10 ยาที่แม่ตั้งครรภ์ห้ามใช้ในช่วงตั้งครรภ์ ยาอันตรายต่อทารกในครรภ์
ยาที่แม่ตั้งครรภ์กินหรือใช้ในช่วงตั้งครรภ์ มีหลายตัวที่อันตรายต่อพัฒนาการทารกในครรภ์ ดังนั้นการใช้ยาในช่วงตั้งครรภ์จึงต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ เพื่อไม่ให้กระทบการตั้งครรภ์ไปจนถึงช่วงให้นมลูก
10 ยาที่แม่ตั้งครรภ์ห้ามใช้ในช่วงตั้งครรภ์
1. ยาแก้ปวดอักเสบ ลดไข้ ยาแก้ปวด
เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือ แอสไพริน (Aspirin) ที่กินกันเป็นประจำเมื่อมีอาการปวดอักเสบ หรือใช้ลดไข้ แต่สำหรับแม่ท้องนั้นเป็นยาที่ต้องห้าม ควรเปลี่ยนไปใช้ยาที่ปลอดภัยกับทารกแทนค่ะ เพราะยาอาจทำให้เสี่ยงกับการแท้ง เลือดออกขณะตั้งครรภ์ หรือคลอดก่อนกำหนดได 1. ยาแก้ปวดอักเสบ ลดไข้ ยาแก้ปวด เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือ แอสไพริน (Aspirin) ที่กินกันเป็นประจำเมื่อมีอาการปวดอักเสบ หรือใช้ลดไข้ แต่สำหรับแม่ท้องนั้นเป็นยาที่ต้องห้าม ควรเปลี่ยนไปใช้ยาที่ปลอดภัยกับทารกแทนค่ะ เพราะยาอาจทำให้เสี่ยงกับการแท้ง เลือดออกขณะตั้งครรภ์ หรือคลอดก่อนกำหนดได้
2. ยารักษาสิวกลุ่มกรดวิตามินเอ
สำหรับคุณแม่ที่เคยใช้ ยารักษาสิวกลุ่มกรดวิตามิน เอ Isotretinoin ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของกรดวิตามิน เอ ที่อยู่ในรูปแบบยากิน ตอนก่อนตั้งครรภ์ เมื่อตั้งครรภ์แล้วห้ามใช้ยานี้ เพราะมีผลกับลูกในท้องค่อนข้างรุนแรง ส่งผลให้ลูกในท้องอาจจะพิการแต่กำเนิดได้ ส่วนยาทายังอาจพอใช้ได้แต่ก็ควรปรึกษาคุณหมอก่อนใช้ทุกครั้งค่ะ
3. ยาปฏิชีวนะ
ยาปฏิชีวนะหรือยาแก้อักเสบก็มีด้วยกันหลายกลุ่ม หลายชนิด โดยทั่วไปที่ใช้บ่อย ๆ คือ ยากลุ่มเพนิซิลิน (Penicillins) นั้น ค่อนข้างมีความปลอดภัยกับแม่ท้อง แต่ยาปฏิชีวนะที่ต้องระวังคือยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตร้าซัยคลิน (Tetracycline) ซึ่งส่งผลต่อการสร้างกระดูกและฟันของลูก ทำให้ลูกมีฟันสีเหลืองหรือสีน้ำตาลได้ หรือทำให้กระดูกและสมองของลูกผิดปกติได้
4. ยารักษาเบาหวาน
การรักษาเบาหวานด้วยยากินขณะตั้งท้องอาจปรับขนาดยาลำบาก ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (hypoglycemia) และยังส่งผ่านรกได้ทำให้ทารกแรกคลอดเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำด้วย ถ้าเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์จึงนิยมใช้ยาฉีดอินซูลินซึ่งปลอดภัยกว่า
5. ยาสเตอรอยด์
ที่เป็นยากินหรือยาฉีดนั้น หากจำเป็นต้องใช้ขณะตั้งครรภ์ ควรต้องให้คุณหมอเป็นคนสั่ง เพราะจัดอยู่ในยาที่เป็นอันตรายอาจทำให้ทารกเกิดภาวะปากแหว่ง เพดานโหว่ได้ แต่สำหรับยาสเตอรอยด์แบบใช้ภายนอกสามารถใช้ได้หากใช้ในแบบอ่อนและใช้ในช่วงเวลาสั้น ๆ
6. ยารักษาโรคความดันโลหิต
ยารักษาความดันโลหิตบางชนิด เช่น รีเซอร์พีน (Reserpine) ส่งผลต่อทารกทำให้เกิดความผิดปกติได้ ดังนั้นหากคุณแม่ที่รักษาโรคความดันโลหิตอยู่ แล้ววางแผนตั้งท้องควรปรึกษา และแจ้งคุณหมอก่อน เพื่อปรับไปใช้ยาที่มีความปลอดภัย
7. ยารักษามะเร็ง
การรักษามะเร็งทำได้หลายวิธี แต่การใช้ยาเคมีบำบัดสำหรับแม่ท้องที่เป็นมะเร็งอาจส่งผลกระทบไปถึงลูกในครรภ์ได้ เพราะยาอาจจะไปหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์ได้ ดังนั้นคุณหมอจึงหลีกเลี่ยงการใช้ยาในช่วงตั้งครรภ์อ่อน ๆ แต่อาจจะรักษาด้วยวิธีอื่นแทน
8. ยากันชัก
สำหรับแม่ท้องที่รักษาอาการชักอยู่ การกินยากันชักจำเป็นต้องอยู่ในความควบคุมของคุณหมออย่างเคร่งครัด เพราะยากันชักอาจส่งผลให้ทารกที่คลอดออกมาพิการแต่กำเนิดได้ แต่ก็ไม่ควรหยุดยา คุณหมอจึงมักให้ใช้ยากันชักขนาดต่ำที่สุดที่สามารถควบคุมอาการได้ และให้ยากันชักเพียงชนิดเดียวเท่านั้นในช่วงตั้งครรภ์
9. ยาขับปัสสาวะ
ยาขับปัสสาวะ หรือยาขับน้ำ ซึ่งช่วยในการขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายและยังช่วยลดระดับความดันโลหิต แต่ถือเป็นยาอันตราย ต้องห้ามหากกำลังตั้งท้อง
10. ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
ในช่วงตั้งท้องไตรมาสแรก คุณแม่ไม่ควรใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดบางชนิด เช่น เฟนินไดโอน (Phenindione), อินดานิดิโอน (Indanidione) และคูมาริน (Coumarin) เพราะอาจทำให้ลูกพิการ นอกจากนี้ยังอาจทำให้เด็กในครรภ์หรือเด็กแรกคลอดมีเลือดออกในระหว่างการคลอดได้อีกด้วย
นอกจากรายชื่อยาข้างต้นแล้ว ยังมียาอีกหลายกลุ่ม หลายตัวยาที่จัดอยู่ในประเภทที่มีความเสี่ยงกับลูกน้อยในท้อง หรือยาบางชนิดก็อาจจะสามารถกินได้เมื่อมีอายุครรภ์ที่เหมาะสม ดังนั้นแม่ท้องก่อนกินยาใด ๆ ก็ตามควรปรึกษาเภสัชกร หรือคุณหมอก่อนทุกครั้งค่ะ เพื่อความปลอดภัย และพัฒนาการร่างกายที่สมบูรณ์ของลูก
Welcome to the best online casino experience –
Tangiers Casino! You'll be spoilt for choice with everything from slots, blackjack, roulette, and more. Join a global game community of millions with daily offers, promotions, and more.

คนท้องกินยาแก้ปวดได้ไหม พาราเซตามอล ยาแก้ปวด ยาลดไข้ อันตรายกับลูกในท้องไหม
คนท้องไม่สบาย เป็นไข้ ปวดหัว สามารถกินยาพาราเซตามอนได้โดยไม่เป็นอันตรายกับทารกในครรภ์ แต่ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินเองเพราะอาจเสี่ยงกับทารกได้
คนท้องกินยาพาราเซตามอล ยาแก้ปวด ยาลดไข้ได้ไหม
คนท้องที่มีอาการเป็นไข้หวัด ปวดหัว ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก สามารถกินยาสามัญประจำบ้านทั่วไปได้ เช่น ยาลดไข้กลุ่มพาราเซตามอล ยาแก้หวัดกลุ่มคลอเฟนิรามีน เป็นต้น ซึ่งไม่มีอันตรายต่อทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ โดยคุณแม่ท้องที่เป็นไข้ ควรดูแลสุขภาพด้วยวิธีอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น
- หากมีอาการเจ็บคอร่วมด้วย ควรกินอาหารอ่อน ๆ อย่าง โจ๊ก ข้าวต้ม น้ำผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น น้ำส้ม น้ำฝรั่ง น้ำสับปะรด เป็นต้น
- ดื่มน้ำเปล่าสะอาดมาก ๆ เพราะน้ำจะมีส่วนช่วยลดไข้และละลายเสมหะ ทำให้อาการดีได้เร็วมากขึ้น
- สามารถอาบน้ำอุ่นเพื่อลดไข้ได้ เพราะจะทำให้ความร้อนระบายออกจากร่างกายได้ดี
- ใส่เสื้อผ้าที่ไม่แน่นหนามากเกินไป เพื่อช่วยในการระบายความร้อนอีกทางหนึ่งด้วย
หากคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นไข้ มีอาการรุนแรงมากขึ้น เช่น ไอมากขึ้น มีเสมหะสีเขียว หอบเหนื่อย หรือมีไข้สูงมาก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง เพราะอาจจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียอื่นซ้ำเติม มีการติดเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรง หรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่นที่มากกว่าไข้หวัดธรรมดา เช่น ปอดอักเสบ เป็นต้น แพทย์อาจจะต้องตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมโดยการตรวจเลือด หรือเอ็กซเรย์ปอด และพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านไวรัสร่วมด้วยต่อไป
การรักษาอาการต่าง ๆ ที่เกิดจากการเป็นไข้ เป็นหวัด ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ ในทางตรงข้ามถ้าไม่รักษาให้ทันท่วงที โดยเฉพาะถ้ามีไข้สูงมาก และมีการติดเชื้อที่รุนแรงอาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแท้งลูกในช่วงไตรมาสแรก หรือถ้ามีอายุครรภ์มากก็จะเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดได้
คนท้องปวดหัวควรเลือกกินยาพาราเซตามอล หรือ ยาแก้ปวดไมเกรน
พาราเซตามอลเป็นยาสามัญประจำบ้านที่คนท้องกินได้ แต่หากคนท้องเป็นไมเกรนอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ หรือ เพิ่งมีอาการตอนตั้งครรภ์เพราะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ควรปรึกษาและรับยาจากแพทย์เท่านั้น เพราะยารักษาอาการปวดหัวไมเกรนมีการออกฤทธิ์สูงและยาวนาน หากได้รับยาและกินไม่ถูกต้องอาจส่งผลต่อสุขภาพครรภ์ได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
รศ.พญ.สายฝน ชวาลไพบูลย์

คนท้องท้องเสีย กินยาแก้ท้องเสียจะอันตรายกับลูกในท้องไหม
แม่ตั้งครรภ์ที่ท้องเสีย สามารถกินยาแก้ท้องเสียได้ตามปกติ เช่น ยาที่ช่วยดูดซับพิษของเชื้อโรค คาโอลิน มิกซ์เจอร์ (Kaolin Mixture) และ ยาซัลฟา ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อพัฒนาการทารกในครรภ์
อาการท้องเสีย แบบไหนที่ควรกังวลเพื่อการดูแลอย่างถูกต้อง
- ถ่ายเกิน 4 ครั้งต่อวัน ปกติคนเราถ่ายวันละไม่เกิน 1-2 ครั้ง หากมากว่านี้ก็ผิดปกติแล้ว
- ถ่ายเป็นของเหลวตลอดทุกครั้งในหนึ่งวัน หากถ่ายเป็นของเหลวและถ่ายตลอด เริ่มไม่ปกติแล้วแน่นอนค่ะ เพราะปกติสิ่งที่ถ่ายออกมาต้องมีทั้งของแข็ง และของเหลว หากเป็นอย่างนี้ต้องรีบรักษา
- ถ่ายเป็นมูก หรือถ่ายเป็นเลือด หรือมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย ถือว่าผิดปกติแล้วค่ะ
อาการคนท้องท้องเสีย เกิดจากอะไร
สาเหตุของอากการคนท้องท้องเสียเกิดได้จากหลายอย่าง เช่น การสัมผัสกับเชื้อโรค อาหารที่กินเข้าไปเกิดการปนเปื้อน ไม่สะอาด เน่าเสีย หรือ อาหารค้างคืน แต่ส่วนใหญ่อาการคนท้องท้องเสียมักเกิดจากอาหารเป็นพิษ เชื้อโรคในลำไส้ หรือ หวัดลงท้อง
อาการคนท้องท้องเสีย อันตรายกับทารกในครรภ์หรือไม่
หากแม่ท้องท้องเสียจนทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ ทารกในครรภ์ก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย คือ ร่างกายจะเสียน้ำและเกลือแร่ตามแม่ และลูกจะรู้สึกไม่สบายตัว พักผ่อนได้ไม่เพียงพอ เพราะเสียงในลำไส้บิดตัวไปมา ดังนั้นคุณแม่ต้องรีบรักษาอาการท้องเสียให้เร็วที่สุดค่ะ
อาการคนท้อง ท้องเสียแบบไหนที่ควรรีบพบหมอ
- สังเกตว่ามีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยหรือไม่ เช่น เวียนหัว คลื่นไส้ หน้ามืด อาเจียน ถ่ายออกมาเป็นมูกเลือด เป็นต้น
- ปวดบิดอย่างรุนแรง
- ถ้าถ่ายต่อเนื่อง 2-3 วันแล้วยังอาการไม่ดีขึ้น
การดูแลคนท้องท้องเสียต้องทำอย่างไร
- หากแม่ท้องมีอาการท้องเสีย หรือถ่ายเหลวบ่อย ๆ ควรดื่มน้ำสะอาดเยอะ ๆ หรือดื่มเกลือแร่ เพื่อทดแทนน้ำในร่างกายที่เสียไป
- ควรกินอาการปรุงสุกใหม่เท่านั้น เลี่ยงการกินอาหารค้างคืน ปรุงสุก ๆ ดิบ ๆ อาหารแช่แข็ง ฯลฯ
- หากแม่ท้องทำอาหารเอง ควรเลือกวัถุดิบทสดใหม่ ล้างให้สะอาด
- ควรรักษาความสะอาดของสิ่งที่ต้องสัมผะสและมีโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าทางปาก เช่น ล้างมือก่อนกินอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ ทำความสะอาดบ้าน และ ของใช้อยู่เสมอ
กลุ่มยาแก้ท้องเสียที่แม่ท้องกินและ และ ยาที่ห้ามกิน
- ยาแก้ท้องเสียที่แม่ท้องกินได้ คือ ยาที่ช่วยดูดซับพิษของเชื้อโรค เช่น คาโอลิน มิกซ์เจอร์ (Kaolin Mixture) เป็นต้น และ ยาซัลฟา ยาซัลฟารักษาอาการท้องร่วง ท้องเสีย
- ยาแก้ท้องเสียที่แม่ท้องห้ามกิน คือ ยาที่ช่วยลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ ใช้แก้อาการท้องเสียที่มีอาการอาเจียน ปวดบิดท้องอย่างรุนแรง
*** แม่ตั้งครรภ์ควรได้รับการวินิจฉัยและรับยาเพื่อรักษาโรค และอาการต่าง ๆ จากแพทยืผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยกับคุณแม่และทารกในครรภ์

แม่ไม่สบายยังให้นมลูกได้ไหม ลูกจะติดไข้หรือเปล่า และถ้าแม่กินยาพาราเซตามอล ยาแก้แพ้ ยังให้นมลูกได้ไหม เรามีคำแนะนำมาบอก
แม่เป็นหวัด ไม่สบาย ยังให้นมลูกได้ไหม ลูกจะติดไข้หรือเปล่า
คุณแม่ให้นมลูกที่เป็นไข้ เป็นหลัด หรือท้องเสีย ยังสามารถให้นมลูกได้ปกติค่ะ เชื้อโรคจากอาการเหล่านี้จะไม่ติดต่อไปยังลูกผ่านน้ำนมแม่อย่างที่เข้าใจ ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องหยุดให้นม และยังสามารถปั๊มนมเก็บได้ปกติ
การให้นมลูกในช่วงที่คุณแม่ไม่สบาย ทำได้ง่าย ๆ เช่น
- คุณแม่ควรล้างมือให้สะอาดก่อนอุ้มลุกเข้าเต้า หรือ ปั๊มนม
- หากเป็นไข้ มีอาการไอ เป็นหวัด ควรสวมหน้ากากอนามัย
- งดหอมแก้มลูกจนกว่าจะหาหวัด
แม่ให้นมกินยาลดไข้ พาราเซตามอลได้ไหม
หากคุณแม่ปวดหัว มีไข้มาก สามารถกินยาลดไข้ประเภทพาราเซตามอนได้ค่ะ ไม่เป็นอันตรายกับลูกในช่วงให้นม แต่หากคุณแม่มีอาการป่วยมากจนต้องกินยาแก้ปวดประเภทอื่น ยาปฏิชีวนะ ยาแก้แพ้ จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อน และแจ้งว่าอยู่ในช่วงให้นมลูก เพื่อรับการรักษาและรับยาที่ไม่เป็นอันตรายกับการให้นมลูก