พ่อแม่ต้องรู้! ดูแลลูกอย่างไรเมื่อไปสวนสัตว์


“สวนสัตว์” สถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับเด็กทุกวัยค่ะ เป็นแหล่งการเรียนรู้เสริมพัฒนาการสมอง รู้จักกับสิ่งมีชีวิตนานาชนิด และยังปลูกฝังให้เด็กรักธรรมชาติอีกด้วยนะคะ ก่อนไปเรามาเตรียมพร้อมกับวิธีการดูแลลูก เมื่อไปสวนสัตว์กันก่อนดีกว่า


5 ข้อควรปฏิบัติ เมื่อพาลูกไปสวนสัตว์


1. อย่าไปลูบเนื้อตัว ไปยืนถ่ายรูปคู่กับสัตว์ป่า 
แม้แต่การยื่นแขน ยื่นขา หรือไปยืนใกล้ๆ กรงของมันก็ห้ามโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะความซนของเด็กที่เราอาจไม่ทันระวัง เช่น ปีนขึ้นไปบนราวเหล็กหรือขอบบ่อซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ เมื่อไปเที่ยวสวนสัตว์จึงใกล้ชิดลูกไว้อย่าให้คลาดสายตา

2.ห้ามลูกป้อนอาหารสัตว์ป่าอย่างเด็ดขาด 
เพราะการป้อนนมเจ้าเสือน้อย ยังต้องใช้เจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญ ซึ่งรู้วิธีป้อนนมขวดนมอย่างปลอดภัย   

3.สัตว์ที่ดูเชื่องก็ต้องระวัง บรรดาสัตว์ที่ดูจะเชื่องน่ารัก เช่น แกะ แพะ วัว 
แม้จะยอมให้ลูกๆ ป้อนอาหารมันบ้าง แต่ก็ควรดูแลอย่างใกล้ชิด และอย่ายอมให้ลูกๆ ถึงกับไปจุ๊บๆ มันอย่างเด็ดขาด แม้แต่สัตว์เลี้ยงของเราก็เช่นกัน

4. เชื่อฟังคำเตือนของป้ายและเจ้าหน้าที่ 
คำเตือนต่างๆ ที่อยู่ในสวนสัตว์ว่าต้องต้องปฎิบัติตัวอย่างไร บริเวณไหนห้ามเข้า ตรงไหนเป็นจุดอันตราย พ่อแม่ต้องสังเกตและคอยดูแลลูกๆ ให้ปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นจนนำไปสู่เรื่องเศร้า หรือเหตุการณ์รุนแรง

5. ดูแลลูกๆ ให้อยู่ในสายตาตลอดเวลา 
เวลาพาลูกไปเที่ยว ต้องคอยดูแลลูกๆ ให้อยู่ในสายตาตลอดเวลา นอกจากกันพลัดหลงกันแล้ว ยังอาจเกิดอันตรายขึ้นกับลูกๆ ได้ เช่น พลักตก หรืออุบัติเหตุต่างๆ ถ้าเด็กเล็กมากอาจจะใช้สายจูง หรือเป้อุ้มลูกไว้กับตัว
 


การปฐมพยาบาลกรณี ถูกสัตว์กัด


1.รีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำ ถึงไม่มีแผลก็ควรล้างคราบน้ำลายออก โดยล้างผ่านน้ำก๊อก และฟอกสบู่หลายๆ ครั้ง จากนั้นใช้สำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียทาบริเวณรอบๆ แผล การล้างแผลต้องทำให้ดีใน 6 ชั่วโมงหลังถูกกัด มิฉะนั้นแผลจะติดเชื้ออักเสบได้ง่าย

2.แผลที่ติดเชื้อง่ายคือแผลที่เป็นรูลึก ล้างให้สะอาดได้ยาก เช่น แผลแมวกัด ซึ่งเขี้ยวแมวจะแหลม เวลากัดไม่กระชากเหมือนหมากัด ที่สำคัญหากกัดบริเวณที่มีเส้นเอ็น เช่น มือ จะติดเชื้อได้ง่าย

3. ห้ามเลือด หากเป็นบาดแผลเลือดออก หลังล้างแผลแล้ว ให้กดบาดแผลด้วยผ้าสะอาดเพื่อห้ามเลือดประมาณ 5 นาที เลือดก็หยุดไหล แต่ถ้าไม่หยุดไหลอาจจะเป็นเพราะถูกเส้นเลือดใหญ่ หรือเด็กที่ถูกกัดเป็นโรคเลือดหยุดยากชนิดใดชนิดหนึ่ง ต้องรีบพาไปหาหมอค่ะ

4.ฉีดวัคซีน ถ้าสัตว์ฉีดวัคซีนแล้ว และเจ้าของมีหลักฐานยืนยันแน่นอน หากสังเกตเห็นว่าสัตว์ตัวนั้นไม่มีอาการผิดปกติ เด็กหรือผู้ใหญ่ที่ถูกกัดไม่ต้องไปฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า แต่หากไม่มั่นใจว่าหมา แมว หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ ที่กัดนั้นจะเสี่ยงหรือไม่ให้รีบไปพบแพทย์ หากจำเป็นคุณหมอจะทำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและฉีดอิมมูโนโกลบูลิน ซึ่งเป็นภูมิต้านทานสำเร็จรูปให้


บทความที่เกี่ยวข้อง

8 สวนสัตว์ ธรรมชาติแห่งการเรียนรู้ ปลูกฝังให้เด็กรักธรรมชาติ

บทความแนะนำ

สถานที่เที่ยวหน้าร้อนแบบครอบครัว
12 อาหาร เพิ่มพลังเซ็กซ์
เล่นสนุก เสริมสร้างพัฒนาการเด็ก เริ่มต้นง่ายได้ที่บ้านกับ Educational Playground
ทูน่าห่อสาหร่ายแสนอร่อย อาหารว่างสำหรับเด็ก 3-6 ปี

Facebook Comment