facebook  youtube  line

กิจวัตรประจำวัน..สอนเด็กรู้วินัย

กิจวัตรประจำวัน -วินัย-เด็กอนุบาล- โรงเรียนอนุบาล- เด็กพิเศษ- สุขภาพเด็ก- พฤติกรรมเด็ก- โรคในเด็ก- กิจกรรมสำหรับเด็ก- พัฒนาสมอง 

กิจวัตรประจำวัน..สอนเด็กรู้วินัย

พ่อแม่ต้องสอนกิจวัตรประจำวันให้ลูกค่ะ เพราะกิจวัตรประจำวันสามารถสร้างและสอนวินัยลูกได้เป็นอย่างดี 

Routine for kids

7.00 น. ตื่นนอน

7.00-7.30 น. อาบน้ำ แต่งตัว

7.30-8.00 น. กินข้าวเช้า

8.00-8.30 น. ไปโรงเรียน


15.00-15.30 น. กลับจากโรงเรียน พักผ่อน กินของว่าง

15.30-16.30 น. ทำการบ้าน

16.30-17.00 น. เล่นของเล่น ดูทีวี ผ่อนคลาย

17.00-17.30 น. ช่วยคุณแม่ทำงานบ้าน

17.30-18.30 น. กินข้าวเย็น + นั่งพักผ่อน

18.30-19.00 น. อาบน้ำ

19.00-20.00 น. อ่านนิทาน นั่งล้อมวงคุยกันในครอบครัว เตรียมการเรียนในวันต่อไป

20.00-20.30 น. ไหว้พระ สวดมนต์ เตรียมตัวเข้านอน

หมายเหตุ : ตารางนี้เป็นตัวอย่างของกิจวัตรประจำวันที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปปรับใช้กับครอบครัวตนเองได้ โดยสามารถย่อหย่อนให้ลูก 15-20 นาที ตามความเหมาะสมของแต่ละครอบครัวได้ค่ะ


ตารางที่เห็นอยู่นี้ เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ และถ้าทำสำเร็จ จะสร้างลูกที่มีวินัยได้

มาดูกันว่า ตารางกิจวัตรประจำวันที่กล่าวมาในข้างต้นนั้นจะสร้างวินัยให้ลูกได้อย่างไร

Routine สร้างวินัย

แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะจัดการชีวิตประจำวันให้เป็นไปตามตาราง แต่เด็กอนุบาลเริ่มเป็นวัยที่มีกิจวัตรประจำวันที่ซับซ้อนขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าลูกไม่ได้รับการปลูกฝังที่ดีพอ ก็อาจจะส่งผลกระทบกับวินัยและการจัดการในชีวิตประจำวันในอนาคตต่อ ๆ ไปของเขาได้

ซึ่งวินัยที่เราจะฝึกให้ลูกได้ตั้งแต่วันนี้ ควรเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใกล้ตัวเขาค่ะ เพราะจะช่วยให้ลูกเข้าใจคำว่า “วินัย” ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

  • ฝึกลูกให้กินเป็นเวลา

จะช่วยให้ลูกรู้จักการรอคอย สอนให้มีระเบียบวินัย และรู้จักเวลามากยิ่งขึ้น เพราะลูกจะรู้ว่าช่วงเวลาไหนเป็นเวลาที่ควรจะกินมื้อหลัก เวลาไหนเป็นเวลาของว่าง และช่วงเวลาไหนที่ไม่ควรจะกินอะไรเลย

นอกจากจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว การกินอาหารให้เป็นเวลายังช่วยลดภาระงานของคุณแม่ ในการเก็บล้างภาชนะบ่อยครั้ง ได้อีกด้วย

  • ใช้ชีวิตตามเวลา

ไม่ว่าจะเป็นการทำการบ้าน การรับผิดชอบหน้าที่ส่วนตัว หรือแม้กระทั่งการให้ลูกได้ช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงานบ้านเช่นการเก็บข้าวของ การเก็บจานหลังกินข้าวเสร็จ การช่วยคุณแม่เก็บเสื้อผ้า ฯลฯ เหล่านี้จะช่วยควบคุมความอยาก หรือความต้องการของลูกได้ดีขึ้น

ทั้งนี้หากเด็กๆ ไม่สามารถควบคุมตนเองและไม่สามารถรับผิดชอบหรือจัดการงานที่ได้รับมอบหมายได้ ต่อไปก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการเรียน และหน้าที่การงานของเขาได้ค่ะ

  • นอนและตื่นให้ตรงเวลา

เด็กๆควรนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8-10 ชั่วโมง เพื่อให้ต่อมใต้สมองได้ผลิตโกรว์ทฮอร์โมนออกมาอย่างเพียงพอ ขณะเดียวกัน การที่เด็กได้นอนหลับในช่วงเวลา 2 ทุ่มจนถึง 7 โมง จะช่วยให้ลูกไม่รู้สึกง่วง หรืองอแงไม่อยากตื่น

เพราะหากลูกนอนหลับไม่เพียงพอ อารมณ์ก็จะไม่แจ่มใส และไม่สามารถจัดการตัวเองได้ ทำให้เขาพลาดโอกาสที่จะได้แปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตัว หรือทำอะไรด้วยตัวเอง ที่สุดแล้วคุณพ่อคุณแม่ก็จะเป็นคนจัดการให้ลูก ยิ่งสร้างความหงุดหงิดเพิ่มขึ้นอีก

 
ปลูกวินัยให้ลูกรัก...ไม่ยาก

ทำด้วยกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยให้ลูกไม่รู้สึกว่าตนเองนั้นถูกบังคับ และเมื่อเขาทำได้สำเร็จคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องชมเชย หรือให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ เพื่อไม่ให้ลูกติดรางวัล เช่น ให้ลูกเป็นคนเลือกสถานที่ที่เขาอยากเที่ยว หรือให้ในสิ่งที่เขาอยากได้ เป็นของเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่ราคาไม่แพง

การทำตามกรอบเพื่อให้ลูกเข้าใจความหมายของเวลา และรู้จักการรอคอย เพราะหากลูกไม่ได้ฝึกก็จะไม่รู้จักการอดทนรอคอย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจจะฝึกให้ลูกลูกดูเข็มนาฬิกา หรือนั่งนับวินาทีในช่วงเวลารถติด เพื่อให้เด็กๆ เข้าใจเวลาและการเผื่อเวลาได้

การสอนวินัยให้กับลูกนั้นไม่ยากเลย เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่เองก็ต้องปฏิบัติตาม ตารางของตนเองอย่างเคร่งครัด แต่ก็ผ่อนปรนได้บ้างตามสถานการณ์ละความเหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบกับกิจวัตรประจำวันของเจ้าตัวน้อย และจะได้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกด้วย

..........................................................................................................................................................

เรียบเรียงจากการสัมภาษณ์ อาจารย์แพทย์หญิงดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กและวัยรุ่น สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา

 

รู้ไหมพ่อแม่ไม่เด็ดขาด โลเล ทำลูกเป็นเด็กไม่มีวินัย

 ลูกไม่มีวินัย-ลูกขาดวินัย-ทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จ-ทักษะสมอง EF-ปรับพฤติกรรมลูก-การควบคุมอารมณ์-เลี้ยงลูกให้เอาตัวรอด, เลี้ยงลูกให้ดี-เลี้ยงลูกให้ดูแลตัวเองได้

รู้ไหมพ่อแม่ไม่เด็ดขาด โลเล ทำลูกเป็นเด็กไม่มีวินัย

คุณพ่อแม่ที่ไม่ค่อยวางแผนอะไรล่วงหน้า ทำตามอารมณ์หรือตามใจตัวเอง มีความไม่แน่นอนสูง โลเล ลังเล เปลี่ยนใจง่ายหรือเปล่า ถ้าใช่อาจทำให้ลูกเป็นเด็กไม่มีระเบียบวินัยได้  

 

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ

  • เมื่อตั้งใจจะทำอะไรต้องทำสิ่งนั้นให้สำเร็จค่ะ ห้ามล้มเลิกหรือเปลี่ยนใจ
  • ต้องหาตัวช่วย เช่น สมุดบันทึกสักเล่ม ลองลิสต์ดูว่ามีสิ่งใดบ้างที่ต้องทำ และแบ่งเวลาในแต่ละวันเพื่อจัดการอย่างไร
  • มอบหมายหน้าที่ให้ลูกรับผิดชอบ และสอนให้ลูกรู้จักการวางแผนก่อนจะลงมือทำอะไร
  • ฝึกให้ลูกมีระเบียบวินัย อาจจะเริ่มจากการจัดตารางในชีวิตประจำวันเป็นต้นค่ะ
  • การสอนลูกให้ตัดสินใจด้วยตนเองและดูแลตัวเองได้

เพราะการฝึกวินัยไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่เกิดจากการสะสมประสบการณ์เล็ก ๆ ในทุกวัน และพ่อแม่คือแบบอย่างที่ดีของลูก

 

วิธีเลิกขวดนม ไม่หลับคาขวด ป้องกันปัญหาฟันผุ

5018 

วิธีเลิกขวดนม ไม่หลับคาขวด ป้องกันฟันผุ

วิธีเลิกขวดนมลูกให้ได้ภายใน 1-1 ขวบครึ่ง และฝึกให้กินเป็นเวลา ไม่หลับคาขวด พ่อแม่ทำได้! เพราะคุณหมอตุ๊กตา เจ้าของเพจฟันน้ำนมมีคำแนะนำมาให้ค่ะ

เมื่อลูกนั่งเองได้มั่นคงแล้ว เริ่มฝึกให้ลูกดูดจากหลอดหรือดื่มจากแก้วได้เลย อาจเลือกใช้หลอดเล็ก ๆ ใช้นิ้วปิดปลายหลอดอีกฝั่งแล้วป้อนลูก และให้ลูกออกแรงดูดเอง หรือเลือกใช้แก้วน้ำขนาดเล็กพอดีปากให้ลูกฝึกจิบจากแก้ว

ขวดนมเป็นเครื่องมือในการให้อาหารเด็ก นั่นคือ เมื่อถึงมื้อนมจึงค่อยให้เด็กดูดนม โดยต้องดูดให้หมดภายในครั้งเดียว หมดเวลามื้อนมเก็บขวดนม เอาเวลามาเล่นกับพ่อแม่แบบเต็มที่โดยไม่ต้องมีขวดนมถือติดมือ ดูดติดปากตลอดเวลา หมอเจอหลายครอบครัวมากที่ให้ลูกดูดขวดแบบผิดวิธี

  1. ลูกเดินถือขวดนมไปทั่ว ดูดคาปากตลอด นม 1 ขวดกินทั้งวัน ข้าวปลาไม่ค่อยกิน
  2. ใช้ขวดนมเป็นเครื่องมือให้ลูกหยุดร้องไห้ เลิกงอแง ฯลฯ
  3. ใช้ขวดนมกล่อมลูกให้หลับ ถ้าไม่มีขวดนมหลับเองไม่ได้เลย
  4. นึกอะไรไม่ออกก็ยื่นขวดนมให้ลูก

เด็กไม่จำเป็นต้องอยู่กับขวดนมตลอดเวลานะคะ ขวดนม ใช้เท่าที่จำเป็น เมื่อลูก 1 ขวบเริ่มฝึกลูกหย่าขวดได้เลย หากตลอดเวลา 1 ขวบที่ผ่านมา ให้ลูกกินขวดอย่างถูกวิธี (ให้กินเป็นมื้อ หมดมื้อเก็บขวด ไม่ให้ถือติดมือตลอด) การหย่าขวดนมเมื่อครบ 1 ขวบจะทำได้ไม่ยากเลยค่ะ

เด็กหลับคาขวดนม… เสี่ยงฟันผุ

สาเหตุของฟันผุ เกิดจากการที่เด็กได้รับอาหารที่มีรสหวาน แบคทีเรียที่อยู่ในช่องปากจะย่อยน้ำตาลสร้างกรดขึ้นมาทำอันตรายต่อฟัน เมื่อเกิดซ้ำ ๆ หลาย ๆ ครั้ง ก็จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฟันผุได้ เวลาที่เด็กดูดนมจนหลับคาขวดถือเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้ฟันผุเช่นเดียวกัน 

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

รักลูก Community of The Experts

ทพญ. ปวีณา คุณนาเมือง
ทันตแพทย์เฉพาะทางด้านทันตกรรมสำหรับเด็ก
เจ้าของเพจ "ฟันน้ำนม"

​แม่ต้องเล่นใหญ่เบอร์ไหน ให้ฝึกวินัยลูกสำเร็จ!

การเลี้ยงลูก-พัฒนาการ-สอนลูก
 
คุณแม่แต่ละคนก็มีวิธีสอนลูก ฝึกวินัยลูก ที่แตกต่างกัน แต่อารมณ์ของคุณแม่ก็มักจะคล้ายๆ กัน ซึ่งมี 3 ระดับ คือ คุณแม่เบอร์ 1 คุณแม่เบอร์ 5 และคุณแม่เบอร์ 10 มาสำรวจกันค่ะ ว่าเราต้องเป็นแบบแม่เบอร์ไหน ที่จะฝึกวินัยลูกได้สำเร็จ แถมยังได้ใจลูกอีกด้วย


คุณแม่เบอร์  1

คุณแม่เบอร์นี้จะมีความใจเย็นเฉียบ มีความอดทนในการพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เก็บอารมณ์โมโหได้ เพราะเข้าใจลูกว่าลูกแค่ช้าไม่ได้ขี้เกียจหรือไร้วินัย แค่ต้องบอกบ่อยๆ เท่านั้นเอง

ทุกครั้งที่ฝึกวินัยลูก

- พูดบ่อย พูดไปเรื่อยๆ
- ไม่มีท่าทีหนักแน่น จริงจัง
- ไม่เน้นเสียง ไม่พูดเสียงดังกับลูก

ข้อดี

- ลูกไม่รู้สึกว่าโดนบังคับ รู้สึกแม่ใจดีจัง

ข้อเสีย

- ลูกไม่เชื่อฟังในเรื่องที่ต้องจริงจัง 
- จากสอนกลายเป็นคำบ่นที่ไร้ความหมาย  

คุณแม่เบอร์  5

เป็นคุณแม่ที่เก็บอารมณ์โมโหได้ แต่จะจริงจังในสิ่งที่บอก เน้นเสียงให้ลูกเข้าใจว่าแม่กำลังสอนอยู่ กำลังบอกอยู่ อยากให้ลูกทำ และก็มีเหตุผลเสมอ

ทุกครั้งที่ฝึกวินัยลูก        

- มักจะจริงจัง - เด็ดขาด
- มาพร้อมน้ำเสียงที่หนักแน่น จริงจัง ชัดเจน
- ไม่บังคับ แต่เพิ่มตัวเลือกให้ลูกตัดสินใจ

ข้อดี

- ลูกรับรู้ว่าแม่กำลังจริงจังกับสิ่งที่พูด คำพูดของแม่จึงมีความหมายบางอย่างที่ต้องทำตาม

ข้อเสีย

- ประเด็นที่อยากสอนอาจจะเปลี่ยน หากแม่เผลอใช้อารมณ์ 
- ต้องหาจุดสมดุลในการสอนให้เจอ

คุณแม่เบอร์ 10

เป็นคุณแม่ที่สอนพร้อมกับอารมณ์ส่วนตัว ขี้โมโห ไม่อดทนในการสอนลูก ไม่มีการบอกซ้ำครั้งที่สอง มักใช้เสียงดังขู่ลูกให้กลัวเสมอ

ทุกครั้งที่ฝึกวินัยลูก

- รุนแรง-ก้าวร้าว
- ทุกครั้งที่ฝึกวินัยลูก 
- ปรี๊ดแตกทันทีถ้าลูกไม่ฟัง
- ใช้คำพูดเชิงลบกับลูก เช่น ตำหนิ  ขู่ 

ข้อดี
- ไม่มีเลย แม่ที่ใช้อารมณ์ ลูกจะจดจำแต่อารมณ์โกรธ หงุดหงุด และไม่จำสิ่งที่แม่สอน

ข้อเสีย
- ปิดกั้นการรับรู้ และเรียนรู้สิ่งที่แม่ต้องการสอนได้น้อยลง เพราะลูกรู้สึกว่า “ถูกตำหนิ” จากคำพูดเชิงลบของแม่ 

เป็นการหยิบยกมาแค่ 3 ระดับนะคะ คุณแม่บางท่านอาจจะมีหลายเบอร์แล้วแต่สถานการณ์ก็ได้ ทางที่ดีต้องสอนลูกแบบคุณแม่เบอร์ 1 และ คุณแม่เบอร์ 5 สลับกันไปค่ะ
 

 
 

โดย พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็กโรงพยาบาล BNH เจ้าของเพจ “หมอเสาวภา เลี้ยงลูกเชิงบวก” งานรักลูกEF@school ที่โรงเรียนเกษมพิทยา

 
--------------------------------------------------------------------------------


 
ตัวช่วยสำหรับคุณพ่อคุณแม่ แก้ปัญหา ปรับพฤติกรรมให้เด็กๆ ได้ด้วย ชุดหนังสือนิทานและเกมพัฒนาทักษะ EF พร้อมรับฟรี!! กิจกรรมสนุกๆ และเกมเล่นล้อมรัก รวมมูลค่ากว่า 3,000 บาท
 
สินค้ามีจำนวนจำกัด ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงของสมนาคุณตามเงื่อนไขของบริษัทฯ
สอบถามและสั่งซื้อสินค้าได้ที่ Line@ : @raklukeclub (คลิกที่ภาพได้เลยค่ะ)