง ได้แก่ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ โดยเฉพาะรายที่เป็นจากเชื้อ EV71 อาจรุนแรงถึงชีวิตได้ ฉะนั้นหากไข้ไม่ลดลงหลังจาก 3-4 วัน ซึมมาก หัวใจเต้นเร็ว หอบ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที




การติดต่อของโรคมือเท้าปาก EV71
โดยมีระยะฟักตัวของโรค : 3-6 วัน เป็นการติดต่อทางปาก (จากน้ำลาย, แผลในปาก) และทางอุจจาระ มีเชื้อทางน้ำลาย 2-3 วันก่อนมีอาการ 1-2 สัปดาห์ มีเชื้อในอุจจาระหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน




การป้องกัน มือเท้าปาก EV71

  • การป้องกันการติดต่อที่สำคัญคือ แนะนำไม่ให้พาลูกเล็กๆ ไปอยู่ในที่แออัด เช่น ศูนย์การค้า โรงภาพยนตร์ ตลาด
  • หากลูกป่วย ไม่ควรให้ลูกไปโรงเรียน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ควบคุมโรคโดยสั่งปิดโรงเรียน สถานเลี้ยงเด็กเพื่อหยุดยั้งการระบาด แยกเด็กป่วยออกจากเด็กปกติ และพบแพทย์ทันที
  • การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น ให้ลูกล้างมือบ่อยๆ (ด้วยน้ำและสบู่) โดยเฉพาะหลังขับถ่ายและก่อนรับประทานอาหาร
  • รับประทานอาหารและน้ำที่สะอาด ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น
  • การรักษาความสะอาดของที่อยู่อาศัย โรงเรียนอนุบาล สถานรับเลี้ยงเด็กก็เป็นส่วนสำคัญเช่นกัน


ขอบคุณข้อมูลประกอบ
นสพ.คมชัดลึก

บทความแนะนำ

เตรียมความพร้อมนำลูกสู่ศตวรรษที่ 21
รถเข็นเด็กเลือกดี ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก
แม่แชร์ประสบการณ์ ลูกชายล้มป่วยลำไส้อุดตันเพราะข้าวเหนียว
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พญ.ชนิกา ตู้จินดา

Facebook Comment