Face the fears! เปลี่ยนหนูน้อยขี้กลัวให้เป็นคน 'กล้า'



Face the fears!
เปลี่ยนหนูน้อยขี้กลัวให้เป็นคน 'กล้า' 

เด็กทุกคนล้วนมีความกลัว เพราะเมื่อเขาเติบโตขึ้น เขาต้องพบเจอกับสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่คุ้นเคยมากมาย การไปโรงเรียน และการอยู่ห่างจากพ่อแม่ครั้งแรก หากปล่อยให้เด็กรู้สึกเครียดและวิตกกังวลกับความกลัวเหล่านี้บ่อย ๆ อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการด้านต่าง ๆ ได้ บทบาทของพ่อแม่อย่างเรา มาช่วยกันเปลี่ยนหนูน้อย 'ขี้กลัว' ให้เป็น 'คนกล้า' กันเถอะ!


ความกลัวของเด็กแต่ละวัย
 
  • เด็กทารก
จะกลัวสิ่งของทุกอย่างหรือสิ่งแวดล้อมที่แปลกไปจากเดิม เช่น แสงไฟในห้องนอนที่จ้ากว่าปกติ เสียงเพลงดังๆ หรือหน้าตาของคนแปลกหน้า เป็นต้น
  • วัย 1-3 ปี
เด็กวัยนี้จะเริ่มกลัวกับความมืดแล้ว จึงไม่ควรทิ้งให้เขาอยู่ในห้องที่มืดมิดเพียงคนเดียว สิ่งที่ทำให้เด็กกลัวอีกอย่างหนึ่ง คือ กิจกรรมแปลกใหม่ที่เขาไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต เช่น ว่ายน้ำ หรือขี่จักรยาน ทุกอย่างสามารถทำให้เขา กลัวขึ้นมาได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรจะเฝ้ามองและดูแลเขาให้ มากขึ้นหน่อยในระยะเริ่มต้นที่เขากำลังลองหัดกิจกรรมใหม่ๆ
  • วัย 3-5 ปี
เด็กวัยนี้เริ่มคิดฝัน มีจินตนาการเป็นของตัวเองแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำให้เขากลัวได้มากที่สุดในตอนนี้ คือ สิ่งที่เขาคิดว่ามีอยู่จริง ๆ ในโลกใบนี้ อย่างผีสาง เทวดาใจร้าย งูกินคน เจ้าตัวต่าง ๆ ในจินตนาการเหล่านี้จะเป็นตัว ประหลาดที่ทำให้เด็กวัยนี้กลัวจนขนหัวลุกได้ง่าย ๆ
  • วัย 6-12 ปี
ความกลัวของเด็กวัยนี้จะค่อยๆพัฒนาจากสิ่งเพ้อฝันเป็นเรื่องจริง ๆ ที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้บ้าน เจ้าหมาตัวโปรดตาย สอบตก กลัวถูกพ่อแม่เอาไปทิ้ง ฯลฯ เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงไม่ควรพูดขู่ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ให้ลูกตกใจกลัว



4 วิธีเปลี่ยนหนูน้อยขี้กลัวให้เป็นคน 'กล้า' 

1. อธิบายให้ลูกเข้าใจและรู้จักว่าความกลัว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้

คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้ลูกสังเกตตัวเองเมื่อรู้สึกกลัว เช่น เมื่อเรากลัว หัวใจของเราจะเต้นเร็วขึ้น หายใจเข้าออกถี่ขึ้น และบางครั้งเราอาจจะมีอาการมือสั่นได้ การอธิบายให้ลูกรู้จักอาการที่เกิดขึ้นจากความกลัวเป็นตัวช่วยสำคัญที่นอกจะทำให้เขารับมือกับความกลัวที่เกิดขึ้นแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้และเข้าใจกับความกลัวมากขึ้น

โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถบอกลูกได้ว่าการที่หนูกลัวสิ่งนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้นะ บางครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็กลัวสิ่งเหล่านี้เช่นกัน และยกตัวอย่างว่าเมื่อคุณพ่อคุณแม่รู้สึกกลัวแล้วมีวิธีจัดการกับความรู้สึกนั้นอย่างไร


2. เปิดโอกาสให้ลูกได้พูดถึงสิ่งที่ตัวเองกลัว

การเปิดโอกาสให้ลูกได้ระบายความกลัวของตัวเองออกมาก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลว่าจะยิ่งทำให้ลูกกลัว หรือยิ่งวิตกกังวลเมื่อพูดมันออกมา แต่การให้เด็กได้ระบายหรือแสดงออก จะทำให้ลูกเข้าใจความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น

ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจให้ความช่วยเหลือด้วยการใช้คำถาม  เช่น ทำไมหนูถึงกลัวสิ่งนั้นเหรอคะ แล้วกอดหรือปลอบลูกด้วยความเข้าใจ และบอกให้ลูกมั่นใจว่าไม่ว่าจะอย่างไรพ่อแม่จะคอยช่วยเหลือหนูอยู่ตรงนี้เอง การทำแบบนี้จะทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น และมั่นใจว่าคุณพ่อคุณแม่จะอยู่กับเขาและเอาชนะความกลัวไปด้วยกัน


3. อย่าต่อว่า เมื่อลูกกลัวในเรื่องไร้สาระ

เมื่อลูกแสดงออกถึงความหวาดกลัว คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรแสดงอาการโมโห หงุดหงิด หรือต่อว่าความกลัวของลูกเป็นเรื่องไร้สาระ  การพูดลักษณะแบบนี้จะทำให้เด็กรู้สึกว่าความกลัวเป็นเรื่องผิดในสายตาคุณพ่อคุณแม่ อาจทำให้ลูกเลือกที่จะเก็บเรื่องต่างๆ ไว้ในใจ ไม่กล้าบอก และไม่แสดงออกต่อหน้าคุณพ่อคุณแม่อีก


4. ช่วยลูกให้เผชิญความกลัวทีละเล็กทีละน้อย

แน่นอนว่าเราอาจจะช่วยให้ลูกหลีกหนีจากความกลัวไปตลอดไม่ได้ ดังนั้นการค่อยๆ ให้ลูกได้ลองเผชิญหน้ากับความกลัวของตัวเองก็เป็นอีกวิธีที่ดีไม่น้อย โดยจะต้องเริ่มจากการเจออย่างผิวเผิน เช่น หากลูกกลัวการลงสระว่ายน้ำ อาจเริ่มจากการให้ลูกค่อยๆ เดินเล่นในสระน้ำตื้นที่ยืนได้ด้วยตัวเองก่อน


สิ่งสำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ต้องระวังที่จะไม่นำสิ่งที่ลูกกลัวมาขู่ซ้ำ ๆ เช่น “ถ้าไม่ไปอาบน้ำหมาจะมากัดนะ” หรือ “ไม่ยอมกินข้าวจะจับไปฉีดยา” เพราะนอกจากไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องแล้ว ยังทำให้ระดับความกังวลของลูกเพิ่มขึ้นไปอีก 

วัยเด็กเป็นวัยที่ไวต่อความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความทุกข์ หรือความกลัว การช่วยให้เด็กรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ และปลอดภัย เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรมอบให้แก่ลูกเพื่อบรรเทาความกลัวต่าง ๆ ให้ลดลง เพราะเมื่อเด็กมีที่พึ่งทางจิตใจ เขาก็จะมีสภาพจิตใจที่มั่นคงตามไปด้วย ไม่ว่าจะเจอความกลัวรูปแบบใดก็จะสามารถผ่านมันไปได้ด้วยดี แต่ทั้งนี้ควรค่อยเป็นค่อยไป ไม่บังคับและกดดันเด็ก และเมื่อเวลาผ่านไปลูกจะรับมือกับความกลัวได้ดีขึ้นเองค่ะ




ที่มา : 
1. รศ.พญ.ทิพวรรณ  หรรษคุณาชัย กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก 
2. developingminds
3. kidspot


บทความแนะนำ

หลอกให้ลูกกลัว ระวังพัฒนาการเด็กถดถอย



 

บทความแนะนำ

มื้อนี้ของแม่ "สลัดไก่มะกะโรนีเพสโต้ซอส"
เมนูยามเดินทางของเด็กวัย 6- 12 เดือน
ลูกคันก้นอย่าชะล่าใจ ใช่พยาธิหรือเปล่า?
9 วิธีสร้างทักษะชีวิตให้ลูกน้อย

Facebook Comment