โรคเบาจืดในเด็ก เป็นแล้วรักษาไม่หาย ภัยร้ายมากกว่าที่คิด!


คุณแม่เคยได้ยินโรคเบาจืดไหมคะ? อาการของโรคอาจดูไม่ร้ายแรง แต่ความจริงอันตรายมากกว่าที่คิด หากลูกเป็นแล้วไม่สามารถรักษาให้หายได้ ที่แย่กว่านั้นคือลูกต้องกินยาไปตลอดชีวิตค่ะ เรามาดูวิธีสังเกตอาการของโรคเบาจืดกัน 


โรคเบาจืด คืออะไร
เบาจืด (Diabetes Insipidus) คือโรคที่ร่างกายสูญเสียความสมดุลของน้ำ โดยมีผลมาจากความผิดปกติของฮอร์โมนแอนติไดยูเรติก (Antidiuretic Hormone) ซึ่งก่อให้เกิดอาการกระหายน้ำอย่างรุนแรง ส่งผลให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมากผิดปกติ และปัสสาวะออกมามาก ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง อาจถึงขั้นปัสสาวะมากถึงวันละ 20 ลิตรได้ ซึ่งคนปกติจะปัสสาวะเพียงวันละประมาณ 1-2 ลิตรเท่านั้น โดยปัสสาวะที่ออกมาจะไม่มีกลิ่น ไม่มีสี และมีรสจืด จึงเรียกโรคนี้ว่า "โรคเบาจืด" สาเหตุมาจากการดื่มน้ำในปริมาณมากจนส่งผลให้สารต่าง ๆ ที่ก่อสีและกลิ่นในปัสสาวะเจือจางลงมากจนปัสสาวะเกือบมีลักษณะเหมือนน้ำแท้ ๆ

โรคเบาจืด ทำให้เกิดอาการอย่างไร
1.ผู้ป่วยจะกระหายน้ำบ่อย
2.ปัสสาวะบ่อย และครั้งละมากๆ ปัสสาวะมักไม่มีสี หรือกลิ่น
3.เด็กมีภาวะการเจริญเติบโตช้า น้ำหนักขึ้นไม่ดี
4.อาจมีการปวดบริเวณเอว ท้องน้อย เนื่องจากการคั่งของปัสสาวะ 

สาเหตุ
1.ร่างกายขาดฮอร์โมนเก็บน้ำจากโรคต่อมใต้สมอง
2.ไตไม่ตอบสนองกับฮอร์โมนเก็บน้ำ มักเป็นความผิดปกติ แต่กำเนิดหรือถ่ายทอดทางพันธุกรรม

รักษาโรคเบาจืดอย่างไร
1.ใช้ยาตามแพทย์สั่งให้ครบ และตรงเวลาสม่ำเสมอ ห้ามหยุดยาหรืองดยาไปเอง ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
2.ดื่นน้ำให้เพียงพอ
3.หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็ม

โรคเบาจืด ต่างจากโรคเบาหวานอย่างไร
โรคเบาจืด (Diabetes insipidus) เป็นคนละโรคกับโรคเบาหวาน (Diabetes mellitus) เพียงแต่มีชื่อคล้ายๆ กัน และมีความผิดปกติทางด้านปัสสาวะเหมือนกันทั่งคู่ การแยกโรคทั้ง 2 นี้ ในเบื้องต้นสามารถกระทำได้โดยการตรวจปัสสาวะ ซึ่งจะพบลักษณะจำเพาะ ของโรคแต่ละโรค ถ้าเป็นเบาจืดจะตรวจไม่พบน้ำตาลในปัสสาวะ ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี และไม่ได้มีเกลือแร่  ส่วนผู้ที่เป็นเบาหวานนั้นจะตรวจพบน้ำตาลในปัสสาวะค่ะ

วิธีป้องกัน
1.การระมัดระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุทางสมองหรือที่ศีรษะ 
2.ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง 
3.ร่วมไปกับการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงและรักษาสุขภาพจิตให้ดี

คุณพ่อคุณแม่อาจจะคิดว่าน้องปวดปัสสาวะธรรมดา กระหายน้ำปกติ แต่ถ้าไม่สังเกตอาการให้ดีและปล่อยไว้นานอาจจะกลายเป็นโรคร้ายที่อันตรายต่อเด็กๆ ได้ค่ะ ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาจืดแล้ว จะไม่มีทางรักษาให้หาย และที่สำคัญต้องกินยาตลอดชีวิตค่ะ 



 

บทความแนะนำ

เนื้องอกในมดลูก เรื่องจริงที่ผู้หญิงควรรู้
เปิดแล้ว! สวนน้ำ-สวนสนุก Scenical World แห่งใหม่ที่เขาใหญ่
พิสูจน์แป้งฝุ่น 35 ยี่ห้อในประเทศไทยยังไม่มีคำเตือนเสี่ยงมะเร็ง
รู้จักกับ “โรคโมยาโมยา” โรคอันตรายหายาก

Facebook Comment