โฮมสคูล การศึกษาทางเลือกของครอบครัว


โฮมสคูล การศึกษาทางเลือกของครอบครัว

 

โฮมสคูล (Homeschool) หรือบ้านเรียน เป็นอีกหนึ่งการศึกษาทางเลือกสำหรับเด็กและพ่อแม่ สำหรับการเรียนแบบโฮมสคูลนี้จะมีหลักสูตรอย่างไร พ่อแม่แบบโฮมคูลเป็นแบบไหน รวมถึงแนวทางปฏิบัติแบบโฮมสคูล มาดูข้อมูลการเรียนการสอนโฮมสคูลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจกันค่ะ

 


แนวการเรียนการสอนแบบโฮมสคูล (Homeschool)

แนวการเรียนการสอนแบบโฮมสคูล คือ การศึกษาทางเลือก มีการเรียนรู้จากที่บ้าน โดยเน้นที่วิถีชีวิต เรื่องราวและบรรยากาศที่เกิดขึ้นจริง และตามความสนใจของตัวเด็กเป็นสำคัญ โดยมีพ่อแม่ผู้ปกครองคอยช่วยเหลือ ชี้แนะ ซึ่งวิธีของโฮมสคูลจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้เอง รักการเรียนรู้ และรู้วิธีสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ

 

การจัดการเรียนการสอนแบบโฮมสคูล (Homeschool)
การจัดการศึกษาแบบโฮมสคูล (Home School) เป็นการศึกษาอีกทางเลือกหนึ่งที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้เปิดโอกาสให้ครอบครัวที่ต้องการจัดการศึกษาให้แก่บุตรหลานตามแนวคิดของตนเอง และยังให้สิทธิ์ที่จะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ สำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอีกด้วย
 

โฮมสคูลจะต้องเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ที่ได้ถูกวางแผนขึ้นอย่างตั้งใจสำหรับเด็กที่เป็นสมาชิกในครอบครัว โดยกิจกรรมส่วนใหญ่เกิดขึ้นในบ้าน และสภาพการณ์แบบครอบครัว แล้วทำให้บ้านกลายเป็นบ้านแห่งการเรียนรู้ มีพ่อแม่ ผู้ปกครองทำหน้าที่เสมือนครู หรือผู้กำกับดูแลกิจกรรมที่จัดขึ้นที่บ้าน และแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้มาสู่ลูกการจัดการศึกษาในลักษณะนี้ จะเอื้อเฟื้อต่อพ่อแม่ที่สนใจและต้องการจัดการศึกษาให้กับลูกด้วยตนเอง

 

กิจกรรมแบบโฮมสคูล (Homeschool)

เพราะการเรียนแบบโฮมสคูลเริ่มจากความสนใจของเด็ก ถ้าเด็กสนใจเลี้ยงสัตว์ ก็อาจเริ่มจากหาสัตว์เลี้ยง เช่น ไก่แจ้ นก ปลา สัตว์น้ำต่างๆมาเลี้ยง ให้เขาเป็นคนให้อาหาร ได้รับผิดชอบ และขยายความรู้เพิ่มเติมด้วยการพาไปดูการซื้อขายปลา พาไปลงบ่อจับปลา ได้พูดคุยกับชาวบ้านผู้มีประสบการณ์ หรือถ้าเด็กเริ่มมีความสนใจอะไร พ่อแม่ต้องเป็นผู้กระตุ้นให้ทดลองทำ ทดลองศึกษาด้วยตนเอง หรือคอยหาข้อมูลให้ เพื่อให้เกิดการต่อยอดไปสู่ความรู้เรื่องใหม่ๆ ต่อไปอยู่เรื่อยๆ


 

พ่อแม่แบบโฮมสคูล (Homeschool)
ในการริเริ่มที่จะจัดการศึกษาแบบโฮมสคูลสำหรับลูกนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเตรียมตัวและมีความพร้อมดังต่อไปนี้

  • พ่อแม่ต้องมีความตั้งใจ ชัดเจนหนักแน่นและเห็นพ้องต้องกันอย่างแท้จริง จำเป็นต้องศึกษาทำความเข้าใจถึงการศึกษาทางเลือกนี้ให้ดีก่อน
  • พร้อมจะให้เวลาคุณภาพกับลูก ในการอบรมบ่มนิสัยลูก สอดแทรกผ่านกิจกรรมการเรียนรู้หรือการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น งานบ้านอย่างการล้างจาน ก็ช่วยฝึกเด็กให้รู้จักหน้าที่ รู้รับผิดชอบต่อตัวเอง ต่อส่วนรวมคือคนในบ้านนั่นเอง เด็กจำเป็นต้องได้พัฒนาตัวเองในทุกแง่มุมไม่ใช่แค่เรื่องวิชาการ แต่รวมถึงเรื่องของทักษะชีวิต จริยธรรม ต้องฝึกลูกให้มีความมั่นคงทางความคิด ทางอารมณ์ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมปรับตัวเข้าสังคมได้ เป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องใช้ไปตลอดชีวิต
  • เข้าใจพัฒนาการตามวัยของลูก เพื่อจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องตามช่วงวัย เช่น ในวัยแรกเกิดถึงวัยอนุบาลเป็น ช่วงเวลาของการสร้างเสริมพัฒนาการทุก ๆ ด้าน เพื่อเป็นรากฐานที่ถูกต้องมั่นคงของชีวิต ในระดับประถมศึกษาเป็นเวลาแห่งการเรียนรู้พื้นฐาน ทุกวิชาและพัฒนาจริยธรรม พอถึงช่วงมัธยมศึกษาก็เป็นช่วงเวลาแห่งการสำรวจ ค้นหาความสนใจ และความถนัด เป็นต้น
  • ต้องรักษาวินัยทั้งกับตนเองและลูก จริงจังในการเรียน มิฉะนั้นการเรียนรู้ก็อาจจะล้มเหลวได้
  • ต้องเป็นนักจัดการที่ดี ทั้งการวางแผนการเรียนรู้ของลูก การจัดสภาพสิ่งแวดล้อมของบ้านให้เอื้อต่อการเรียนรู้ การจัดโอกาสให้ลูกได้มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กด้วยกันเพื่อมีทักษะทางสังคม การค้นคว้าหาแหล่งเรียนรู้ทั้งสถานที่และตัวบุคคล การติดต่อประสานงานกับกลุ่มโฮมสคูล กลุ่มสนับสนุน โรงเรียนที่ลูกจะขึ้นทะเบียนเพื่อการเทียบโอนกับระบบโรงเรียน
  • ต้องสำรวจความพร้อมของตนเองด้วยว่ามีจิตใจมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ครูของลูก ให้เวลากับการเรียนรู้ของลูกอย่างเต็มที่ มีความพร้อมที่จะเรียนรู้ร่วมไปกับลูก ใฝ่รู้และตั้งใจที่จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับวิธีการสอนตลอดเวลา


ขั้นตอนการเรียนการสอนแบบโฮมสคูล (Homeschool)
ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการในลงนามในกฏกระทรวง ว่าด้วยสิทธิการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว พ.ศ 2547 แล้ว โดยจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้
 

1. เตรียมความพร้อมโดยศึกษาข้อมูลความรู้ในระดับพัฒนาการของลูก และค้นหาความสนใจพิเศษ

2. ยื่นขอข้อมูลและระเบียบการได้จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามที่คุณอาศัยอยู่ เพื่อทำหลักสูตรหรือแผนการสอนของลูก

3.หลักฐานวุฒิการศึกษาของผู้ปกครองต้องไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า

4. หากเด็กมีความบกพร่องอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น อ่อนคณิตศาสตร์ ทางเขตจะให้ระยะเวลาซ่อมเสริม เพื่อประเมินใหม่อีกครั้ง

5. ให้ครอบครัวประเมินความรู้ของเด็กตามหลักเกณฑ์ในหลักสูตรขั้นพื้นฐาน โดยทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะตรวจสอบปีละ 1 ครั้ง ว่ามีพัฒนาการตรงตามที่ครอบครัวประเมินไว้หรือไม่ และกำหนดความสามารถของเด็กว่าเทียบได้ในระดับชั้นใด

6. หากครอบครัวใดมีความพร้อมลดลง ไม่สามารถทำโฮมสคูลให้ลูกได้ เด็กสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนได้ตามปกติ ตามระดับชั้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้เทียบไว้
 

 



 

บทความแนะนำ

อย่าบอกว่าไม่เคยเจอ! คลิปประสบการณ์ที่คนเป็นแม่เท่านั้นถึงจะเข้าใจ
แพทย์แนะให้สตรองแค่ไหน ออกแดดต้องป้องกัน!!
3 อสรพิษที่อันตรายมากที่สุดช่วงหน้าฝน
ลูกถนัดซ้ายต้องเปลี่ยนมั้ย

Facebook Comment