ปัญโญทัย หลักสูตรและกิจรรม เป็นไปตามธรรมชาติของเด็ก

หากคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่กำลังมองหาโรงเรียนทางเลือกให้กับลูก เรามีอีกหนึ่งโรงเรียนทางเลือกมาแนะนำค่ะ โรงเรียนปัญโญทัย โรงเรียนทางเลือกแบบวอร์ลดอฟ ที่นี้มีกิจกรรมสำหรับเด็กในแต่ละชั้นเรียน รวมถึงรูปแบบการสอนที่น่าสนใจ


อนุบาล,โรงเรียนอนุบาล,หาโรงเรียน ,แนะนำโรงเรียน, หลักสูตร, เลือกโรงเรียน, ชั้นอนุบาล, เตรียมประถม, โรงเรียนประถม,โรงเรียนมัธยม, ชั้นมัธยม, โรงเรียนปัญโญทัย, แบบวอร์ลดอฟ, โรงเรียนทางเลือก


โรงเรียนปัญโญทัย

หลักสูตรและกิจรรม เป็นไปตามธรรมชาติของเด็กแต่ละช่วงวัย

การไปชมที่โรงเรียนปัญโญทัยครั้งนี้ เราได้รับความอนุเคราะห์ด้านข้อมูลจาก คุณครูเอ็ม-วีณา ก๊วยสมบูรณ์ ที่บอกเล่าถึงแนวทางการเรียนการสอนของที่นี่ รวมถึงคุณครูเจ้าหน้าที่ใจดี ที่พาเราไปเยี่ยมชมห้องเรียนในแต่ละชั้น รวมถึงให้ข้อมูล เกี่ยวกับรูปแบบการทำกิจกรรมของแต่ละชั้นที่มีด้วย

อนุบาล,โรงเรียนอนุบาล,หาโรงเรียน ,แนะนำโรงเรียน, หลักสูตร, เลือกโรงเรียน, ชั้นอนุบาล, เตรียมประถม, โรงเรียนประถม,โรงเรียนมัธยม, ชั้นมัธยม, โรงเรียนปัญโญทัย, แบบวอร์ลดอฟ, โรงเรียนทางเลือกเมื่อเข้ามาในแต่ละห้องเรียน เห็นโต๊ะเรียนที่ตั้งในแต่ละห้องไม่เกิน 30 ที่นั่งแล้ว ด้านข้างของห้องเรียน ยังมุมแสดงผลงานของนักเรียน หรือวางอุปกรณ์สำหรับการเรียนจากวัสดุธรรมชาติ อาทิ ก้อนหิน ไม่พลัด ฯลฯ ไว้ด้วย สำหรับในห้องของเด็กชั้นประถม เราพบงานปั้น ไม่ใช่จากดินน้ำมัน หรือดินเหนียว แต่เป็นขี้ผึ้ง สาเหตุที่ใช้ขี้ผึ้ง คุณครูบอกกับเราว่า เพราะเด็กในวัยนี้เป็นเด็กที่ยังต้องการความอุ่นอยู่ ดังนั้น การปั้นขี้ผึ้งที่มีความอุ่นตอนปั้นจะช่วยเสริมสร้างทักษะและพัฒนาการที่ดี ให้เด็กได้ หรือแม้แต่การฝึกให้เด็กมีสมาธิ จากการให้เด็กถักนิตติ้งด้วย และเราสังเกตได้ว่าของที่อยู่ในห้องเรียนของเด็กมักจะเป็นวัสดุจากธรรมชาติ ที่ถูกนำมาเป็นทำเป็นสื่อการเรียนการสอน หรือนำมาให้เด็กได้ทำกิจกรรมภายในห้องเรียน มีความหลากหลาย และยากง่ายตามแต่พัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัย ไม่เพียงแต่เด็กจะได้สัมผัสของเล่นจากธรรมชาติแล้ว ยังเป็นการตอบสนองความต้งการทางพฤติกรรมของเด็กที่มีความอยากรู้อยากเห็นตาม วัยด้วย




กิจกรรมของเด็ก กับวัสดุจากธรรมชาติ อนุบาล,โรงเรียนอนุบาล,หาโรงเรียน ,แนะนำโรงเรียน, หลักสูตร, เลือกโรงเรียน, ชั้นอนุบาล, เตรียมประถม, โรงเรียนประถม,โรงเรียนมัธยม, ชั้นมัธยม, โรงเรียนปัญโญทัย, แบบวอร์ลดอฟ, โรงเรียนทางเลือก

  • ปั้นดิน ด้วย ขี้ผึ้ง
  • ท่องสูตรคูณ ด้วยการส่งไม้พลัดต่อกัน
  • การสร้างศาลา ของเด็กชั้นประถม 3-4 ในวิชาการวัด
  • การแกะสลักหิน หรือการนำหินมาเรียงซ้อนกัน เพื่อทำเป็นน้ำตก ของ เด็กชั้นมัธยม



เมื่อเดินไปเรื่อยๆ ผ่านไปยังห้องชั้นโต ขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้ว่า กิจกรรมจะเริ่มเปลี่ยนไป มีความท้าท้าย มุ่งมั่น และต้องใช้ทักษะเพิ่มขึ้น แต่ยังคงความสนุกให้เด็กนักเรียนเหมือนเดิม

หลังจากที่เดินจนครบทุกชั้นแล้ว คุณครูเอ็ม-วีณา จึงพูดถึงการ วางแผนหลักสูตรการเรียน ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ว่านอกจากจะเป็นไปตามหลักของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว การวางแผนนี้ยังได้นำเอาพฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัย นำมาจัดเป็นหลักสูตร โรงเรียนปัญโญทัย เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล – มัธยม 6 รับเด็กตั้งแต่ อายุ 3 ขวบ ขึ้นไป ในระดับชั้นประถม - มัธยม มีชั้นเรียนละ 1 ห้อง เฉลี่ยเด็กในแต่ละห้อง 20 – 25 คน สูงสุดคือ 29 คน คุณครูประจำชั้น มี 1 ท่าน ต่อง 1 ห้องเรียน สำหรับชั้นอนุบาลไม่มีคุณครูประจำชั้น แต่เราจะเรียกผู้ใหญ่ที่คอยดูแลเด็กในห้องว่า “คุณน้า” เด็กจะรู้สึกว่าคุณน้าที่ดูแลเขาเป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่ คุณครูเอ็มยังเล่าให้ฟังต่อถึงรูปแบบการจัดการเรียนการสอน การวางตำแหน่งหน้าที่ของครูประจำชั้นว่าควรมีบทบาทหน้าที่อย่างไรบ้าง “ที่โรงเรียนปัญโญทัย ได้นำรูปแบบพฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัย มาผนวกรวมในการจัดรูปแบบการเรียนเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาเด็กได้เต็ม ศักยภาพ ส่วนการเรียนการสอนในชั้นอนุบาล จะไม่ได้เน้นเรียนมาก จะเป็นการทำกิจกรรม ใช้ชีวิตร่วมกันในห้องเรียนมากกว่า แต่พอขึ้นชั้นประถม เมื่อพัฒนาการและกายภาพเขาเปลี่ยน เด็กมีพลังเหลือพอ ที่จะใช้ในการเรียนรู้ เราจึงมาเริ่มสอนในชั้น ป.1 ค่ะ”

“เมื่อเด็กขึ้นชั้นประถม คุณครูจะตามไปด้วย จนถึง ม.2 เพราะเด็กในวัยนี้ (ระดับประถม) ยังไม่รู้อะไรเลยบนโลกใบนี้ เขาจึงต้องการผู้นำ ที่สอนเขาได้ เป็นผู้ชี้นำทางชีวิต และทางใจ ดังนั้นจึงต้องมีความผูกพันกัน ไม่ใช่เจอกันปีละครั้ง และเมื่อเขาอายุ 15 พัฒนาการเขาเปลี่ยน ต้องการอิสระมากขึ้น ไม่ได้ต้องการผู้นำแล้ว เราจึงเปลี่ยนคุณครู ให้เป็นครูที่ปรึกษาที่คอยดูแลแทน”

หลักสูตร

เราปรับการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับเด็ก สอดคล้องไปกับความเป็นอยู่ ที่ตั้ง ชนชาติ และความเหมาะสม แต่ละชั้นเรียนจะมีวิชาเรียนที่แตกต่างกันไป เช่น ป.1 ตั้งแต่ 8.30 -10.30 เป็นช่วงเวลาที่ครูประจำชั้นสอน เรียกว่า Main Lesson หลังจากนั้นจะมีวิชาที่เหมือนกับโรงเรียนอื่นคือวิชา จีน อังกฤษ หัตถกรรม ศิลปะ ช่วงบ่ายจะเป็น “กระต่าย” (กิจกรรมที่ให้เด็กเล่นกันในห้อง) เป็นต้น สำหรับบทเรียนหลักของ ป.1 ที่ครูประจำชั้นสอน คือ คณิศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย จนมาถึงชั้น ป.3 มีวิชาที่เพิ่ม คือวิชา ดนตรี รวมถึงเกมการเล่นที่เปลี่ยนไปเพื่อรองรับพัฒนาการในแต่ละด้านของเขา เช่น Block ทำนา ทำฟาร์ม ก่อสร้าง และในแต่ละชั้นที่สูงขึ้นจะมีรายละเอียดเยอะขึ้น

อนุบาล,โรงเรียนอนุบาล,หาโรงเรียน ,แนะนำโรงเรียน, หลักสูตร, เลือกโรงเรียน, ชั้นอนุบาล, เตรียมประถม, โรงเรียนประถม,โรงเรียนมัธยม, ชั้นมัธยม, โรงเรียนปัญโญทัย, แบบวอร์ลดอฟ, โรงเรียนทางเลือก
ทำไมต้องให้เด็ก ป.3 ทำนา ทำฟาร์ม เพราะเด็กในช่วงวัยนี้เขารู้สึกว่าเขาเก่ง ต่อต้านเป็นบางครั้ง พลังเหลือเยอะ เราเลยให้เขามาใช้พลังให้ถูกทาง แต่ในขณะเดียวกันตอนที่ทำงานเขาต้องฟังผู้ใหญ่ด้วย เราจะได้ประโยชน์ 2 ต่อ เด็กได้ใช้พลังในทางที่ถูก และสร้างสรรค์ แทนที่จะมาต่อต้านและเขายังคงฟังเราอยู่ เชื่อว่าครูยังเป็นผู้นำอยู่

กิจกรรม พัฒนการของเด็ก เพื่อส่วนรวม

เรามีกิจกรรมที่หลากหลายและสอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัย เช่น ปั่นจักรยานไปต่างจังหวัด ของนักเรียน ม.2 ทำนา ทำฟาร์ม ของเด็ก ป.3 การแกะสลักหิน หัตถกรรม ของเด็ก ม.5

ถามว่าเราพัฒนา “พัฒนาการ” ของเด็กไปเพื่ออะไร เพราะเรามองว่าเด็กเป็นมนุษย์ และภาพเดียวในความคิดของครู คือ เด็กต้องเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ฉะนั้นเขาต้องพัฒนาความสามารถออกมาให้หลากหลาย เราจึงจัดกิจกรรมให้มีความหลากหลายเช่นกัน ทั้งขี่จักรยานไปหัวหิน โยนจักกลิ้ง หัตถกรรม หรือกิจกรรมเพื่อส่วนรวมเช่น การตัดหญ้า ขุดดิน ทั้งหมดเป็นการพัฒนาทักษะที่หลากหลายในตัวเขาเอง แต่ว่าในขณะเดียวกันเขาไม่ได้เป็นมนุษย์ที่อยู่คนเดียว อยู่ในสังคม เขาต้องนึกถึงคนอื่น ต้องนึกถึงทั้งหมด ดังนั้นไม่ว่าเขาจะทำอะไร กิจกรรมทุกอย่างเราจะคำนึงว่า เขาต้องทำเพื่อคนอื่นด้วย เราให้ความสำคัญเรื่องนี้เสมอ เด็กจะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้ กายต้องพร้อม จิตใจต้องเอื้อเฟื้อต่อคนอื่น อารมณ์ความรู้สึก เขาต้องมีพร้อมพอที่จะเข้าร่วมกับคนอื่นได้ ซึ่งโรงเรียนช่วยได้ เพราะเขาต้องอยู่ด้วยกันนานถึง 12 ปี จากที่เคยไม่ชอบ ก็อาจมีมุมมอง หรือแนวคิดที่เปลี่ยนไปได้ เป็นสิ่งที่เขาต้องเรียนรู้ว่าเขาจะมองข้ามตรงนี้ไปได้อย่างไร ใช้ชีวิตในสังคมได้ และมีคุณธรรมด้วย เพราะถ้าดีกับคนอื่น แต่เราไม่ดี แสดงว่าเรากำลังเบียดเบียนตัวเองอยู่ ทุกอย่างต้องสมดุล

บรรยากาศภายในห้องเรียน การอยู่รวมกันในห้องเรียน นักเรียนทุกคนถูกสอนให้มีความเอื้อเฟื้อต่อกัน

บรรยากาศภายในโรงเรียน เราพยามยามให้เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติมากที่สุด รวมถึงใช้พื้นที่ในโรงเรียนให้เกิดประโยชน์มากที่สุดเช่นกัน โดยเน้นว่าเด็กควรมีที่เล่นที่หลากหลาย เด็กโตควรจะมีพื้นที่ของตัวเขาเอง เด็กเล็กก็ต้องมีพื้นที่ให้ได้เล่นเหมาะสมกับวัยและความต้องการ เราพยายามดูว่ามีพื้นที่สำหรับเด็กแบบใด ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงเด็กวัยรุ่น และจัดให้เหมาะสมค่ะ

อนุบาล,โรงเรียนอนุบาล,หาโรงเรียน ,แนะนำโรงเรียน, หลักสูตร, เลือกโรงเรียน, ชั้นอนุบาล, เตรียมประถม, โรงเรียนประถม,โรงเรียนมัธยม, ชั้นมัธยม, โรงเรียนปัญโญทัย, แบบวอร์ลดอฟ, โรงเรียนทางเลือกจุดเด่น

เด็กที่จบจากโรงเรียนนี้ไป เป็นเด็กที่มีวุฒิภาวะ เพราะเขาได้ผ่านการทำงาน ผ่านกิจกรรม ที่พัฒนาความสามารถ ด้วยหลักสูตรฝึกงาน ตั้งแต่ชั้น ม.3 – ม.5 ในสถานที่ต่างๆ ม.3 ฝึกด้านเกษตรกรรม ม.4 ฝึกด้านหัตถกรรม ทำเครื่องเงิน ม.5 ไปฝึกด้านสังคมสงเคราะห์ การฝึกงานในสถาที่ที่หลากหลายทำให้เขาเห็นโลกมากขึ้น ดังนั้นเขาจึงเป็นเด็ก ม.6 ที่มีวุฒิภาวะ มองโลกได้ในความเป็นจริง ถึงแม้คนภายนอกอาจมองว่าโรงเรียนนี้ปกป้องเด็กจากโลกภายนอกมาก จากการที่โรงเรียนมีกฎไม่ให้เด็กดูโทรทัศน์ตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม.5 แล้วเด็กจะไปทันโลกได้อย่างไร จริงๆ แล้วเรามีการเรียงลำดับความสำคัญก่อนหลัง ว่าในวัยเด็กเขาควรทำและพัฒนาทักษะด้านใดก่อน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เขาจะได้เรียนในสิ่งที่เหมาะสมกับวัยเขา เช่น เด็ก ม.4 ได้เรียนคอมพิวเตอร์ ประกอบคอมฯ ลงโปรแกรม และเด็กก็เข้าใจว่าทำไมครูถึงห้ามเด็กเล็กดูทีวี เป็นเพราะถ้าดูแล้วจะติด ดังนั้นเด็กเขาจะเข้าใจ เคารพและเชื่อฟังผู้ใหญ่ เป็นเด็กที่มีวุฒิภาวะพอที่จะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ในขณะเดียวกันก็อ่อนน้อมต่อผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์มาแล้ว รู้ว่าทำไมถึงห้าม มีพลังบางอย่าง ที่เรียกว่าพลังแห่งความมุ่งมั่น เมื่ออยากได้อะไร จะทำให้ได้ โดยที่ผู้ใหญ่ไม่ต้องไปกระตุ้นมาก เพราะเด็กโตจะขวนขวายเอง


ความปลอดภัย

เราให้ความสำคัญสูงสุดเหมือนกัน เวลาที่เด็กต้องทำงานหรือกิจกรรมภายในหรือภายนอกโรงเรียน คุณครูต้องมั่นใจแล้วว่าเด็กจะปลอดภัย ต้องดูให้รอบว่าอะไรเป็นอันตราย ถ้าเด็กจะต้องไปเกี่ยวข้าว สิ่งที่เขาต้องระวังคือ เคียวเกี่ยวข้าว เพราะถ้าใช้ไม่ถูกวิธี หรือไม่ระวัง ก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ครูจึงมีหน้าที่ที่ต้องสอนวิธีใช้ให้เด็กอย่างปลอดภัย เด็กต้องรู้ด้วยว่าใช้อย่างไรจึงจะปลอดภัยกับตัวเอง และคนรอบข้าง ภายในโรงเรียน ครูและเจ้าหน้าที่ทุกคนจะช่วยดูความปลอดภัยให้เด็กเป็นหลัก ดูว่าสิ่งไหนที่อาจก่อให้เกิดอันตราย หรือชำรุด การใช้เครื่องมือในการทำกิจกรรมเช่นกัน ต้องมีความปลอดภัย และตัวเด็กต้องมีความระมัดระวังตัวด้วยเช่นกัน

การเลือกโรงเรียนทางเลือกให้กับลูก

การเลือกโรงเรียนทางเลือกให้ลูก คุณพ่อคุณแม่ควรคุยกันและมีความเห็นตรงกัน เห็นภาพร่วมกันว่าต้องการโรงเรียนแบบไหน แสวงหาโรงเรียนที่คิดว่าใช่ และช่วยกันเลี้ยงลูกให้ดำเนินตามวิธีชิวิตโรงเรียนนั้น เรามั่นคง ผู้ใหญ่มั่นคง เราเดินทสงไปด้วยกัน เด็กก็จะมีความมั่นคง ไม่ว่าแนวทางการศึกษานั้นจะเป็นไปในทางไหนก็ตาม แล้วเราต้องสังเกตลูกเราด้วยว่าเป็นไปตามนั้นหรือไม่

ที่อยู่: 199 ถ.สุขาภิบาล 5 ซอย 32 (แยก10) แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. 10220

โทร: 02 792 0670, 02 792 0672

โทรสาร: 02 792 0672

email: waldorfthai@hotmail.com
แผนที่,ปัญโญทัย

บทความแนะนำ

40 ยังแจ๋ว
เตือนพ่อ-แม่ อย่าทำการบ้านแทนลูก
กลิ่นปากและกลิ่นลมหายใจ สัญญาณบอกโรค
(เคล็บลับคุณแม่) ลูกไม่อึ๊ ให้อาบน้ำใบกะเพราเซ่

Facebook Comment