15 เมนูซุป มัดใจลูกน้อย

1.ซุปฟักทอง
วัตถุดิบ
- ฟักทอง ½ ถ้วย
- น้ำซุปไก่กรอง 1 ถ้วย
- อกไก่สับ 1 ช้อนโต๊ะ
- กล้วยน้ำว้าครูดไม่เอาไส้ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ตั้งหม้อต้มฟักทองกับน้ำซุปไก่ให้สุกนิ่มกำลังดี
- ใส่อกไก่สับและกล้วยน้ำว้าลงไป คนให้เข้ากันจนสุก
- นำมาปั่นให้เนื้อเนียนละเอียด และปรุงด้วยเกลือเล็กน้อยตักชามพร้อมเสิร์ฟ

2. ซุปแตง
วัตถุดิบ
1. แตงกวา 6 ผล
2. ผักกาดขาว หั่นฝอย ¼ ถ้วย
3. แคร์รอตหั่นลูกเต๋าเล็ก ¼ ถ้วย
4. หมูสันนอกสับ 2 ขีด
5. เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
6. น้ำสต็อกผัก
วิธีทำ
1. แตงกวาปอกเปลือก ผ่าขวาง เป็น 2 ท่อน ใช้มีดคว้านไส้แตงออก แล้วแยกไส้แตงใส่จานพักไว้
2. คลุกหมูสันนอกสับ ผักกาดขาว แคร์รอตหั่นเต๋า เกลือป่นและน้ำเล็กน้อย ให้เข้ากัน นำส่วนผสมหมูที่คลุกเตรียมไว้ ยัดใส่แตงกวา จัดเรียงใส่โถ วางไส้แตงที่คว้านไว้ข้าง ๆ
3. เติมน้ำประมาณ 1-1 ½ ถ้วยตวง นึ่งในรังถึง ประมาณ 30 นาที เมื่อผักสุกได้ที่ตักน้ำซุปใส่สำหรับเสิร์ฟ

3. ซุปครีมบรอกโคลี
วัตถุดิบ
- บรอกโคลี ½ หัว
- หอมหัวใหญ่สับ 1 ช้อนโต๊ะ
- เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ
- วิปปิ้งครีม ½ ถ้วยตวง
- น้ำซุปไก่ ½ ถ้วยตวง
วิธีทำ
- ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่เนยลงไปรอจนเนยละลาย นำหัวหอมลงไปผัด ตามด้วยบรอกโคลีจนสุกนุ่ม
- ตักส่วนผสมที่เสร็จแล้วลงโถปั่น ใส่น้ำซุปไก่และวิปปิ้งครีม ปั่นจนละเอียด
- นำไปเคี่ยวบนเตาอีกครั้ง ใช้ไฟอ่อน ๆ และคนไปในทิศทางเดียวกัน เสร็จแล้วเสิร์ฟพร้อมขนมปัง

4. ซุปสาหร่ายเต้าหู้
วัตถุดิบ
- สาหร่ายวากาเมะแช่น้ำ ครึ่งถ้วย
- เต้าหู้ไข่หั่นเต๋า ครึ่งหลอด
- เห็ดเข็มทองตามชอบ
- โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ต้มสาหร่ายและเห็ดเข็มทองจนใกล้สุก
- ใส่โชยุลงไป ตามด้วยเต้าหู้ไข่
- ต้มต่อประมาณ 30 วินาที จากนั้นซุปสาหร่ายเต้าหู้ไข่ตักใส่ชามกินตอนอุ่น ๆ ร้อนๆ พร้อมเสิร์ฟ

5. ซุปข้นผักรวม
วัตถุดิบ
1. ฟักทองหั่นเล็ก ½ ถ้วยตวง
2. แคร์รอตหั่นเล็ก ¼ ถ้วยตวง
3. ผักโขมลวก ¼ ถ้วยตวง
4. ผักกาดขาวหั่นฝอย ¼ ถ้วยตวง
5. แอปเปิ้ลปอกเปลือกหั่นเล็ก ½ ถ้วยตวง
6. เนื้ออกไก่ ½ ขีด
7. น้ำสต็อกไก่ 2 ถ้วย
วิธีทำ
1. เทน้ำสต็อกใส่หม้อร้อนกำลังดี ใส่ฟักทอง แคร์รอต ผักโขม ผักกาดขาว แอปเปิ้ล และเนื้อไก่ ต้มให้สุก
2. นำไปใส่โถปั่นให้ละเอียด กรองผ่านกระชอน
3. เทซุปผักที่กรองใส่หม้อ กวนด้วยไฟอ่อนสักครู่พอให้ฟองอากาศลอยออก ใช้ทัพพีตักฟองออก ตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ
6.ซุปนมถั่วแคร์รอต
วัตถุดิบ
- ถั่วเหลืองหรือถั่วเเดง (ต้มสุกจนเปื่อยนุ่มเเละลอกเปลือก) 1 ช้อนโต๊ะ
- เเคร์รอต (ต้มสุกจนเปื่อยนุ่ม สับหยาบ) 1 ช้อนโต๊ะ
- อกไก่ (ต้มสุกจนเปื่อยนุ่ม สับหยาบ) 1 ช้อนโต๊ะ
- นมสดที่ลูกดื่มประจำ 1 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
วิธีทำ
- นำถั่วไปปั่นให้ละเอียด
- เตรียมหม้อตั้งไฟกลาง ใส่นมสด ถั่วปั่น เเคร์รอต และอกไก่ คนให้เข้ากันจนสุกดี
- ปรุงรสด้วยเกลือป่น คนให้เข้ากันตักใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ

7. ซุปบรอกโคลี
วัตถุดิบ
1. บรอกโคลีส่วนดอกลวก สับเป็นชิ้นเล็ก ¼ ถ้วย
2. แคร์รอตต้มหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก ¼ ถ้วย
3. หัวผักกาดหั่นเป็นชิ้นกลมแบนเล็ก ¼ ถ้วย
4. น้ำสต็อกไก่ 2 ถ้วย
5. ข้าวโพดต้มฝานเมล็ด ½ ถ้วย
วิธีทำ
1. นำข้าวโพดฝานกับน้ำสต็อกไก่ใส่โถปั่น กรองผ่านกระชอนแยกกากข้าวโพดออก
2. เทน้ำข้าวโพดที่กรองใส่หม้อ ใส่บรอกโคลี แคร์รอต หัวผักกาด
3. ต้มเคี่ยวในหม้อตุ๋นสองชั้นจนผักเปื่อยนุ่ม ตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ

8.ซุปข้าวโพด
วัตถุดิบ
- ข้าวโพดหวาน 1 ถ้วย
- น้ำสต็อกไก่ 1 ถ้วย
- เนยจืด 1 ช้อนโต๊ะ
- นมสดรสจืด 1 ถ้วย
- หอมหัวใหญ่สับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ละลายเนยจืดในหม้อ ใช้ไฟอ่อน ใส่หอมหัวใหญ่ผัดเข้ากันจนใส
- ใส่ข้าวโพดลงไปผัดพอหอม แล้วเทแป้งสาลีลงไปคนให้เข้ากันเร็ว ๆ
- ค่อย ๆ เติมนมสดและน้ำซุป คนต่อเนื่องจนซุปเนียนไม่เป็นก้อน
- นำมาปั่นให้เนื้อเนียนละเอียด เสร็จแล้วตักใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ

9.ซุปมันฝรั่ง
วัตถุดิบ
- เนื้อไก่
- ซุปไก่ก้อน 1 ก้อน
- เกลือ 1/8 ช้อนชา
- มะเขือเทศหั่น 1 ลูก
- พริกไทย ครึ่งช้อนชา
- หัวหอมใหญ่ซอย 1 ลูก
- มันฝรั่งปอกเปลือก 1 ถ้วย
- แคร์รอตหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 3 ช้อนชา
วิธีทำ
1. ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือดพอประมาณ จากนั้นใส่ซุปไก่ก้อนลงไปรอจนละลายหมด
2. ใส่เนื้อไก่ลงไปต้มจนสุกเปื่อย จากนั้นนำมันฝรั่งลงไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 10-15 นาที หรือจนกว่ามันฝรั่งนุ่ม
3. ใส่หัวหอมใหญ่ มะเขือเทศ ต้มต่อไปอีกประมาณ 10-15 นาที
4. ปรุงรสด้วยเกลือ และพริกไทย คนให้ส่วนผสมเข้ากันตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ

10. ซุปข้าวกล้องงอกไข่แดง
วัตถุดิบ
1. ข้าวกล้องงอกสุก ¼ ถ้วย
2. ผักกาดสับละเอียด ¼ ถ้วย
3. ไข่แดง ½ ฟอง
4. น้ำซุป 2 ถ้วย
วิธีทำ
1. ตั้งน้ำซุปให้ร้อน
2. ใส่ข้าวกล้องงอกสุกและเทผักกาดขาวคนให้เข้ากัน
3. เมื่อผักสุกใส่ไข่แดง คนให้เข้ากันจนสุก
4. นำไปปั่นละเอียด ใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ

11. ซุปใสไก่ฉีก
วัตถุดิบ
- น้ำเปล่า 2 ถ้วย
- รากผักชี 2-3 ราก
- อกไก่ต้มสุก 100 กรัม
- ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
- แคร์รอตหั่นแว่น ครึ่งหัว
- หอมหัวใหญ่หั่นเต๋า ครึ่งหัว
- ก้านขึ้นฉ่ายซอยสั้นๆ 1-2 ต้น
วิธีทำ
- ตั้งหม้อต้มน้ำใช้ไฟกลาง ใส่รากผักชีลงไป ตามด้วยหอมหัวใหญ่และแคร์รอต ต้มจนเดือด คอยช้อนฟองออกอยู่เสมอ
- ใส่ขึ้นฉ่ายและอกไก่ฉีกลงไป ตามด้วยซอสปรุงรส
- ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที ปิดเตาตักใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ

12. ซุปไข่ข้น
วัตถุดิบ
1. ไข่ 2 ฟอง
2. น้ำสต็อกไก่ 2 ถ้วย
3. แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ตั้งหม้อต้มน้ำสต็อกไก่ใช้ไฟกลางรอจนเดือด
2. ค่อย ๆ เทแป้งข้าวโพดตามไปและคนให้เข้ากัน
3. ตีไข่ให้ฟูและเทลงหม้อ ค่อยๆคนระหว่างเทใส่หม้อ ตักใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ

13. ซุปผักโขม
วัตถุดิบ
- ไก่สับ 2 ช้อนโต๊ะ
- ข้าวสวย 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำต้มกระดูกไก่ 1 ถ้วย
- ผักโขมลวกสับละเอียด ¼ ถ้วย
วิธีทำ
- ตั้งหม้อต้มน้ำกระดูกไก่ให้เดือดพอประมาณ จากนั้นต้มข้าวสวยสุกกำลังดี
- ใส่ไก่สับลงไปต้มจนสุกเปือย จากนั้นนำผักโขมลงไปต้มคนให้เข้ากันจนเดือด
- นำมาปั่นให้เนื้อเนียนละเอียดตักชามพร้อมเสิร์ฟ

14. ซุปไข่มะเขือเทศ
วัตถุดิบ
1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
2. ต้นหอม 1 ต้น
3. มะเขือเทศ 2 ลูก
4. เกลือ 1 ช้อนชา
5. น้ำเปล่า 1.5 ลิตร
6. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำมันงา 2 ช้อนชา
8. แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ตั้งหม้อต้มน้ำใช้ไฟกลางรอจนเดือด
2. ใส่มะเขือเทศ ซีอิ๊วขาว เกลือ และน้ำมันงา คนให้เข้ากัน
3. ตีไข่ให้ฟูและเทลงหม้อ ค่อยๆคนระหว่างเทใส่หม้อ
4. ไข่สุกกำลังดี เทแป้งข้าวโพดตามไปและคนให้เข้ากัน
5. ตักใส่ชามโรยด้วยต้นหอมพร้อมเสิร์ฟ
15. ซุปครีมเห็ด
วัตถุดิบ
1. น้ำซุป 1 ถ้วย
2. เกลือเล็กน้อย
3. เนยจืด 1 ช้อนโต๊ะ
4. นมสดรสจืด 1 ถ้วย
5. แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
6. หอมหัวใหญ่สับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
7. เห็ดแชมปิญองสับละเอียด 100 กรัม
วิธีทำ
1. ผัดเนยกับเห็ดและหอมหัวใหญ่ใช้ไฟอ่อนผัดจนนิ่มและสุกกำลังดี
2. เทแป้งข้าวโพดลงไป ผัดให้เข้ากัน ค่อยๆ เติมนมและน้ำซุปคนจนเนื้อซุปเนียนไม่เป็นก้อน
3. นำมาปั่นให้เนื้อเนียนละเอียด และปรุงด้วยเกลือเล็กน้อยตักชามพร้อมเสิร์ฟ

5 เมนูอาหารเช้า ที่ทำให้ลูกกินมื้ออื่นก็รอด
มื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญ แต่ละวันลูกควรกินอาหารเช้าก่อนออกจากบ้าน แต่ในชั่วโมงเร่งรีบ แม่ควรเลือกเมนูที่ทำง่ายและใช้เวลาน้อยที่สุด อย่าง 5 เมนูต่อไปนี้
1. ข้าวผัดมันฝรั่งแฮมไก่

ส่วนผสมข้าวผัดมันฝรั่งแฮมไก่

วิธีทำ
- ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันและกระเทียม ผัดให้มีกลิ่นหอม ใส่ผักลงไปผัดให้สุก ตามด้วยแฮมไก่
- ใส่ข้าวกล้องตามลงไปผัด ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว
- ก่อนปิดไฟให้ใส่ชีสลงไปคลุกให้ทั่ว แล้วจึงปิดไฟ
2. ไก่โจรสลัด

ส่วนผสมไก่โจรสลัด

วิธีทำไก่โจรสลัด
- ผสมไก่ แคร์รอต ข้าวโพด ถั่วลันเตา มะเขือเทศ และโยเกิร์ตให้เข้ากัน
- ตักสลัดใส่กระทงใบผักกาดแก้วพอประมาณ ตกแต่งให้สวยงาม
3. เปาะเปี๊ยะไข่

ส่วนผสมเปาะเปี๊ยะไข่

วิธีทำเปาะเปี๊ยะไข่
- ทำไส้เปาะเปี๊ยะโดยผัดหมูสับ วุ้นเส้น แคร์รอต และกะหล่ำปลีให้เข้ากัน ปรุงรสเล็กน้อยแล้วพักไว้
- ตีไข่ แล้วตั้งกระทะก้นแบนไฟอ่อน เทไข่ลงไป จากนั้นเอียงกระทะเทไข่ทั่วกระทะให้หนาเท่ากัน และไข่สุกทั้งสองด้าน จึงยกขึ้นพักไว้
- วางไส้เปาะเปี๊ยะบนไข่ แล้วม้วนไข่ให้รอบ ตัดเป็นชิ้นพอดีคำ
4. สเต๊กปลาอบชีส

ส่วนผสมสเต๊กปลาอบชีส

วิธีทำสเต๊กปลาอบชีส
- ทาเกลือบนเนื้อปลา หมักทิ้งไว้ 5 นาที แล้วทอดให้สุก พักไว้
- ตั้งกระทะ ใส่เนย แคร์รอต หน่อไม้ฝรั่ง แล้วผัดให้สุก ปรุงรสด้วยเกลือ ยกลงพักไว้
- วางปลาตามด้วยชีสและผัก
5. ออมเล็ตสีสันสดใส

ส่วนผสมออมเล็ตสีสนสดใส

วิธีทำออมเล็ตสีสันสดใส
- ตอกไข่ใส่ถ้วย แล้วใส่แคร์รอต ผักโขม ตีให้เข้ากัน
- ตั้งกระทะไฟกลาง เทไข่ใส่กระทะ คนไปมาจนไข่เกือบสุก
- รอไข่สุกจึงยกลง
ต้อนรับเทศกาลเปิดเทอมด้วยเมนูอาหารเช้า สำหรับลูก ๆ วิธีทำง่าย รสชาติอร่อย แถมได้สารอาหารครบถ้วน มาฝากคุณแม่สายเข้าครัว จะมีเมนูอะไรบ้าง น่าทานขนาดไหน มาเริ่มทำพร้อม ๆ กันค่ะ

เมนูที่ 1 ข้าวผัดไข่ เมนูอาหารเช้าง่าย ๆ ที่กินได้ทั้งครอบครัว แถมทำง่ายใช้เวลาไม่นานอีกด้วยค่ะ
ส่วนผสม
- ข้าวสวย 1 ถ้วย
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- แคร์รอตหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 1 ต้น
- ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนชา
- น้ำมันสำหรับทอด 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ตั้งกระทะ เทน้ำมันลงไป ใส่กระเทียมลงผัดจนหอม ใส่แคร์รอต
- ใส่ข้าวสวย ตามด้วยซอสปรุงรส เกลี่ยข้าวให้มีช่องตรงกลางในกระทะ แล้วตอกไข่ใส่ลงไป แล้วยีไข่แดงให้แตก
- คนไข่ไก่ให้สุกเล็กน้อย จากนั้นคลุกเคล้ากับข้าวและแคร์รอต เสร็จแล้วปิดเตา ตักใส่จานเสิร์ฟลูกได้เลย

เมนูที่ 2 หน่อไม้ฝรั่ง ผัดแซลมอน เมนูอาหารเช้าง่ายๆ ที่กินได้ทั้งครอบครัว แถมทำง่ายใช้เวลาไม่นานอีกด้วยค่ะ
ส่วนผสม
- แซลมอนหั่นเต๋า 100 กรัม
- หน่อไม้ฝรั่งหั่นเป็นท่อนเล็ก ๆ 3-4 ต้น
- แคร์รอตหั่นเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ตั้งกระทะ เทน้ำมันลงไป รอจนร้อน ใส่กระเทียมลงไปผัดจนหอม
- ผัดหน่อไม้ฝรั่งและแคร์รอตจนใกล้สุก ใส่แซลมอนลงไป ตามด้วยซอสปรุงรส
- คลุกเคล้าให้เข้ากัน เมื่อแซลมอนสุกแล้ว ยกขึ้นใส่ชาม หรือจะราดข้าวให้ลูกก็อร่อยได้ทันที

เมนูที่ 3 ซุปหมูก้อนซ่อนรัก เมนูอาหารเช้าง่ายๆ ที่กินได้ทั้งครอบครัว แถมทำง่ายใช้เวลาไม่นานอีกด้วยค่ะ
ส่วนผสม
- หมูสับ 2 ช้อนโต๊ะ
- แคร์รอตหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมหัวใหญ่หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- ผักกาดขาว 1-2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำซุปผัก 1-2 ถ้วยตวง
- ต้นหอมและผักชีหั่นสำหรับโรยหน้า
วิธีทำ
- ผสมเนื้อหมู แคร์รอต หอมหัวใหญ่ ไข่ไก่ ซีอิ๊ว และเกลือป่น คลุกเคล้าให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ
- ตั้งน้ำให้เดือด ใส่หมูปั้นก้อนลงต้ม เมื่อสุกจะลอยขึ้นมา ให้ตักขึ้นพักไว้
- นำน้ำซุปผักขึ้นตั้งไฟ พอเดือดใส่ผักกาดขาวลงต้มจนสุก ปรุงรส
- เวลาเสิร์ฟให้ตักหมูปั้นก้อนใส่ชาม ใส่น้ำซุปผักกาดขาว โรยหน้าด้วยต้นหอมผักชี

เมนูที่ 4 เต้าหู้สอดไส้นึ่งซีอิ๋ว เมนูอาหารเช้าง่ายๆ ที่กินได้ทั้งครอบครัว แถมทำง่ายใช้เวลาไม่นานอีกด้วยค่ะ
ส่วนผสม
- เต้าหู้ปลาหรือเต้าหู้ขาวชนิดแข็ง
- กุ้งสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
- เนื้อหมูบด 2 ช้อนโต๊ะ
- ถั่วลันเตา
- ต้นหอมซอย
- แป้งมัน
- ซีอิ๊วขาว
- น้ำซุปผัก
วิธีทำ
- ทำไส้โดยนำกุ้งสับ เนื้อหมูบด ถั่วลันเตา มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำแป้งมันผสมน้ำต้มสุก เทลงในส่วนผสมกะสัดส่วนให้พอจับตัวกัน ใส่ซีอิ๊วขาวแล้วนวดจนเป็นเนื้อเดียวกัน
- หั่นเต้าหู้เป็นสามเหลี่ยม ตัดเนื้อเต้าหู้ออกเล็กน้อย พอให้ใส่ส่วนผสมของไส้ไว้บนเต้าหู้ได้ โรยต้นหอมซอย ราดน้ำซุปผักและซีอิ๊วขาวนำไปนึ่งประมาณ 15-20 นาที

เมนูที่ 5 ซุปพาสต้าเต้าหู้ไข่ เมนูอาหารเช้าง่ายๆ ที่กินได้ทั้งครอบครัว แถมทำง่ายใช้เวลาไม่นานอีกด้วยค่ะ
ส่วนผสม
- เส้นพาสต้า 1 ถ้วย
- หมูสับ 100 กรัม
- แคร์รอตหั่น 4-5 ชิ้น
- รากผักชี 2-3 ต้น
- น้ำมันหอย 1 ข้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ตั้งน้ำให้พอเดือดแล้วใส่เกลือลงไปเล็กน้อย ใส่เส้นพาสต้าลงไปต้มประมาณ 10 นาที พอเส้นเริ่มนิ่มให้ตักออกมาพักไว้ในน้ำเย็น
- ตั้งหม้อต้มน้ำซุป ใส่รากผักชีและแคร์รอตลงไป
- หมักหมูสับโดยใส่ส่วนผสม น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และพริกไทยป่น
- รอจนน้ำซุปเดือด ปั้นหมูสับเป็นก้อนใส่ลงไป ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว
- เมื่อหมูสุกแล้วใส่เส้นพาสต้าลงไปในหม้อซุป ปิดไฟ แล้วตักใส่ชามเสิร์ฟ
อาหารเช้าเป็นอาหารมื้อสำคัญกว่ามื้ออื่น ๆ เพราะการกินอาหารเช้าจะช่วยเติมท้องที่ว่างมาทั้งคืนของเราให้เต็ม ทำให้เรามีพลังที่จะทำงานต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะพลังสมองที่เกี่ยวข้องกับความจำ การเรียนรู้ ความกระตือรือร้น อาหารเช้ามีคุณค่าและประโยชน์มากนะคะ ควรฝึกลูกให้ทานอาหารเช้าทุกวัน เพื่อร่างกายที่แข็งแรงของลูกค่ะ

กรมอนามัยแนะ อาหารเด็กทารกวัย 6-12 เดือน ควรป้อนอย่างไร
ลูกอายุครบ 6 เดือนแล้ว สามารถเริ่มอาหารเสริมเด็กตามช่วงวัยได้แล้วค่ะ แต่จะเริ่มเท่าไหร่ ยังไง สามารถกินอะไรได้บ้าง และนมแม่ยังจำเป็นอยู่มั้ย มาหาคำตอบได้เลยค่ะ
อาหารเด็กทารกวัย 6 เดือน กินวันละ 1 มื้อควบคู่กับนมแม่
เด็กอายุ 6 เดือน กินอาหารวันละ 1 มื้อ ควบคู่กับนมแม่ ส่วนอาหารที่ลูกควรได้รับแต่ละครั้งควรเป็นข้าวบดผสมกับ ปลา ตับ ไข่ ผักและผลไม้ควบคู่กันไป โดยมีอัตราส่วนดังตัวอย่างตามภาพ

อาหารเด็กทารกวัย 7 เดือน กินวันละ 1 มื้อควบคู่กับนมแม่
อาหารเด็ก 7 เดือน ควรเป็นอาหารที่ต้องได้พลังงาน มีสารอาหารเพิ่มเติมเพื่อให้สารอาหารครบถ้วนและเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโต ซึ่งลักษณะอาหารจะไม่แตกต่างจากของเด็กวัย 6 เดือนมากนัก แต่จะเปลี่ยนจากข้าวต้มสุกบดละเอียด 2 ช้อน เป็นข้าวต้มสุกบดหยาบ 3 ช้อน และส่วนผสมอื่น ๆ ก็จะมีลักษณะเนื้อหยาบขึ้นเล็กน้อย เพื่อฝึกพัฒนาการการเคี้ยวกลืนของลูก

อาหารเด็กทารกวัย 8 เดือน กินวันละ 2 มื้อควบคู่กับนมแม่
อาหารเด็กวัย 8 เดือน สามารถเปลี่ยนจากข้าวต้มเป็นข้าวสวยหุงนิ่มๆ บดหยาบ แทน และเพิ่มปริมาณเป็น 4 ช้อน และเพิ่มจำนวนมื้อขึ้นมาอีก 1 มื้อ

อาหารเด็กทารกวัย 9-12 เดือน กินวันละ 3 มื้อควบคู่กับนมแม่
ลูกวัยเกือบขวบปีแล้ว เริ่มมีฟันงอก และสามารถเคี้ยวกลืนอาหารได้ดีขึ้น สามารถกินข้าวข้าวสวยหุงนิ่ม ๆ บดหยาบพร้อมกับผักและเนื้อสัตว์ที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ และสามารถเพิ่มจำนวนมื้ออาหารให้ลูกเป็น 3 มื้อได้แล้วค่ะ


เด็กอนุบาลสามารถกินอาหารเหมือนกับผู้ใหญ่ได้แล้วนะคะ แต่ก็มีบางอย่างค่ะที่พ่อแม่ต้องปรับเปลี่ยนส่วนผสมเล็กน้อย เพื่อให้เด็กๆ กินอาหารผู้ใหญ่ในรสชาติแบบเด็กๆ
ส่วนผสม
นมสดที่ลูกดื่ม ½ ถ้วยตวง
อกไก่ (ไม่ติดหนัง) หั่นเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
เนื้อปลากระพงหั่นเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
ฟักทองหั่นเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
แครอตหั่นเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
เนื้อมะเขือเทศ (ลอกเปลือก) หั่นเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
ข่า ตะไคร้หั่นเป็นท่อน บุบพอแตก
ใบมะกรูด ผักชีฝรั่งหั่นฝอย 1-2 ช้อนชา
น้ำซุปผัก ½ ถ้วยตวง
เกลือป่น ¼ ช้อนชา
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
วิธีทำ
1. ตั้งน้ำซุปผักให้เดือด แล้วค่อยใส่ข่า ตะไคร้ (ถ้าใส่ตะไคร้ในขณะน้ำยังไม่เดือด กลิ่นและรสจะเหมือนน้ำตะไคร้ และน้ำแกงจะมีสีเขียวอ่อน) และฉีกใบมะกรูดใส่ลงไปเพื่อให้มีกลิ่นหอม
2. ใส่ส่วนผสมที่เหลือตามลำดับการสุกยาก-ง่าย ยกเว้นนมสด พอทุกอย่างสุกดี จึงยกลง ปรุงรสแล้วค่อยใสส่นมสด และโรยผักชีฝรั่ง
Tip : เนื้อปลากระพงมีไอโอดีน สังกะสี ที่ช่วยในการเจริญเติบโต

อาหารเสริมลูกทารกต้องเริ่มเมื่อไหร่ เริ่มอย่างไร แต่ละเดือนต้องปรับอะไรบ้าง คุณแม่ที่กำลังหาวิธีเริ่มอาหารเสริมทารก ต้องอ่านบทความนี้ค่ะ
วิธีเริ่มอาหารเสริมลูกทารกวัย 6 - 12 เดือน เริ่มอาหารเสริมอย่างไรให้ตรงพัฒนาการ
เตรียมพร้อมก่อนถึงเวลาอาหารเสริมมื้อแรก
เด็กเล็กเมื่อถึงเวลากินอาหารเสริม ครั้งแรกอาจมีปฏิเสธบ้างเนื่องจากความไม่คุ้นชิน ประกอบกับการกินนมแม่เพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้รับอาหารอื่นเลย เมื่อโตขึ้นถึงวัยที่ต้องกินอาหารเสริมลูกจึงปฏิเสธการกินได้ เป็นเรื่องธรรดา
ดังนั้นเมื่อลูกอายุ 5 เดือนขึ้นไป คุณพ่อคุณแม่ควรนวดเหงือกให้ลูกบ่อยๆ เพื่อฝึกให้ลูกรู้จักกับสัมผัสที่แปลกใหม่ และถึงแม้องค์การอนามัยโลกจะบอกว่าเด็กทารกควรกินนมแม่เพียงอย่างเดียว แต่การให้ลูกได้สัมผัสน้ำอุ่นน้ำเย็นเล็กน้อย เพียงแตะสัมผัสที่เหงือกและนวดไปพร้อมกัน ก็ช่วยฝึกการรับสัมผัสในช่องปากของลูกได้ เมื่อถึงเวลาอาหาร ลูกก็จะยอมรับสิ่งแปลกใหม่ได้ง่ายขึ้น
สิ่งสำคัญของอาหารมื้อแรกของลูก ไม่ใช่เรื่องที่ลูกกินได้เยอะๆ แต่เป็นการฝึกให้ลูกได้รับรส และลิ้นสัมผัสสิ่งที่ต่างไปจากนม เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรคาดหวังว่าลูกจะต้องกินให้ได้ในปริมาณเยอะๆ ให้ชิมเพียงแค่ 1-2 ช้อน ก็พอ
อาหารเสริมทารก 6 เดือน เริ่มอย่างไร
- วัยขวบปีแรก นมคืออาหารหลักของลูกรัก ฉะนั้นเมื่อเด็กสามารถชันคอได้ดี ประคองคอได้แข็งแรง และมีน้ำหนักตัวประมาณ 2 เท่าของน้ำหนักตัวแรกเกิด คุณแม่ก็สามารถเริ่มอาหารเสริมให้ลูกได้แล้ว เพียงแต่อาหารของลูกจะต้องมีความเหมาะสมตามวัยของลูกด้วย
- อาหารเสริมลูกทารกวัย 6 เดือน อาหารของลูกควรมีเนื้อสัมผัสที่นิ่ม มีเนื้อละเอียด เช่น กล้วย หรือข้าวครูด โดยให้เริ่มทีละอย่างก่อน เนื่องจากเด็กเล็กมีโอกาสแพ้อาหารได้ง่าย หากเริ่มไปแล้วสักระยะลูกไม่มีการแพ้ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถเริ่มอาหารอย่างที่ 2 ให้ลูกได้
- อาหารเสริมลูกทารกวัย 6-8 เดือน เพื่อให้เด็กๆ ได้รับสัมผัสและฝึกกล้ามเนื้อปาก คุณพ่อคุณแม่อาจหั่นอาหารให้มีรูปร่างต่างกันให้ลูกได้กินบ้าง เช่น เส้นสปาเก็ตตี้กลมๆ หั่นสั้นๆ กล้วยหอมหั่นกลมๆ หรืออาหารบางอย่างที่สามารถหั่นเป็นรูปทรงต่างๆ ได้
หรืออาจให้ลูกได้ฝึกกินอาหารที่มีความกรอบ ความเหนียวบ้าง เช่น ข้าวตังหรือข้าวเหนียว เพื่อให้ลูกได้ฝึกการเคี้ยว เพราะเด็กวัยนี้เริ่มมีฟันงอกขึ้นมาบ้างแล้ว ทั้งรู้สึกมีความสุขกับการกินเมื่อได้มีส่วนร่วมในอาหารมื้อนั้นๆ ดังนั้นหากคุณแม่ให้ลูกได้ลองจับ สัมผัส ดม เล่น หรือขยำอาหารบ้าง ก็จะช่วยให้เขารู้สึกสนุกและมีความสุขกับการกินอาหารมากขึ้น เพียงแต่ก่อนกินอย่าลืมล้างมือของลูกให้สะอาด
- อาหารเสริมลูกทารกวัย 8-12 เดือน ช่วงนี้ลูกสามารถกินได้ 2-3 มื้อต่อวัน และอาหารที่จะช่วยพัฒนากล้ามเนื้อปากของลูกได้เป็นอย่างดีก็คืออาหารจำพวกฟิงเกอร์ฟู้ดส์ เช่น แครอต ฟักทอง แตงกวาหั่น เป็นต้น
- อาหารเสริมลูกทารกวัย 12 เดือนขึ้นไป ตอนนี้ลูกสามารถกินข้าวเป็นอาหารหลักได้แล้ว และสามารถให้ลูกกินอาหารของผู้ใหญ่บางอย่างได้ด้วย แต่ต้องเน้นที่มีลักษณะนุ่มๆ รสไม่จัด เช่น ข้าวผัด หรือต้มจืด เป็นต้น

สฟิงโกไมอีลินคืออะไร ทำไมพ่อแม่ถึงต้องให้สำคัญในฐานะหนึ่งในสารอาหารบำรุงสมองของลูก โดยเริ่มตั้งแต่นมแม่ เรามีคำตอบค่ะ
ไขความลับพัฒนาสมองลูกรักด้วย 'สฟิงโกไมอีลิน'
คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมว่า…..ความสามารถของลูกรักของคุณนั้นไม่ว่าจะเป็นการรับรู้ การควบคุมการเคลื่อนไหว หรือการคิดวิเคราะห์และการวางแผนเมื่อเติบโตขึ้นไปนั้น ล้วนเกิดขึ้นจากการทำงานของสมอง แต่สมองเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งไม่สามารถที่จะสร้างสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้ได้โดยลำพัง แต่ต้องอาศัยการเชื่อมโยงการทำงานของเซลล์ประสาทในสมองแต่ละส่วน (brain connection)ซึ่งคือกลไกที่สำคัญที่สุดในการทำงานของสมอง ซึ่งต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การทำงานของสมองจึงจะมีประสิทธิภาพ หรือเปรียบเสมือนกับการใช้อินเทอร์เน็ต 5G เพราะสามารถส่งสัญญาณได้เร็วกว่า จึงมีประสิทธิภาพมากกว่านั่นเอง และนี่คือความลับของสมองที่สามารถทำสิ่งที่เหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นการคลานเดินการพูดการวิ่งเล่นหรือหัวเราะร้องไห้ของลูกรักนั้น
เป็นเพราะการส่งสัญญาณหากันด้วยความรวดเร็วของสมองแต่ละส่วนนั่นเอง โดยการเพิ่มความเร็วในการส่งสัญญาณของสมองต้องอาศัยการสร้างไมอีลิน (myelin) ซึ่งพบมากในช่วง 2 ปีแรกของชีวิตและมีความสัมพันธ์กับพัฒนาการของเด็กในช่วงวัยนี้ที่จะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยวัตถุดิบในการสร้างไมอีลินจะเป็นสารอาหารกลุ่มไขมัน และไขมันที่มีความจำเพาะต่อไมอีลินโดยเฉพาะ นั่นคือ “สฟิงโกไมอีลิน (sphingomyelin)” นั่นเอง

-
“สฟิงโกไมอีลิน”สารอาหารที่พบมากในนมแม่นม ผลิตภัณฑ์นมช่วยในการสร้างปลอกไมอีลินซึ่งมีผลต่อการทำงานของสมอง
-
การเชื่อมโยงการทำงานของเซลล์ประสาทในสมองแต่ละส่วน (brain connection) ซึ่งคือกลไกที่สำคัญที่สุดในการทำงานของสมองซึ่งต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วการทำงานของสมองจึงจะมีประสิทธิภาพหรือเปรียบเสมือนกับการใช้อินเทอร์เน็ต5G
-
การเพิ่มความเร็วในการส่งสัญญาณของสมองต้องอาศัยการสร้างปลอกไมอีลิน เริ่มสร้างตั้งแต่อยู่ในครรภ์และสร้างอย่างต่อเนื่องอย่างรวดเร็วภายใน 2 ปีแรกหลังคลอด และถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น

“สฟิงโกไมอีลิน” หนึ่งในสารอาหารสำคัญในการสร้างไมอีลิน การได้รับสฟิงโกไมอีลินในปริมาณที่เหมาะสมจึงเป็นวัตถุดิบสำคัญต่อการสร้างไมอีลินในสมอง ซึ่งช่วยให้การทำงานของสมองเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยสฟิงโกไมอีลินจะพบได้มากในนมแม่ และผลิตภัณฑ์นม เช่น ครีม ชีส
ดังนั้นทารกจึงควรได้รับนมแม่อย่างเต็มที่ เพราะนมแม่เป็นแหล่งของไขมันชั้นดี ซึ่งรวมถึงสฟิงโกไมอีลินด้วย นอกจากนี้ยังมีรายงานการวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าทารกที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือนจะมีปริมาณไมอีลินในสมองเพิ่มขึ้น และมีความสัมพันธ์กับผลการประเมินการเรียนรู้ที่ดีขึ้นอีกด้วย
โดยสรุป การพัฒนาของสมองเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงที่อยู่ในครรภ์มารดาไปจนถึง 2 ปีแรก การส่งเสริมการพัฒนาของสมองสามารถกระทำได้โดยการให้สารอาหารอย่างครบถ้วน และให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
นอกจากนี้การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของสมองยังต้องอาศัยการเชื่อมต่อสัญญาณประสาทที่มีความรวดเร็ว ซึ่งการสร้างจะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มความเร็วในการส่งสัญญาณประสาท เปรียบเสมือนการสร้างทางด่วนให้กับสมอง โดยสารอาหารในกลุ่มไขมัน โดยเฉพาะ “สฟิงโกไมอีลิน” จะเป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างไมอีลินในสมอง
ดังนั้นจะเห็นได้ว่านอกเหนือจากพันธุกรรมและการเลี้ยงดูแล้ว จึงอยากให้คุณพ่อคุณแม่ตระหนักถึงโภชนาการสำหรับลูกรักเพื่อพัฒนาการทั้งทางร่ายกายและสมองให้เหมาะสมสำหรับแต่ละช่วงวัย
นพ.วรสิทธิ์ ศิริพรพาณิชย์
กุมารแพทย์โรคระบบประสาท
#สฟิงโกไมอีลิน #โคลีน #ดีเอชเอ #สารอาหารเพื่อพัฒนาการทางสมอง #ช่วยสร้างไมอีลิน