facebook  youtube  line

10 วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อลูกมีไข้ ตัวร้อน

 การเลี้ยงลูก- ลูกไม่สบาย- ลูกเป็นไข้-สุขภาพเด็ก- วิธีลดไข้ให้ลูก-ดูแลลูกน้อยตอนไข้-สังเกตุอาการไข้- แผ่นคุลเจลลดไข้-วัดไข้ลูก- วิธีรับมืออาการป่วย- ยาลดไข้

 

10 วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อลูกมีไข้ ตัวร้อน

คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมคะว่าลูกเป็นไข้ ลูกตัวร้อน ลูกไม่สบาย ลูกเป็นหวัดได้ทุกฤดู เพราะเชื้อโรคมีอยู่ในทุกที่ ขึ้นอยู่กับว่าภูมิคุ้มกันในร่างกายลูกจะอ่อนแอเมื่อไหร่ เจ้าเชื้อโรค หรือไข้หวัดก็ทำให้ป่วยได้เสมอ และเมื่อลูกเป็นไข้ ลูกตัวร้อน ลูกไม่สบาย ลูกเป็นหวัดเป็นสาเหตุของพัฒนาการเด็กที่ไม่สมวัยได้เช่นกัน ดังนั้นเมื่อลูกเป็นไข้ ลูกตัวร้อน ลูกไม่สบาย ลูกเป็นหวัด คุณแม่ควรดูแลแบบนี้ค่ะ

วิธีสังเกตว่าอาการแบบนี้ที่เรียกว่าลูกเป็นไข้ ลูกตัวร้อน

ลูกไม่สบายเพื่อลดไข้ให้ลูก โดยปกติแล้วอุณหภูมิร่างกายของเราจะอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส แต่เมื่อไม่สบาย เป็นไข้ หรือตัวร้อน อุณหภูมิในร่างกายก็จะสูงขึ้นเพราะร่างกายจะต้องต่อสู้กับเชื้อโรคที่อยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งถ้าอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียสจะถือว่ามีอาการไข้ ตัวร้อน คุณแม่จึงควรมีปรอทวัดไข้สำหรับเด็กประจำบ้านไว้ด้วย และเมื่อลูกมีไข้ เป็นไข้ ตัวร้อน จะได้รีบดูแลกันได้ทันค่ะ

 

วิธีลดไข้ ลดอาการตัวร้อน ดูแลเมื่อลูกเป็นไข้  

  1. ให้ลูกพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะระหว่างที่นอนหลับร่างกายจะนำสารอาหารต่างๆ ไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ขับของเสียออกจากอวัยวะต่างๆ เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และฟื้นฟูพลังงาน ทำให้อาการเป็นไข้ ตัวร้อนลดลงและหายไข้ได้ไวขึ้น  

  2. อยู่ในห้องที่อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อับหรือร้อนเกินไป ช่วงที่ลูกเป็นไข้ ลูกตัวร้อน ลูกไม่สบาย เขาจะไม่สบายตัว รวมถึงการหายใจที่ไม่ค่อยสะดวก เพราะมีความร้อนออกมาจากลมหายใจด้วย ดังนั้นคุณแม่ควรให้ลูกนอนในที่อากาศถ่ายเทสะดวกเพื่อช่วยให้ลูกรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย และห้องโปร่งๆ ยังช่วยไม่ให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคเพิ่มเติมด้วย  

  3. หากลูกมีไข้สูงให้ปฐมพยาบาลด้วยการเช็ดตัวลูก ลองเช็ดตัวลดไข้ ลดตัวร้อนให้ลูกด้วยการผสมน้ำอุ่นกับน้ำมะนาว แล้วใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กหรือผ้าอ้อมผืนนุ่มๆ มาชุบน้ำ บิดหมาด เช็ดถูตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น หน้าผาก ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ และข้อพับต่างๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตที่ผิวหนัง และช่วยลดไข้ ลดอาการตัวร้อน  

  4. พยายามให้ลูกดื่มน้ำเยอะๆ เพราะน้ำจะช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย และยังช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังชุ่มชื่นด้วย  

  5. ให้ลูกกินยาลดไข้ Paracetamol เมื่อลูกเป็นไข้ ลูกตัวร้อนสูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ไม่สบายตัว หรือปวดตัว ให้เลือกยาลดไข้สำหรับเด็กที่มีส่วนผสมของพาราเซตามอล ซึ่งเป็นตัวยาที่เหมาะสำหรับการลดไข้เด็กมากที่สุด  

  6. ใส่เสื้อผ้าบางๆ เพื่อระบายความร้อน

  7. ไม่ควรให้ไปโรงเรียน เพราะอาจได้รับเชื้ออื่นเพิ่ม

  8. สังเกตอาการว่าลูกขาดน้ำหรือไม่

  9. กินอาหารเหลว หรืออาหารอ่อนๆ 

  10. ถ้าลูกยังมีอาการตัวร้อน หรือมีไข้ต่อเนื่อง 2-3 วัน คุณแม่รีบพาลูกไปหาหมอ

เคล็ดลับให้ลูกกินยาลดไข้สำหรับเด็กเพื่อลดอาการไข้และตัวร้อน

สำหรับลูกที่ไม่ชอบกินยา กินยายาก คุณแม่ลองเลือกยาลดไข้สำหรับเด็กชนิดน้ำ ยาลดไข้สำหรับเด็กกลิ่นผลไม้หอมหวาน จะช่วยให้ลูกกินยาลดไข้ง่ายขึ้นค่ะ ควรให้ลูกกินยาลดไข้สำหรับเด็กในปริมาณและระยะเวลาที่กำหนด โดยคำนวณจากน้ำหนักตัวของเด็กหรืออายุเป็นหลัก คือกินยาลดไข้ 10-15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม และกินทุก 4-6 ชั่วโมงค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ลงมือทำได้เองเบื้องต้น ทั้งการสังเกตอุณหภูมิร่างกายการลดไข้ รวมถึงการใช้ยาลดไข้สำหรับเด็กที่ควรจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญค่ะ

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง 

5 วิธีลดไข้ให้ลูก ดูแลลูกตัวร้อนอย่างได้ผล

รักลูก The Expert Talk EP.113 (Rerun) : “ไข้หวัดใหญ่” โรคต้องระวัง เป็นแล้วกระทบสุขภาพระยะยาว

 

รักลูก The Expert Talk Ep.113 (Rerun) :  "ไข้หวัดใหญ่" โรคต้องระวัง เป็นแล้วกระทบสุขภาพระยะยาว

หนึ่งในสี่ของโรคที่เด็กมักเป็นบ่อยโดยเฉพาะช่วงวัยอนุบาล คือโรคไข้หวัดใหญ่ เป็นแล้วมีโอกาสเป็นซ้ำอีก นั้นเพราะตัวเชื้อไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงตลอด การรู้ธรรมชาติของโรค และการดูแลสุขอนามัยเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้

 

ฟังวิธีการรับโรคไข้หวัดใหญ่ โดย

The Expert รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์

ฃรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม

  

ติดตามรักลูก Podcast ได้ที่

Apple Podcast: https://apple.co/3m15ytB

Spotify: https://spoti.fi/3cvAVcX

Youtube: https://bit.ly/3cxn31u

รู้ทัน โรคชัก พ่อแม่รับมือได้

โรคชัก-ชัก-ลูกชัก-เด็กชัก-ภาวะชัก

รู้ทัน 'โรคชัก' พ่อแม่รับมือได้

“โรคชัก” ที่ส่งผลให้พัฒนาการของเด็กล่าช้า กระทบทั้งด้านการเข้าสังคม และการเรียน ดังนั้นคุณพ่อแม่ควรต้องทำความเข้าใจ “โรคลมชัก” หนึ่งอันตรายของโรคสมองในเด็ก เพื่อพร้อมรับมือได้ทันท่วงที

 

'ชัก' มีหลายแบบ ดังนี้

1.ชักทั่วไป

-เกร็งกระตุก

-กระตุกอย่างเดียว

-เกร็งอย่างเดียว

-หมดแรง

-ชักลอย

2.ชักระยะสั้น

  • แบบธรรมดา : เซลล์สมองทำงานมากกว่าปกติ
  • แบบซับซ้อน : อาจมีการเคลื่อนไหวอัตโนมัติ (automatism) ร่วมด้วยเช่น เคี้ยวปาก (lip smacking) มือคลำเสื้อผ้า สิ่งของ หรือจับคนรอบข้างโดยไม่รู้ตัว (fumbling)

-ชักเฉพาะที่ลามไปทั้งตัว ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเตือน (aura) ก่อนจะมีอาการชักหมดสติ

 

อาการชัก และ โรคชัก ต่างกันอย่างไร
  • อาการชัก เป็นอาการที่พบว่าเซลล์สมองทำงานมากกว่าปกติ
ตัวอย่าง

-สมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวมีการกระตุก

-การรับรู้เหน็บชา

-สมองควบคุมการมองเห็น แสงแฟตขึ้นมา

-ชักจากไข้

-ชักจากน้ำตาลต่ำ

  • โรคลมชัก เป็นการชัก 2 ครั้งขึ้นไป โดยไม่มีปัจจัยกระตุก

 

วิธีสังเกตุว่าลูกกำลังชัก ดังนี้

1.เฝ้าระวังพฤติกรรมของลูก

2.พฤติกรรมแปลก ทำอะไรซ้ำ ๆ อ่อนแรง ตาลอย

 
วิธีการตรวจของทางโรงพยาบาล

-ตรวจด้วยคลื่นสมอง

-ตรวจเลือด

-ตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า Magnetic Resonance Imaging (MRI)

 

การรักษา

1.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การอดนอนจะกระตุกการชัก

2.จำกัดเวลาการเล่นเกม และสื่ออุปกรณ์ออนไลน์ต่าง ๆ ช่วงเรียนออนไลน์อยู่บ้าน เด็ก ๆ มีเวลาว่างค่อยข้างเยอะ พ่อแม่ต้องดูแลเรื่องเวลาของลูก

3.ปรับการทานอาหาร สำหรับการชักที่ควบคุมได้ยาก ไขมันสูง สามารถปรับการทานอาหารแบบคีโต จะนำเข้ามารักษาผู้ป่วยชัก

4.ทานอาหารที่มีประโยชน์ สารอาหารสำคัญ โปรตีน โอเมก้า สังกะสี วิตามินบี ได้แก่ ปลาทะเล ธัญพืช ผักเขียว โฟลิตที่ช่วยบำรุงสมอง

 

อ้างอิง

Facebook Page : Praram 9 hospital

วันที่แพร่ภาพสด : 9 มกราคม 2564

 

รักลูก Community of The Experts

พญ.พวงทอง บุณยธรรมา ผู้เชี่ยวชาญกุมารเวชศาสตร์ประสาทวิทยา

โรงพยาบาลพระรามเก้า

ลูกชักจากไข้สูง พ่อแม่ต้องรีบตั้งสติ แล้วทำตามนี้!

ลูกชักมีไข้สูง-ลูกชัก-อาการชัก-ลูกชักจากไข้สูง-ลูกมีไข้สูง 
เมื่อลูกมีไข้สูงแล้วชัก พ่อแม่ต้องทำดังนี้...
  • อย่าตกใจจนเกินไป ควรตั้งสติให้ดี ๆ นับ 1 2 3 ช้า ๆ
  • แล้วจับลูกนอนตะแคง หันศีรษะไปด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อป้องกันการสำลักและเพื่อไม่ให้ลิ้นตกไปอุดทางเดินหายใจ หากลูกกำลังเคี้ยวอะไรอยู่ในปากให้ใช้นิ้วมือล้วงออกมาให้หมด
  • คลายเสื้อผ้าให้หลวม เพื่อให้ลูกหายใจได้สะดวก
  • ห้ามงัดปากขณะกำลังชัก ห้ามเอาของใส่ปากลูกเด็ดขาด
  • ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุณหภูมิปกติ เช็ดตัวลูกไปเรื่อย ๆ ลองวัดอุณหภูมิจนไข้ลดลง
  • เมื่อไข้ลดแล้ว ให้เช็ดตัวลูกให้แห้ง สวมใส่เสื้อผ้าสบาย ๆ แล้วนำลูกส่งโรงพยาบาลทันที
ทำไมเมื่อลูกมีไข้แล้วจึงเกิดอาการชัก

สมองของเด็กเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน แม้เมื่อเด็กเกิดมาแล้ว เซลล์ประสาทสมอง และเยื่อหุ้มเส้นประสาทก็ยังต้องเจริญเติบโตต่อไปอีกเรื่อย ๆ จนอายุประมาณ 6 ปี สมองจึงจะเจริญเติบโตเต็มที่ เซลล์ประสาทสมองของเด็กเล็กในหัวการพัฒนาดังกล่าวจึงไวต่อการถูกกระตุ้น การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิร่างกายอย่างรวดเร็วอาจ ทำให้เกิดการชักได้ในเด็กบางคน

นอกจากนั้นการชักจากไข้ในเด็กนี้ มีปัจจัยทางด้านพันธุกรรมมาเกี่ยวข้องด้วย พ่อแม่ที่มีประวัติไข้แล้วชักในวัยเด็กลูกก็จะมีโอกาสชักเมื่อมีไข้เช่นกัน อุบัติการณ์ของการเกิดไข้แล้วชักในเด็กนี้มีไม่น้อยคือ พบได้ในอัตรา 2-5 ต่อเด็ก 100 คนและมักจะพบในอายุระหว่าง 3 เดือน ถึง 5 ปี ส่วนใหญ่แล้วจะมีอายุระหว่าง 1-2 ปี สาเหตุของไข้ที่ทำให้เกิดการชักส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสของระบบทางเดินหายใจส่วนบนรวมทั้งโรคหูชั้นกลางอักเสบ

เมื่อลูกมีไข้สูง สิ่งที่พ่อแม่ต้องระวังให้ดีคือระวังลูกจะชัก เพราะอาการชักมักจะทำให้พ่อแม่ตกใจมาก ๆ ทั้ง ตัวกระตุก ปากเบี้ยว เด็กบางคนถึงกับมีอาการเขียวทั้งตัวราวกับว่าจะหยุดหายใจเลยทีเดียว และนี่คือสิ่งที่พ่อแม่ต้องทำหากลูกชักจากไข้สูงค่ะ