คลอดคู่มือสอนอังกฤษเข้มข้น เด็กไทยต้องสื่อสารได้ภายใน 10 ปี


 

คลอดคู่มือสอนอังกฤษเข้มข้น เด็กไทยต้องสื่อสารได้ภายใน 10 ปี

ในยุค 4.0 ที่ทั่วโลกสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษมากขึ้น และทักษะภาษาไม่ใช่ความสามารถพิเศษอีกต่อไป ในประเทศไทยก็ยังมีเด็กอีกบางกลุ่มสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายจึงมีความพยายามที่จะปรับปรุงหลักสูตรติวเข้มภาษาอังกฤษของเด็กไทย ให้ใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันได้


รศ.ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ในการประชุม กพฐ.ว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทำคู่มือแนวทางการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตามความเข้มข้น 3 ระดับสู่สากล เสร็จสมบูรณ์แล้ว จะให้สถานศึกษานำไปทบทวนการดำเนินการสอนภาษาอังกฤษเพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพความสามารถของผู้เรียนให้เป็นไปตามเป้าหมาย 3 ระดับ ได้แก่

1. หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับทุกโรงเรียน General English Program (GEP) 

2. หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น Intensive English Program  (IEP) และ

3. หลักสูตรภาษาอังกฤษนานาชาติ International  Program (IP)
 

โดยหลักสูตร GEP จะให้เด็กเรียนภาษาอังกฤษครบทุกทักษะตั้งแต่ยังเล็กๆ เน้นการสอนให้สื่อสารได้ มีเป้าหมายให้เด็กไทยทุกคนสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับดีภายในระยะเวลา 10 ปี

หลักสูตร IEP จัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ไม่ต่ำกว่า 10  ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งสถานศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตร English Program (EP) และหลักสูตร Mini English Program (MEP) หากต้องการปรับมาใช้หลักสูตร IEP ต้องประสานงานไปที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และสถาบันภาษาอังกฤษเพื่อขอรับการประเมิน

ส่วนหลักสูตร IP คือการจัดการเรียนการสอนที่ใช้หลักสูตรจากต่างประเทศ สอนโดยครูเจ้าของภาษา หรือ ครูที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก และผู้เรียนได้รับประเมินตามกรอบหลักสูตรของเจ้าของหลักสูตรที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทั้งนี้ ไม่ได้บังคับว่าต้องจัดการเรียนการสอนในคู่มือนี้ในทันที ถ้าโรงเรียนไหนพร้อมปีนี้ก็ทำตามมาตรฐานที่ออกมาได้เลย แต่ถ้าไม่พร้อมก็ทำในปีหน้า แต่ชัดเจนว่าต่อไปนี้โรงเรียนไหนจะเปิดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษก็จะมีแนวทางให้หมดว่าควรจะทำอย่างไร

รศ.ดร.เอกชัยได้อธิบายเพิ่มเติมว่า คู่มือนี้เป็นเพียงการแนะนำ ถ้าโรงเรียนไหนสามารถทำได้ดีกว่าก็ทำเลยแต่อย่าทำต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด โดยจะมีการเชิญโรงเรียนที่เปิดสอน EP และ MEP มาทำความเข้าใจ เชื่อว่าเมื่อเห็นคู่มือนี้ ก็จะสามารถปรับตัวตามได้ แต่หากปรับตัวตามไม่ได้แล้วไปเก็บเงินค่าเล่าเรียนจากผู้ปกครองแพงก็จะมีปัญหาคุณภาพกับผู้ปกครองได้


ที่มา : เดลินิวส์ https://www.dailynews.co.th/education/710005

บทความแนะนำ

เทรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าลูกไม้เด็ก น่ารักสุดแบ๊ว
น้ำหนักเพิ่มขึ้น ส่งผลดี ต่อลูกในครรภ์จริงเหรอ ?
แม่จ๋า หนูเครียด! ภาวะเครียดในเด็กที่ต้องรู้
ทำความรู้จักเด็กพิเศษให้มากขึ้น โดย นพ.วรสิทธิ์ ศิริพรพาณิชย์

Facebook Comment