เข้าใจธรรมชาติลูกพูดติดอ่าง แก้ไขอย่างไร

พูดติดอ่าง,พัฒนาการการพูด

อาการพูดติดอ่าง มักเกิดกับเด็กในช่วงวัย 2-4 ปี ซึ่งมีอาการพูดตะกุกตะกัก พูดไม่ออก หรือพูดซ้ำ กว่าจะหลุดออกมาได้แต่ละคำ ใช้เวลาพอสมควร ทำอย่างไรดีจึงจะทำให้อาการพูดติดอ่างของลูกนั้นหายไป มาดูที่มาและวิธีแก้ไขการพูดติดอ่างของลูกกันดีกว่า


พูด(ติด)อ่าง เกิดขึ้นได้อย่างไร
อาการพูดติดอ่างของเด็กเกิดได้จากหลายๆ สาเหตุค่ะ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องลองสังเกตดูหน่อยว่าเจ้าตัวเล็กที่บ้านเข้าข่ายข้อใดต่อไปนี้รึเปล่า

1. จากกรรมพันธุ์
พ่อ แม่หรือคนในครอบครัวเคยพูดติดอ่างมาก่อน ก็อาจทำให้ลูกพูดติดอ่างได้เช่นกันค่ะ

2. แม่มีน้องใหม่
เวลาที่มีน้องใหม่ ความรักความสนใจไปอยู่ที่น้องหมด แม่อาจจะไม่มีเวลาเล่นกับเขาได้เหมือนเคย เขาก็จะเหงาและบางทีจะรู้สึกกังวลด้วยกลัวว่าพ่อกับแม่จะไม่รักเขาเหมือนเดิม เลยส่งผลถึงการพูดของเขา หรือค้นพบว่าการพูดแบบนี้ทำให้พ่อแม่หันมาให้ความสนใจเขามากขึ้น

3. โดนแย่งพูด
พี่ น้อง หรือคนในบ้านพูดแทนหมด พอเขาจะขยับปากพูดสักคำก็โดนแย่งพูดไปหมดแล้ว ทำให้ไม่ค่อยมีโอกาสได้พูด หรือรีบพยายามจะพูดให้ทันคนอื่น เลยทำให้ติดอ่าง

4. ถูกเลี้ยงแบบบังคับเข้มงวด
อาจสร้างความเครียดให้กับเด็ก ทำให้ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่กล้าที่จะพูด หรือมีความกลัวเวลาพูด

5. คิดเร็วกว่าพูด
เด็กวัยนี้เป็นวัยที่กำลังหัดพูด เพราะฉะนั้นเด็กจะคิดไปไวกว่าที่ปากจะทำงาน เลยทำให้คำพูดสักคำหลุดออกมาช้ากว่าที่ใจคิด

6. เลียนแบบเพื่อน
เดิมก็ไม่ติดอ่างกับเขาหรอกค่ะ แต่พอไปโรงเรียนเจอเพื่อนพูดติดอ่าง เข้าทางเด็กวัยนี้ที่กำลังเลียนแบบพอดี เลยเอาบ้าง

7. ถูกบังคับให้เปลี่ยนจากการถนัดใช้มือซ้ายมาเป็นมือขวา
ทำให้ลูกของเราไม่สบายใจ เกิดความวิตกกังวล และรู้สึกระแวงเพราะมีผู้ใหญ่คอยจับผิด

8. ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด



วิธีช่วยลูกไม่พูดติดอ่าง
การพูดติดอ่างของลูก เป็นพัฒนาการทางการพูดของเด็กที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่นานนัก ถ้าพ่อแม่รับมือและดูแลอย่างถูกวิธี อาการเหล่านี้จะหายได้เองค่ะ

1.เข้าใจลูก
อาการพูดติดอ่างเป็นพัฒนาการอย่างหนึ่งของเด็กวัยนี้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ลูกกำลังหัดพูด การพัฒนาการภาษาจึงเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ดีเหมือนการสื่อสารระหว่างผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นอย่าแสดงท่าทีรำคาญ หรือพยายามเร่งรัดให้ลูกพูดไม่ติดอ่างเร็วๆ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เด็กไม่กล้าพูดหรืออาจจะกลายเป็นพูดติดอ่างไปเลย

2.พ่อแม่เป็นต้นแบบที่ดี
พูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ ไม่ใช่พอลูกติดอ่างก็ติดอ่างตามด้วยความเอ็นดู แบบนี้ไม่ดีค่ะ เพราะลูกน่ะจะคิดว่าเป็นสิ่งดีแล้วก็เลียนแบบเราอีกทีหนึ่ง

3.วางเฉย หรือดุว่า ไม่ดีทั้งสองแบบ
เพราะถ้าเราขำ ลูกจะคิดว่าดี พ่อแม่ชอบเลยทำอีก หรือถ้าพ่อแม่ดุ คราวนี้จะไม่กล้าพูดไปเลย ขาดความมั่นใจ

4.สังเกตคำที่ลูกพูดติดอ่างบ่อยๆ
เพราะอาจจะเป็นไปได้ว่าลูกมีปัญหากับการออกเสียงคำนั้นๆ แล้วจึงช่วยลูกด้วยการพูดคำนั้นชัดๆ ทวนกับลูก

5.ชวนลูกพูด
ยิ่งรู้ว่าลูกของเราพูดติดอ่างแบบนี้ ยิ่งต้องชวนลูกคุยมากขึ้น แต่อย่าทำให้ลูกรู้สึกลนลาน หรือเร่งรัดให้เขาพูดคุยกับเรา ให้เขาทำตัวสบายๆ ค่อยๆ พูด ไม่ต้องรีบ สร้างความมั่นใจให้ลูก โดยเป็นนักฟังที่ดี ทำให้เขารู้ว่าพ่อแม่รอฟังเขาพูดได้เสมอ และจะไม่ดุว่า ไม่ว่าจะพูดผิดหรือถูกอย่างไร

6.ในกรณีที่ลูกของเราถนัดซ้าย แต่เราเองพยายามที่จะเปลี่ยนให้ลูกถนัดขวานั้น
อาจเป็นสาเหตุให้ลูกเครียดและพูดติดอ่างได้ค่ะ เพราะฉะนั้นทางทีดีคือไม่ควรบังคับ แต่พยายามให้ลูกได้ใช้มือขวามากขึ้น แล้วก็ให้ใช้มือซ้ายด้วย เพื่อให้ลูกได้ฝึกทักษะมือทั้งสองข้าง แล้วลูกจะได้ไม่รู้สึกว่าโดนบังคับ ส่วนว่าเขาจะถนัดมือไหนมากกว่าก็อยู่ที่ตัวเขา

7.หาคำศัพท์ใหม่ๆ
ช่วยฝึกลูกพูด ไม่ว่าจะเป็นการเล่านิทาน การพูดคุย อ่านหนังสือ รูปภาพ ฯลฯ เป็นอีกหนึ่งเทคนิคในการเพิ่มคำศัพท์ที่จะทำให้เด็กรู้จักคำพูดที่เขาจะได้นำมาใช้ในการสื่อสารมากขึ้น เพราะเด็กบางคนคิดเร็วแต่ไม่รู้คำศัพท์ที่จะสื่อสาร

8.หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้ลูกอึดอัด
เช่น การให้พูดต่อหน้าคนเยอะ หรืออยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย คุยกับคนที่ไม่คุ้นเคย เพราะจะทำให้ให้เขารู้สึกเครียด กังวล และเขาจะพูดติดอ่างมากยิ่งขึ้นค่ะ



"พูดติดอ่าง" แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว
พูดติดอ่างเป็นพัฒนาการอย่างหนึ่งของเด็กในช่วงวัยนี้ก็จริงค่ะ ถ้าได้ทำตามวิธีที่แนะนำมาแล้วเชื่อว่าลูกของเราน่าจะอาการดีขึ้น แต่ถ้าในรายใดที่เริ่มส่งสัญญาณดังต่อไปนี้ พ่อแม่ไม่ควรวางใจค่ะ
  • ยิ่งนานวันจำนวนคำที่พูดติดอ่างยิ่งเพิ่มขึ้น
  • เวลาพูดมีทีท่ากังวล เช่น บิดมือไปมา ไม่สบตา ถอนหายใจ พูดน้อยลงกว่าเดิม เริ่มใช้มือและส่งภาษาใบ้
  • ลองพยายามแก้ไขมานานกว่า 6 เดือนแล้วยังไม่ดีขึ้น
  • หากลูกอายุมากกว่า 5 ขวบไปแล้ว ยังพูดติดๆ ขัดๆ หรือยังติดอ่างไม่หายสักที ควรพาไปพบแพทย์ เพราะอาจจะเป็นสัญญาณเตือนว่าลูกมีปัญหาในการพูดค่ะ

เด็กวัยนี้ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าความรักและความเอาใจใส่ที่พ่อแม่มีให้ ซึ่งถ้าลูกได้รับแบบเต็มร้อยแล้ว จะพูดติดอ่างมากแค่ไหน ยังไงพ่อแม่ก็แกะออกค่ะ

 

บทความแนะนำ

ทัศนคติ 5 แบบของพ่อแม่ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้รอบด้านของลูกอย่างได้ผล
เยี่ยมเยียนเด็กๆ กับโภชนาการสัญจร
ข้าวบดตำลึง อาหารเสริมทารก 6 เดือน
ติดเชื้อในกระแสเลือดอันตราย มีลูกต้องระวัง

Facebook Comment