พ่อแม่ต้องมีอยู่จริง ไม่เว้นแม้เด็กพิเศษ

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์, EF, อยากให้ลูกมี EF, วิธีสร้าง EF, รักลูก Community of The Expert, Q&A ถามตอบกับคุณหมอประเสริฐ,พ่อแม่ต้องมีอยู่จริง ไม่เว้นแม้เด็กพิเศษ,พ่อแม่,บ้าน,เด็กพิเศษ,การดูแลเด็กพิเศษ,บ้านคือวิมานของเรา,นักบำบัด,ช่วยเหลือตัวเอง,เด็กพิเศษคือเด็กที่มีวิธีพัฒนาตนเองแบบพิเศษ,รักตัวเอง,ตัวตนที่แท้จริง,สายสัมพันธ์ที่แข็งแรง
พ่อแม่ต้องมีอยู่จริง ไม่เว้นแม้เด็กพิเศษ

 

ลูกเป็นเด็กพิเศษ มีคนแนะนำต่างๆ นานา เช่น ให้ไปโรงเรียนจะได้เข้าสังคมได้ ให้อยู่บ้านก่อนเพื่อเตรียมความพร้อม หรือให้พาไปพบนักบำบัดบ่อยๆ จะได้ดีขึ้น สับสนมากเลยค่ะ เวลาก็มีเท่านี้ไม่รู้จะทำอะไรดี



เด็กพิเศษคือเด็กที่มีวิธีพัฒนาตนเองแบบพิเศษ

เขาไม่เหมือนเด็กทั่วไป แต่มิใช่ผิดปกติ ความข้อนี้อาจจะฟังดูเป็นปรัชญาแต่ถ้าเราเข้าใจข้อนี้ได้เร็วกว่าเราจะทำอะไรได้มากกว่า พลังงานในการพัฒนาตนเองไปข้างหน้าของคนเราคือ เซลฟ์เอสตีม(self esteem) คือความสามารถที่จะรู้ว่าตนเองทำอะไรได้บ้าง พอรู้ว่าตนเองทำอะไรได้ก็จะไปต่อไป


ลองนึกภาพตรงข้าม ตื่นเช้ามา “รู้สึก” ว่าตนเองทำอะไรก็มิได้ เช่นนี้จะไม่ไปไหน หมดพลังตั้งแต่ตอนเช้า เด็กที่ตื่นมารู้ว่าตนเองทำอะไรได้บ้างจะสนุกกับชีวิต รักตนเอง มั่นใจตนเอง ภูมิใจตนเอง เขาจะก้าวเดินไปด้วยวิธีของเขา ในวิถีของเขา บนถนนของเขา และเมื่อเขาไปแล้ว บ่อยครั้งที่เขาลากเอาความสามารถด้านอื่นๆ ติดตามไปด้วยอย่างช้าๆ  แน่นอนเขาไม่เหมือนเด็กทั่วไปแต่เขาจะ “รู้สึก”ดีกับตัวเอง


ไม่มีอะไรแย่เท่ากับความรู้สึกที่ว่าตัวเองมันแย่


ไปโรงเรียนแล้วทำอะไรไม่ได้ ถูกครูตำหนิหรือเพื่อนล้อเลียน หากโรงเรียนเป็นเช่นนี้ก็ไม่ควรไป ไปให้เขาทำลาย เซลฟ์เอสตีมเสียเปล่าๆ ถ้าจะไปโรงเรียนเราควรหาโรงเรียนที่คุณครูรู้งานและจัดการได้ ไปจนถึงหาครูการศึกษาพิเศษที่ใช้การได้ เรื่องสังคมไม่มีอะไรน่าห่วง เด็กจะเข้าได้เองโดยไม่ต้องสอนเมื่อเขา “รู้สึก” ว่าตนเองมีคุณค่าพอ


ไปหานักบำบัดบ่อยๆ เป็นเรื่องดีแน่ นักบำบัดที่เก่งๆ ทำเรื่องมหัศจรรย์ได้ ไม่ว่าจะเป็นนักกิจกรรมบำบัด นักแก้ไขการพูด หรือนักกระตุ้นพัฒนาการ อย่างไรก็ตามหน้าที่เป็นของพ่อแม่เสมอนะครับ นักบำบัดที่ดีจะส่งมอบความสามารถที่จะดูแลลูกให้แก่พ่อแม่ และพ่อแม่ที่มีใจจะยอมรับหน้าที่ยิ่งใหญ่นี้มาเป็นของเราจึงจะเป็นพ่อแม่ที่ทำสำเร็จ การโยนงานทั้งหมดไปที่นักบำบัดโดยที่พ่อแม่แสดงออกให้เห็นได้ว่าไม่ทำหรือไม่อุทิศตัวมากพอ มักจะได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดี


อยู่บ้านจึงเป็นเรื่องดีที่สุด เพราะบ้านคือวิมานของเรา บ้านควรเป็นสถานที่ที่เด็กพิเศษได้ซุ่มฝึกวิชาฝีมือโดยไม่ต้องเกร็ง พ่อแม่ที่มีอยู่จริง สายสัมพันธ์ที่แข็งแรง ตัวตนที่ชัดเจนและรักตนเอง ยังเป็นปัจจัยตั้งต้นที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิตเสมอ  เด็กพิเศษก็ไม่ยกเว้น


เวลาที่บ้านมาก จะเปิดโอกาสให้เราลองผิดลองถูกได้มาก ค่อยๆ ค้นหาพื้นที่หรือลู่วิ่งที่เขาทำได้ ทำได้สักนิดแล้วเราอัดฉีดที่ตรงนั้นเขาจะไปได้เสมอ อาจจะช้าเป็นเต่าแต่เต่าก็จะถึงเส้นชัยอยู่ดี ถึงเร็วถึงช้าจะเป็นอะไรไป หากเราเริ่มวันนี้จะอย่างไรเขาก็จะไปถึงระดับดูแลตนเองได้ก่อนเราเสียชีวิต หรือพี่น้องรักกันช่วยเหลือกันได้ก่อนเราเสียชีวิต


นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
จิตแพทย์และนักเขียน ขวัญใจพ่อแม่ชาวโซเชียล


 

บทความแนะนำ

ขอบตาคล้ำ ทำอย่างไรดีนะ
นี่ไม่ใช่ รถหัดเดิน!
เสริมพัฒนาการดูด เคี้ยว กลืนลูกขวบปีแรกด้วยอาหาร
ไข่ม้วนทรงเครื่อง อาหารเด็กวัย 1-3 ปี

Facebook Comment